ปากมาสด้า คืออะไร? ทำความรู้จักทรงปากยอดฮิตที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูมีเสน่ห์

ปากมาสด้า คือทรงปากที่มีลักษณะโค้งมนคล้ายปีกนกหรือโลโก้รถยนต์ Mazda โดยเน้นขอบปากบนรูปตัว M และมุมปากยกยิ้มเพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้ดูหวานและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ปากมาสด้ามีลักษณะอย่างไร และทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์ทรงปากยอดนิยม?
ปากมาสด้าคือทรงปากที่มีลักษณะโค้งมนคล้ายปีกนกหรือโลโก้รถยนต์ Mazda โดยมีจุดเด่นที่ขอบปากบนเป็นรูปตัว M ชัดเจน (Cupid’s bow) มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังยิ้ม และริมฝีปากล่างแบ่งเป็นสองกระเปาะดูอวบอิ่ม
สาเหตุที่ทรงปากนี้กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมมีดังนี้:
- เสริมบุคลิกให้ดูอ่อนเยาว์: ช่วยให้ใบหน้าดูหวานและสดใสขึ้นทันทีโดยไม่ต้องแต่งหน้าจัด
- แก้ปัญหาใบหน้าดุ: การยกมุมปากช่วยปรับสีหน้าจากคนที่ดูบึ้งตึงให้ดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่ายขึ้น
- รับกับรูปหน้า: เป็นทรงที่ช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับใบหน้าโดยเฉพาะผู้ที่มีรูปหน้าเรียวไข่หรือรูปหัวใจ
- กระแสโซเชียลมีเดีย: เกิดการบอกต่ออย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ของไทยในปี 2025 เนื่องจากเป็นลุคที่ดูทันสมัยและมีความเป็นธรรมชาติ
ทำความรู้จักที่มาของชื่อ “ปากมาสด้า” และความแตกต่างจากปากทรงกระจับทั่วไป
ปากทรงมาสด้ากับปากทรงกระจับ ต่างกันอย่างไร?
ปากทรงมาสด้าคือการพัฒนาต่อยอดมาจากปากทรงกระจับโดยเน้นความคมชัดของส่วนโค้งเว้าที่เลียนแบบโลโก้รถยนต์ Mazda ซึ่งมีลักษณะเด่นคือขอบปากบนที่เป็นรูปตัว M ชัดเจนและมุมปากที่ยกขึ้นสูงกว่าปกติเพื่อให้ใบหน้าดูอมยิ้มตลอดเวลา ในขณะที่ปากทรงกระจับทั่วไปจะเน้นเพียงการทำให้ริมฝีปากบนมีส่วนนูนตรงกลางและโค้งรับกับริมฝีปากล่างอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อความสมดุลตามสัดส่วนทองคำ
ทำไมถึงเรียกว่าปากทรงมาสด้า (Mazda Lip)?
ชื่อเรียก “ปากทรงมาสด้า” (Mazda Lip) มีที่มาจากลักษณะของรูปปากที่มีความโค้งมนคล้ายกับโลโก้ของรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นโค้งคล้ายกับปีกนก โดยการทำปากทรงนี้จะเน้นการฉีดฟิลเลอร์หรือผ่าตัดเพื่อสร้างส่วนหยักบริเวณริมฝีปากบนให้เป็นรูปตัว M ที่ชัดเจน พร้อมกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ดูเหมือนการอมยิ้มตลอดเวลา
ลักษณะเด่นของปากมาสด้าที่ช่วยเสริมโหงวเฮ้งและปรับรูปหน้า
ติ่งปากที่ชัดเจนและการยกมุมปากให้ดูยิ้มตลอดเวลา
ปากมาสด้า (Mazda Lip) คือทรงปากที่มีลักษณะโค้งมนคล้ายปีกนกตามโลโก้รถยนต์มาสด้า โดยมีจุดเด่นหลักคือการทำริมฝีปากบนให้เป็นรูปตัว M ที่มีหยักชัดเจน (Cupid’s bow) พร้อมทั้งยกมุมปากทั้งสองข้างขึ้นเพื่อให้ใบหน้าดูหวานและเหมือนอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ริมฝีปากล่างมักจะถูกทำให้ดูอวบอิ่มแบ่งเป็นสองกระเปาะคล้ายก้นเด็กเพื่อเพิ่มความละมุนและดูอ่อนเยาว์
ความสมดุลของริมฝีปากบนและล่างตามสัดส่วนทองคำ
สัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) สำหรับความสมดุลของริมฝีปากที่เหมาะสมคือประมาณ 1:1.6 โดยเป็นการเปรียบเทียบระหว่างปริมาตรของริมฝีปากบนต่อริมฝีปากล่าง เพื่อสร้างความกลมกลืนและสมมาตรให้กับใบหน้าตามหลักการทางสุนทรียศาสตร์ (Perfect Lip Ratio: What It Means and How to Achieve It, Hubmed Education, 2025)
ปากทรงมาสด้าเหมาะกับใคร และช่วยแก้ปัญหาหน้าดุได้อย่างไร?
ปากทรงมาสด้าเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าทรงไข่หรือรูปหัวใจที่มีคางมน และช่วยแก้ปัญหาหน้าดุโดยการยกมุมปากที่ตกให้ดูเหมือนอมยิ้มตลอดเวลา
ลักษณะเด่นของทรงปากนี้จะช่วยปรับสมดุลใบหน้าส่วนล่างให้ดูละมุนและอ่อนเยาว์ขึ้น โดยมีรายละเอียดความเหมาะสมและกลไกการแก้ไขปัญหาดังนี้:
- กลุ่มที่เหมาะสม: เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่มีริมฝีปากบาง ปากแบน หรือปากไม่มีรูปทรงที่ชัดเจน รวมถึงผู้ที่ต้องการลุคที่ดูหวานสไตล์เกาหลี
- การแก้ปัญหาหน้าดุ: เทคนิคนี้จะเน้นการสร้างขอบปากบนเป็นรูปตัว M (Cupid’s bow) ที่ชัดเจนร่วมกับการยกมุมปากขึ้น ซึ่งช่วยเปลี่ยนสีหน้าจากที่ดูบึ้งตึงหรือเข้าถึงยากให้กลายเป็นใบหน้าที่ดูเป็นมิตรและสดใสขึ้นทันที
ผู้ที่มีปัญหาปากบางหรือปากคว่ำที่ต้องการปรับลุคให้ดูหวานขึ้น
ปากทรงมาสด้า (Mazda Lip) เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากบางหรือมุมปากคว่ำ เนื่องจากเทคนิคนี้เน้นการสร้างรูปทรงหยักแบบตัว M (Cupid’s bow) ที่ชัดเจนและยกมุมปากให้ดูเหมือนยิ้มอยู่ตลอดเวลา ช่วยเปลี่ยนใบหน้าที่ดูดุหรือบึ้งตึงให้ดูอ่อนหวานและเป็นมิตรมากขึ้น โดยสามารถทำได้ 2 วิธีหลักดังนี้:
- การฉีดฟิลเลอร์: เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงเพราะเห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถปรับแต่งทรงให้เข้ากับใบหน้าได้ง่าย ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน
- การผ่าตัดศัลยกรรม: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวร โดยแพทย์จะตัดแต่งเนื้อเยื่อริมฝีปากให้ได้รูปทรงที่ต้องการ แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีเนื้อปากน้อยเกินไปเพราะอาจทำให้ปากปิดไม่สนิท
การเลือกทรงปากให้เข้ากับใบหน้ารูปไข่และใบหน้ารูปหัวใจ
ปากทรงมาสด้า (Mazda Lip) เป็นทรงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่มีใบหน้ารูปไข่หรือรูปหัวใจที่มีคางกลมมน เนื่องจากช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับใบหน้าส่วนล่างและเสริมความสมมาตรโดยไม่ทำให้ใบหน้าดูแน่นหรือล้นจนเกินไป นอกจากนี้ยังช่วยปรับลุคให้ดูหวานและอ่อนเยาว์ในสไตล์เกาหลี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีริมฝีปากบางหรือมุมปากตก ซึ่งการทำทรงนี้จะช่วยยกมุมปากให้ดูเหมือนอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา
วิธีเนรมิตปากมาสด้าให้สวยเป๊ะ ควรเลือกทำหัตถการแบบไหนดี?
การเลือกวิธีทำปากมาสด้าขึ้นอยู่กับพื้นฐานริมฝีปากเดิมและความต้องการผลลัพธ์ โดยมี 2 วิธีหลักคือการฉีดฟิลเลอร์และการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันดังนี้:
- การฉีดฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid): เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น และต้องการความเป็นธรรมชาติหรือต้องการ “ทดลอง” ทรงปากก่อน เพราะสามารถสลายออกได้หากไม่พอใจ ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน
- การผ่าตัดศัลยกรรมปาก: เหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากหนามากหรือปากคว่ำรุนแรงที่ต้องการผลลัพธ์แบบถาวร โดยแพทย์จะตัดแต่งเนื้อเยื่อส่วนเกินออกเพื่อให้ได้รูปทรง M ที่ชัดเจน แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 4 สัปดาห์และแก้ไขได้ยากหากตัดออกมากเกินไป
การฉีดฟิลเลอร์ปาก (Lip Filler) เพื่อปั้นทรงสวยแบบไม่ต้องผ่าตัด
การฉีดฟิลเลอร์ปากทรงมาสด้า (Mazda Lip) เป็นเทคนิคการใช้สารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิดเพื่อปั้นรูปปากให้โค้งมนคล้ายปีกนกและยกมุมปากให้ดูยิ้มแย้มโดยไม่ต้องผ่าตัด
วิธีการนี้มีรายละเอียดและข้อดีที่น่าสนใจดังนี้:
- ลักษณะเด่น: เน้นการสร้างขอบปากบนให้เป็นรูปตัว M (Cupid’s bow) ที่ชัดเจน พร้อมยกมุมปากให้เชิดขึ้นเล็กน้อย และปั้นริมฝีปากล่างให้เป็นสองกระเปาะดูอวบอิ่ม
- ระยะเวลาดำเนินการ: ใช้เวลาเพียง 15–30 นาที และสามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ
- ความยืดหยุ่น: ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์และการดูแลตัวเอง หากไม่พอใจสามารถฉีดสลายออกได้ทั้งหมด
- การพักฟื้น: ไม่ต้องพักฟื้นนานเหมือนการผ่าตัด โดยอาการบวมจะค่อยๆ ยุบตัวและเข้าที่สวยงามภายใน 14 วัน
การศัลยกรรมผ่าตัดปากกระจับเพื่อให้ได้ทรงปากมาสด้าแบบถาวร
การผ่าตัดปากกระจับเป็นวิธีที่ช่วยให้ได้ทรงปากมาสด้าแบบถาวร โดยศัลยแพทย์จะตัดแต่งเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและเย็บสร้างรูปทรงคิวปิดโบว์ (Cupid’s bow) ให้เป็นรูปตัว M ที่ชัดเจนพร้อมยกมุมปากขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากหนาหรือรูปทรงไม่ชัดเจนและต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ตลอดไป อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดมีความเสี่ยงหากตัดเนื้อปากออกมากเกินไปจนปากปิดไม่สนิท ซึ่งเป็นภาวะที่แก้ไขได้ยากมาก และต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 4 สัปดาห์เพื่อให้แผลหายสนิทและยุบบวม
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำปากทรงมาสด้า
ความเสี่ยงจากการทำปากที่บางเกินไปจนเห็นเหงือกหรือปิดปากไม่สนิท
ความเสี่ยงหลักจากการทำปากบางเกินไปคือการที่ริมฝีปากปิดไม่สนิทจนเห็นฟันหรือเหงือกตลอดเวลา ซึ่งมักเกิดจากการผ่าตัดตัดเนื้อเยื่อริมฝีปากออกมากเกินความจำเป็นเพื่อทำทรงปากมาสด้า ภาวะนี้แก้ไขได้ยากมากหรืออาจไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติได้เลย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัดหรือการเกิดแผลเป็นนูน (คีลอยด์) บริเวณรอยเย็บอีกด้วย (What is Mazda Lip, what does it look like, and which face shapes suit it?, Romrawin Clinic, 2024)
สัญญาณเตือนและอาการผิดปกติที่ควรกลับมาพบแพทย์ทันที
หากมีอาการผิดปกติหลังทำปากทรงมาสด้า คุณควรกลับมาพบแพทย์ทันทีหากพบสัญญาณอันตราย เช่น อาการปวดอย่างรุนแรง ผิวหนังบริเวณริมฝีปากซีดขาวหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำออกน้ำเงิน หรือมีอาการชา ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการอุดตันของหลอดเลือด นอกจากนี้ควรเฝ้าระวังอาการติดเชื้อ ได้แก่ มีไข้ มีหนอง มีก้อนแข็ง หรือมีอาการบวมแดงและร้อนที่รุนแรงขึ้นหลังจากผ่านไป 2-3 วัน (Mazda Lip – the trending lip shape of 2025 and how to achieve it, Siam Clinic, 2025)
การดูแลตัวเองหลังทำปากมาสด้าเพื่อให้ทรงปากสวยนานและลดการอักเสบ
การดูแลตัวเองหลังทำปากมาสด้าควร หลีกเลี่ยงการขยับปากมากเกินไปในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก พร้อมประคบเย็นและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์หรือแผลผ่าตัดเข้าที่และลดอาการบวมอักเสบ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้:
- งดพฤติกรรมที่กระทบกระเทือนริมฝีปาก: หลีกเลี่ยงการใช้หลอดดูดน้ำ การเคี้ยวอาหารที่รุนแรง หรือการอ้าปากกว้างในช่วง 1-2 วันแรก
- ประคบเย็น: ใช้ประคบเย็นเป็นระยะในช่วง 1–2 วันแรกเพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
- ดื่มน้ำสะอาด: การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิดดูดซับน้ำและคงรูปทรงได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงความร้อนและแรงกด: งดการเข้าซาวน่า อาบน้ำร้อน ออกกำลังกายหนัก หรือนวดคลึงริมฝีปากในช่วง 3–7 วันแรก
- เลือกรับประทานอาหาร: เน้นอาหารที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เช่น อาหารที่มีวิตามินซีและซิงค์ และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือเค็มจัดเพื่อลดการบวม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปากมาสด้า
ทำปากมาสด้ากี่บาท ราคาเริ่มต้นประมาณเท่าไหร่?
การทำปากมาสด้าในประเทศไทยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 8,000 ถึง 12,000 บาท ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาที่เลือกใช้
โดยมีรายละเอียดราคาตามรูปแบบการทำดังนี้:
- การฉีดฟิลเลอร์ปาก: ราคาเริ่มต้นประมาณ 12,000 บาท ต่อปริมาณฟิลเลอร์ 1 cc ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้
- การผ่าตัดศัลยกรรมปาก: หากผ่าตัดเพียงริมฝีปากบนหรือล่างเพียงอย่างเดียว ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,000 บาท แต่หากผ่าตัดทั้งริมฝีปากบนและล่างพร้อมกันจะมีราคาประมาณ 16,000 ถึง 30,000 บาท
ฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้าอยู่ได้นานแค่ไหน?
การฉีดฟิลเลอร์ปากทรงมาสด้าโดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 12 ถึง 18 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาที่ชัดเจนจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล โดยผลลัพธ์จะเป็นแบบชั่วคราวและฟิลเลอร์จะค่อยๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งหากต้องการรักษาทรงปากไว้ควรกลับมาฉีดเติมซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์
ปากมาสด้า คางเช็คอิน คืออะไร ทำไมมักทำคู่กัน?
ปากมาสด้าและคางเช็คอินคือเทรนด์ความงามที่เน้นการปรับรูปทรงปากให้โค้งมนคล้ายโลโก้รถยนต์ควบคู่กับการทำคางให้เรียวแหลม
- ปากมาสด้า (Mazda Lip): คือทรงปากที่มีขอบปากบนหยักเป็นรูปตัว M ชัดเจน มุมปากยกขึ้นดูเหมือนยิ้มตลอดเวลา และริมฝีปากล่างแบ่งเป็นสองกระเปาะคล้ายปีกนกหรือโลโก้รถยนต์ Mazda
- คางเช็คอิน: เป็นคำแสลงที่ใช้เรียกรูปทรงคางที่ยาวและแหลมคม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์หมุดปักสถานที่ (Location Pin) ในแอปพลิเคชันแผนที่
- เหตุผลที่มักทำคู่กัน: การทำทั้งสองอย่างร่วมกันช่วยปรับสมดุลใบหน้าส่วนล่างให้ดูเรียวเล็กและมีมิติในสไตล์ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบลุคสายเกาหลีหรือต้องการเสริมโหงวเฮ้งให้ใบหน้าดูหวานและเป็นมิตรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แพทย์มักแนะนำให้พิจารณาสัดส่วนระหว่างจมูก ปาก และคางให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้ดูแหลมหรือฝืนธรรมชาติจนเกินไป
ทำปากมาสด้าแล้วจะดูตลกหรือเวอร์เกินไปไหม?
ปากมาสด้าอาจดูตลกหรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้หากมีการเน้นรูปทรงตัว M หรือยกมุมปากให้แหลมจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้ริมฝีปากดูคล้าย “จะงอยปากเป็ด” เมื่อมองจากด้านข้าง อย่างไรก็ตาม หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม (ประมาณ 1 cc) ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยเสริมให้ใบหน้าดูหวานและสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเน้นการสร้างขอบปากที่ชัดเจนและยกมุมปากเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ดูเหมือนอมยิ้มอยู่เสมอ

