Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Acne

สิวที่ก้นเกิดจากอะไร? รวมวิธีรักษาสิวที่ก้นให้เนียนใสและวิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

Byadmin กุมภาพันธ์ 4, 2026
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on กุมภาพันธ์ 4, 2026
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน

สิวที่ก้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบของรูขุมขนหรือการเสียดสี และสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid ร่วมกับการรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

สิวที่ก้น

Table of Contents

Toggle
  • สิวที่ก้นเกิดจากสาเหตุอะไรและมีวิธีรักษาอย่างไรให้หายขาด?
  • ทำความรู้จักกับ “สิวที่ก้น” และความแตกต่างจากตุ่มประเภทอื่น
    • สิวอุดตันและสิวอักเสบบริเวณแก้มก้น
    • รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ที่มักเข้าใจผิดว่าเป็นสิว
    • ฝีหนองและตุ่มหนองบริเวณก้นที่ต้องระวัง
  • สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวและตุ่มบริเวณก้น
    • การเสียดสีจากเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป
    • ความอับชื้นจากเหงื่อและการนั่งนานๆ
    • การสะสมของแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
    • การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย
  • วิธีรักษาสิวที่ก้นด้วยตัวเองเบื้องต้น
    • การใช้ยาทาสิวกลุ่ม Benzoyl Peroxide และกรดซาลิไซลิก (BHA)
    • การสครับผิวอย่างอ่อนโยนเพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน
    • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย
  • เมื่อไหร่ที่ควรเลิกรักษาเองและไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ?
  • แนวทางการรักษาทางการแพทย์เพื่อแก้ปัญหาสิวที่ก้นและรอยดำ
    • การทำเลเซอร์รักษาสิวและลดรอยดำที่ก้น
    • การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling) โดยผู้เชี่ยวชาญ
    • การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรง
  • ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาสิวที่ก้นผิดวิธี
  • วิธีป้องกันสิวที่ก้นไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำเพื่อผิวเนียนใสระยะยาว
    • การเลือกสวมใส่กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี
    • การรักษาความสะอาดหลังออกกำลังกายหรือมีเหงื่อออกมาก
    • การปรับพฤติกรรมการนั่งเพื่อลดการกดทับและเสียดสี
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวที่ก้น
    • สิวที่ก้นสามารถหายเองได้หรือไม่?
    • การบีบสิวที่ก้นอันตรายไหมและส่งผลอย่างไร?
    • ใช้อะไรทาให้ก้นขาวเนียนและลดรอยสิวได้บ้าง?
    • นั่งนานๆ ทำให้เป็นสิวที่ก้นจริงหรือไม่?

สิวที่ก้นเกิดจากสาเหตุอะไรและมีวิธีรักษาอย่างไรให้หายขาด?

สิวที่ก้นส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากสิวแท้ แต่เกิดจากการอักเสบของรูขุมขน (Folliculitis) การสะสมของโปรตีนเคราติน (Keratosis Pilaris) หรือฝี (Boils) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเสียดสีของเสื้อผ้าที่รัดแน่น ความอับชื้นจากเหงื่อ การนั่งนานๆ และการสะสมของแบคทีเรียหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

สาเหตุหลัก:

  • การอักเสบของรูขุมขน: เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการระคายเคือง ทำให้เป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนอง
  • การเสียดสีและความอับชื้น: เสื้อผ้าที่รัดแน่นและเหงื่อที่หมักหมมจากการออกกำลังกายหรือการนั่งนานๆ จะกระตุ้นให้รูขุมขนอุดตันและอักเสบ
  • ขนคุด: การสะสมของเคราตินทำให้ผิวสากเหมือนหนังไก่

วิธีรักษาและป้องกันให้หายขาด:

  1. ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว: ใช้สบู่หรือเจลล้างหน้าที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือ Salicylic Acid (BHA) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตัน
  2. รักษาความสะอาด: อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังออกกำลังกายเพื่อไม่ให้เหงื่อหมักหมม
  3. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี: เลือกชุดชั้นในผ้าฝ้าย (Cotton) และหลีกเลี่ยงกางเกงที่รัดรูปเกินไป
  4. ประคบอุ่น: หากเป็นตุ่มนูนเจ็บ การประคบอุ่นจะช่วยให้ตุ่มหนองยุบตัวหรือระบายออกได้ง่ายขึ้น
  5. ปรึกษาแพทย์: หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ หรือเป็นฝีขนาดใหญ่ ควรพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะหรือทำการเลเซอร์กำจัดขนเพื่อลดการกลับมาเป็นซ้ำ (Butt Acne: Causes, Treatment and Prevention, Cleveland Clinic, 2023)

ทำความรู้จักกับ “สิวที่ก้น” และความแตกต่างจากตุ่มประเภทอื่น

สิวอุดตันและสิวอักเสบบริเวณแก้มก้น

สิวบริเวณแก้มก้นส่วนใหญ่มักไม่ใช่สิวแท้ แต่เกิดจากการอักเสบของรูขุมขน (Folliculitis) การสะสมของโปรตีนเคราติน (Keratosis Pilaris) หรือฝี (Boils)

สาเหตุและแนวทางการดูแลมีดังนี้:

  • สาเหตุหลัก: เกิดจากการเสียดสีของเสื้อผ้าที่รัดแน่น การสะสมของเหงื่อและความชื้นจากการนั่งนานๆ รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราในรูขุมขน
  • การรักษาเบื้องต้น:
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid เพื่อฆ่าเชื้อและผลัดเซลล์ผิว
    • ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังเสียดสีหรือมีเหงื่อออกมาก
    • ประคบอุ่นหากมีตุ่มบวมแดงและเจ็บเพื่อช่วยให้หนองระบายออกได้เอง
  • การป้องกัน: สวมกางเกงในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน และไม่ควรบีบหรือแกะสิวเพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อลึกขึ้นและทิ้งรอยดำ
  • เมื่อควรพบแพทย์: หากตุ่มมีขนาดใหญ่ เจ็บมาก มีไข้ หรือรักษาด้วยตัวเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะหรือทำการรักษาเฉพาะทาง (Butt Acne: Causes, Treatment and Prevention, Cleveland Clinic Health Essentials, 2023)

รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ที่มักเข้าใจผิดว่าเป็นสิว

รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) คือการอักเสบหรือติดเชื้อของรูขุมขนที่มักปรากฏเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองคล้ายสิว โดยมักมีอาการคันหรือเจ็บร่วมด้วย และมีสาเหตุหลักมาจากการระคายเคืองหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย

ข้อควรทราบเกี่ยวกับรูขุมขนอักเสบบริเวณสะโพกมีดังนี้:

  • ลักษณะอาการ: ตุ่มมักจะมีขนอยู่ตรงกลาง และอาจเกิดขึ้นจากการเสียดสีของเสื้อผ้าที่รัดรูป ความร้อน หรือความอับชื้นจากเหงื่อ
  • ความแตกต่างจากสิว: สิวจริงเกิดจากการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวตาย แต่รูขุมขนอักเสบเกิดจากการบาดเจ็บของรูขุมขน ซึ่งพบได้บ่อยกว่ามากในบริเวณสะโพก
  • การดูแลเบื้องต้น: สามารถใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Chlorhexidine เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และควรสวมใส่กางเกงผ้าฝ้ายที่ไม่รัดรูปเพื่อลดการเสียดสี
  • เมื่อควรพบแพทย์: หากตุ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น เจ็บมาก เป็นเรื้อรัง หรือมีอาการไข้ร่วมด้วย เนื่องจากอาจพัฒนาไปเป็นฝี (Boils) ที่ต้องได้รับการเจาะระบายหรือใช้ยาปฏิชีวนะ

ฝีหนองและตุ่มหนองบริเวณก้นที่ต้องระวัง

ฝีหนองและตุ่มหนองบริเวณก้นที่ต้องระวังคือตุ่มที่มีขนาดใหญ่ เจ็บปวดมาก หรือมีอาการติดเชื้อในระบบร่างกายร่วมด้วย เช่น มีไข้หรือหนาวสั่น ซึ่งเป็นสัญญาณของฝีลึก (Boils) หรือการอักเสบของเนื้อเยื่ออ่อนที่อาจแพร่กระจายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ด้วยการเจาะระบายหนองหรือใช้ยาปฏิชีวนะ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวและตุ่มบริเวณก้น

การเสียดสีจากเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป

การสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) เนื่องจากแรงเสียดสีและการกดทับอย่างต่อเนื่องจะไประคายเคืองรูขุมขนและทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เสื้อผ้าที่รัดแน่นมักกักเก็บเหงื่อและความชื้น ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อโรคและการอุดตันของรูขุมขนจนกลายเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนอง

ความอับชื้นจากเหงื่อและการนั่งนานๆ

ความอับชื้นจากเหงื่อและการนั่งนานๆ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการอักเสบของรูขุมขน (folliculitis) และตุ่มคล้ายสิวบริเวณก้น เนื่องจากเหงื่อที่สะสมจะสร้างสภาวะที่อุ่นและชื้น ซึ่งเมื่อรวมกับแรงกดทับจากการนั่งเป็นเวลานานจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองและรูขุมขนอุดตันได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สภาวะดังกล่าวยังส่งผลเสียต่อผิวหนังดังนี้:

  • การสะสมของแบคทีเรีย: ความชื้นทำให้แบคทีเรีย (เช่น Staphylococcus aureus) หรือเชื้อราเติบโตได้ดีและเข้าสู่รูขุมขนที่ระคายเคืองจนเกิดการติดเชื้อ
  • การเสียดสี: การนั่งนานๆ โดยเฉพาะในชุดที่รัดรูปหรือผ้าที่ไม่ระบายอากาศ จะเพิ่มการเสียดสีที่ทำลายเกราะป้องกันผิว
  • ตุ่มหนองและฝี: หากปล่อยให้เกิดการอุดตันและติดเชื้อรุนแรง อาจพัฒนาจากตุ่มแดงคันกลายเป็นฝีหนองที่เจ็บปวดได้

การสะสมของแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

การสะสมของแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้วเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รูขุมขนอุดตันและเกิดการติดเชื้อจนกลายเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองบริเวณก้น

แบคทีเรียบนผิวหนัง เช่น Staphylococcus aureus หรือเชื้อรา สามารถเข้าไปในรูขุมขนที่อุดตันและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ หากการติดเชื้อลุกลามลึกลงไปอาจกลายเป็นฝีที่เจ็บปวด การรักษาเบื้องต้นทำได้โดยการรักษาความสะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวที่ก้นได้โดยการเพิ่มการผลิตน้ำมันและการอักเสบในผิวหนัง แม้ว่าสิวที่เกิดจากฮอร์โมนโดยตรงในบริเวณก้นจะพบได้ไม่บ่อยเท่ากับบริเวณใบหน้าหรือแผ่นหลัง แต่ความผันผวนของฮอร์โมนแอนโดรเจนในช่วงวัยเจริญพันธุ์หรือรอบเดือนก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและการปะทุของสิวตามร่างกายได้ (Butt Acne Causes and Treatment, Verywell Health, 2025)

วิธีรักษาสิวที่ก้นด้วยตัวเองเบื้องต้น

การรักษาสิวที่ก้นด้วยตัวเองเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid เพื่อกำจัดแบคทีเรียและผลัดเซลล์ผิว

คุณสามารถดูแลรักษาอาการเบื้องต้นได้ตามขั้นตอนดังนี้:

  • ใช้ยารักษาสิว: ใช้เจลล้างหน้าหรือครีมที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide (2.5–10%) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือใช้ Salicylic Acid (BHA) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันของรูขุมขน
  • ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน: ล้างบริเวณก้นด้วยสบู่อ่อนๆ ที่ไม่มีน้ำหอมวันละครั้ง และหลีกเลี่ยงการขัดถูอย่างรุนแรงเพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น
  • ใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย: การล้างด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียหรือคลอเฮกซิดีน (Chlorhexidine) สามารถช่วยลดการสะสมของเชื้อ Staph และยีสต์ที่เป็นสาเหตุของรูขุมขนอักเสบได้
  • ประคบอุ่น: หากมีตุ่มบวมแดงหรือเจ็บ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบประมาณ 10–15 นาที วันละหลายครั้ง เพื่อช่วยให้ตุ่มหนองยุบตัวหรือระบายออกได้เองตามธรรมชาติ
  • ห้ามบีบหรือแกะ: การบีบสิวที่ก้นจะทำให้แบคทีเรียถูกดันลึกเข้าสู่ผิวหนังมากขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและทำให้เกิดรอยดำหรือแผลเป็น

การใช้ยาทาสิวกลุ่ม Benzoyl Peroxide และกรดซาลิไซลิก (BHA)

การใช้ยาทาสิวกลุ่ม Benzoyl Peroxide และกรดซาลิไซลิก (BHA) สามารถช่วยรักษาตุ่มคล้ายสิวบริเวณก้นได้ โดย Benzoyl Peroxide มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบของรูขุมขน ส่วนกรดซาลิไซลิกจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและสลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน ซึ่งควรเริ่มต้นใช้ในความเข้มข้นต่ำและทามอยส์เจอไรเซอร์ควบคู่กันเพื่อป้องกันผิวแห้งลอก (Butt Acne: Causes, Treatment and Prevention, Cleveland Clinic Health Essentials, 2023)

การสครับผิวอย่างอ่อนโยนเพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน

การสครับผิวอย่างอ่อนโยนช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเพื่อป้องกันการอุดตันของรูขุมขนและรูขุมขนอักเสบ โดยมีรายละเอียดและวิธีการที่ถูกต้องดังนี้:

  • วิธีการสครับ: ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ หรือผลิตภัณฑ์สครับสูตรอ่อนโยนขัดเบาๆ ขณะอาบน้ำวันละครั้ง
  • ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการขัดถูที่รุนแรงเกินไป เพราะจะทำให้ผิวระเบิดความระคายเคืองและทำให้อาการแย่ลง
  • ทางเลือกอื่น: สามารถใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของกรดแลคติก (Lactic acid) หรือกรดไกลโคลิก (Glycolic acid) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวทางเคมีให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ (How to Get Rid of Butt Acne: Proven Tips and Treatments, Health, 2025)

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียหรือยาฆ่าเชื้อจะช่วยลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) บริเวณสะโพกได้

การทำความสะอาดด้วยสบู่ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือน้ำยาฆ่าเชื้อคลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) ความเข้มข้น 4% วันละสองครั้ง สามารถช่วยควบคุมเชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส (Staph) และเชื้อราที่เป็นสาเหตุของตุ่มแดงหรือตุ่มหนอง ทั้งนี้ควรใช้ผ้าเช็ดตัวที่สะอาดซับผิวให้แห้งทุกครั้งหลังล้างเพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ (How Can I Get Rid of Butt Acne Fast?, GoodRx Health, 2024)

เมื่อไหร่ที่ควรเลิกรักษาเองและไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ?

คุณควรไปพบแพทย์หากการรักษาด้วยตนเองไม่เห็นผลภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือเมื่อมีอาการรุนแรง เช่น ตุ่มมีขนาดใหญ่มาก เจ็บปวดอย่างรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการบวมแดงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระดับลึกที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือการเจาะระบายหนองโดยผู้เชี่ยวชาญ (Butt Acne: Causes, Treatment and Prevention, Cleveland Clinic Health Essentials, 2023)

แนวทางการรักษาทางการแพทย์เพื่อแก้ปัญหาสิวที่ก้นและรอยดำ

การทำเลเซอร์รักษาสิวและลดรอยดำที่ก้น

การทำเลเซอร์สามารถช่วยรักษาสิวที่ก้นและลดรอยดำได้โดยการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและกำจัดต้นเหตุของการอักเสบ

การรักษาด้วยเลเซอร์และแสงบำบัดมีรายละเอียดดังนี้:

  • การลดรอยดำและแผลเป็น: แพทย์ผิวหนังมักใช้เลเซอร์แบบ Fractional เพื่อสร้างแผลขนาดเล็กระดับไมโครเพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ซึ่งช่วยลดรอยดำที่เกิดจากการอักเสบ (Post-inflammatory hyperpigmentation) โดยการทำลายเม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่
  • การกำจัดขนด้วยเลเซอร์: สำหรับผู้ที่มีปัญหา รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) เรื้อรัง การกำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์ (เช่น Nd:YAG) จะช่วยลดโอกาสที่ขนจะคุดหรือติดเชื้อ ซึ่งเป็นการลดการอักเสบของรูขุมขนในระยะยาว
  • การปรับสภาพผิว: เลเซอร์ช่วยให้ผิวที่เคยขรุขระเรียบเนียนขึ้น แต่อาจต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันผลข้างเคียง เช่น สีผิวเปลี่ยนชั่วคราว โดยเฉพาะในผู้ที่มีสีผิวเข้ม (Pimples on the Buttocks: Folliculitis, Keratosis Pilaris, and Pigmentation, Clínica Tufet, 2023)

การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling) โดยผู้เชี่ยวชาญ

การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีโดยผู้เชี่ยวชาญช่วยรักษาสิวที่ก้นและลดรอยดำโดยการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกออกเพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่

กระบวนการนี้มีรายละเอียดและประโยชน์ที่สำคัญดังนี้:

  • การทำงาน: แพทย์ผิวหนังจะใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง เช่น กรดไกลโคลิก (Glycolic acid), กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) หรือกรดไตรโคลโรอะเซติก (Trichloroacetic acid) เพื่อลอกผิวชั้นนอกอย่างเป็นระบบ
  • ประโยชน์: ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน รักษาสิวหรือรูขุมขนอักเสบที่กำลังเป็นอยู่ และช่วยให้รอยดำจากสิว (Post-inflammatory hyperpigmentation) หรือรอยแผลเป็นจางลงได้เร็วขึ้น
  • ผลลัพธ์: การทำทรีตเมนต์อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวบริเวณก้นเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นมากกว่าการใช้สครับหรือครีมบำรุงทั่วไปที่บ้าน (Pimples on the Buttocks: Folliculitis, Keratosis Pilaris, and Pigmentation, Clínica Tufet, 2023)

การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรง

หากมีการติดเชื้อรุนแรง แพทย์มักจะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะทั้งในรูปแบบยาทาและยารับประทานเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุ

การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมีรายละเอียดดังนี้:

  • ยาปฏิชีวนะชนิดทา: เช่น คลินดามัยซิน (Clindamycin) หรือกรดฟูซิดิก (Fusidic acid) ใช้สำหรับทาบริเวณที่เป็นรูขุมขนอักเสบเฉพาะจุด
  • ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน: เช่น ยากลุ่มเตตราไซคลีน (Tetracyclines) หรือเซฟาเลกซิน (Cephalexin) ใช้ในกรณีที่มีการติดเชื้อเป็นวงกว้างหรือมีการติดเชื้อในชั้นผิวหนังที่ลึกขึ้น
  • การรักษาฝี: หากมีการก่อตัวเป็นฝี (Abscess) แพทย์อาจต้องทำการผ่าเพื่อระบายหนองออก (Incision and drainage) ควบคู่ไปกับการใช้ยาปฏิชีวนะ (How to Get Rid of Butt Acne: Proven Tips and Treatments, Health, 2025)

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาสิวที่ก้นผิดวิธี

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือการไม่บีบหรือแกะตุ่มบริเวณก้น เพราะจะทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังลึกขึ้นจนกลายเป็นฝีหรือการติดเชื้อที่รุนแรงได้

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังจากการรักษาที่ผิดวิธีมีดังนี้:

  • การบีบหรือแกะตุ่ม: เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยดำและแผลเป็นถาวร รวมถึงทำให้การอักเสบแพร่กระจายกว้างขึ้น
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงเกินไป: การขัดผิวอย่างรุนแรงหรือการใช้ยาแต้มสิวในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ปราการผิวเสียหาย เกิดอาการผิวแห้งลอก แดง ระคายเคือง หรือเกิดผิวอักเสบจากสารเคมีได้
  • การรักษาฝีด้วยตัวเอง: ห้ามเจาะหรือระบายหนองจากฝีขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง เนื่องจากอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดหรือเนื้อเยื่อส่วนลึก ซึ่งควรได้รับการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

วิธีป้องกันสิวที่ก้นไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำเพื่อผิวเนียนใสระยะยาว

การป้องกันสิวที่ก้นไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำทำได้โดยการรักษาความสะอาดและลดการระคายเคืองของรูขุมขน

คุณสามารถดูแลผิวบริเวณก้นให้เนียนใสในระยะยาวได้ตามขั้นตอนดังนี้:

  • สวมชุดชั้นในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี: เลือกใช้ผ้าฝ้ายแทนผ้าสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์หรือไนลอน เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทและไม่อับชื้น ซึ่งจะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและการอักเสบของรูขุมขน
  • รักษาความสะอาดทันทีหลังเสียเหงื่อ: ควรอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อทันทีหลังออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้คราบเกลือและแบคทีเรียเข้าไปอุดตันรูขุมขน
  • หลีกเลี่ยงการนั่งนานและการเสียดสี: พยายามลุกขึ้นยืนหรือเดินพักเป็นระยะเพื่อลดแรงกดทับ และหลีกเลี่ยงการสวมกางเกงที่รัดแน่นจนเกินไปซึ่งจะทำให้เกิดการเสียดสีกับผิวหนัง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสม: อาจใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงทาโลชั่นกลุ่ม AHA เพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียนและลดจุดด่างดำ (Butt Acne: Causes, Treatment and Prevention, Cleveland Clinic Health Essentials, 2023)

การเลือกสวมใส่กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี

การเลือกสวมใส่กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดีช่วยป้องกันการเกิดสิวที่ก้นได้โดยการลดการสะสมของเหงื่อและความร้อน

การสวมใส่ผ้าฝ้าย (Cotton) มีประโยชน์ต่อผิวหนังบริเวณก้นดังนี้:

  • ช่วยให้อากาศถ่ายเท: ผ้าฝ้ายช่วยให้ผิวหนังหายใจได้สะดวกและไม่อับชื้น ต่างจากผ้าสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์หรือไนลอนที่มักกักเก็บเหงื่อไว้แนบเนื้อ
  • ลดการระคายเคือง: ช่วยลดการเสียดสีและการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis)
  • ยับยั้งแบคทีเรีย: เมื่อผิวหนังแห้งและไม่อับชื้น โอกาสที่แบคทีเรียหรือเชื้อราจะเจริญเติบโตจนเกิดการติดเชื้อก็น้อยลง

การรักษาความสะอาดหลังออกกำลังกายหรือมีเหงื่อออกมาก

การอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อทันทีหลังออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันรูขุมขนอักเสบ

การปล่อยให้เหงื่อแห้งและหมักหมมอยู่บนผิวหนังเป็นเวลานานจะเพิ่มโอกาสในการเกิดการอักเสบของรูขุมขน (Folliculitis) เนื่องจากเหงื่อและความชื้นเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการเติบโตของแบคทีเรียและเกลือที่อาจระคายเคืองผิว คุณควรปฏิบัติดังนี้:

  • ทำความสะอาดทันที: ใช้สบู่อ่อนๆ ล้างคราบเหงื่อและแบคทีเรียออกให้หมด
  • เช็ดตัวให้แห้ง: ใช้ผ้าสะอาดซับผิวให้แห้งสนิทก่อนสวมเสื้อผ้าใหม่
  • ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง: สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเกิดสิวที่ก้นง่าย อาจใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเพื่อช่วยป้องกันการอุดตัน

การปรับพฤติกรรมการนั่งเพื่อลดการกดทับและเสียดสี

การปรับพฤติกรรมการนั่งเพื่อลดการกดทับและเสียดสีทำได้โดยการหยุดพักจากการนั่งเป็นระยะและเลือกใช้เบาะรองนั่งที่นุ่มสบาย

คุณควรหลีกเลี่ยงการนั่งในท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่แข็ง เนื่องจากแรงกดทับและการเสียดสีอย่างต่อเนื่องจะทำให้รูขุมขนบริเวณก้นเกิดการระคายเคืองและอักเสบจนกลายเป็นตุ่มคล้ายสิวหรือรูขุมขนอักเสบได้ การลุกขึ้นยืนหรือเดินเล่นเป็นช่วงสั้นๆ จะช่วยลดความร้อนและความชื้นสะสม รวมถึงการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายซึ่งระบายอากาศได้ดีและไม่รัดรูปจนเกินไปจะช่วยลดแรงเสียดทานเชิงกลที่เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ

สิวที่ก้น infographic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวที่ก้น

สิวที่ก้นสามารถหายเองได้หรือไม่?

สิวที่ก้นสามารถหายเองได้ในกรณีที่เป็นเพียงตุ่มรูขุมขนอักเสบ (folliculitis) หรือสิวที่มีอาการไม่รุนแรง โดยตุ่มขนาดเล็กมักจะยุบตัวลงและหายไปเองภายในไม่กี่วันหากรักษาความสะอาดและทำให้ผิวบริเวณนั้นแห้งอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่รุนแรง มีอาการเรื้อรัง หรือไม่ดีขึ้นหลังจากดูแลตัวเองไปแล้ว 2 สัปดาห์ อาจจำเป็นต้องใช้ยารักษาหรือปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันการลุกลาม (How to Get Rid of Butt Acne: Proven Tips and Treatments, Health, 2025)

การบีบสิวที่ก้นอันตรายไหมและส่งผลอย่างไร?

การบีบสิวที่ก้นเป็นอันตรายและไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อผิวหนังดังนี้:

  • ทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น: การบีบหรือเค้นจะผลักดันแบคทีเรียและสิ่งสกปรกให้ลึกลงไปในชั้นผิวหนังมากขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนจากตุ่มสิวธรรมดาให้กลายเป็นฝีหนองขนาดใหญ่หรือเกิดการอักเสบที่รุนแรงกว่าเดิม
  • เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำและแผลเป็น: แรงกดจากการบีบสร้างความบอบช้ำให้กับเนื้อเยื่อ นำไปสู่การทิ้งรอยดำ (Post-inflammatory hyperpigmentation) ที่รักษายากหรือเกิดแผลเป็นถาวร
  • การแพร่กระจายของเชื้อโรค: มือและนิ้วมืออาจนำพาแบคทีเรียใหม่ๆ เข้าสู่แผล ทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน (Butt Acne: Causes, Treatment and Prevention, Cleveland Clinic Health Essentials, 2023)

ใช้อะไรทาให้ก้นขาวเนียนและลดรอยสิวได้บ้าง?

การทำให้ผิวบริเวณก้นขาวเนียนและลดรอยสิวสามารถทำได้โดยการใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิวและสารทำให้ผิวขาว เช่น กรดอัลฟาไฮดรอกซี (AHA) อย่างกรดไกลโคลิกหรือกรดแลกติกเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดรอยดำอย่างอ่อนโยน สำหรับรอยสิวที่ฝังลึก แพทย์ผิวหนังอาจแนะนำให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) หรือเรตินอยด์ (Retinoids) เพื่อเร่งการผลัดเซลล์และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ นอกจากนี้ การทำทรีตเมนต์โดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peels) หรือการทำเลเซอร์ (Laser treatments) ก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดเม็ดสีส่วนเกินและทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว (Pimples on the Buttocks: Folliculitis, Keratosis Pilaris, and Pigmentation, Clínica Tufet, 2023)

นั่งนานๆ ทำให้เป็นสิวที่ก้นจริงหรือไม่?

การนั่งเป็นเวลานานสามารถทำให้เกิดตุ่มคล้ายสิวที่ก้นได้จริง โดยมีสาเหตุทางอ้อมจากการสะสมของความร้อน เหงื่อ และแรงเสียดทาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเข้าไประคายเคืองรูขุมขนจนเกิดการอักเสบที่เรียกว่า รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือไม่ระบายอากาศ แรงกดทับอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผิวหนังบริเวณก้นถูกปิดกั้นและเกิดความชื้น ส่งผลให้แบคทีเรียเติบโตได้ง่ายและนำไปสู่การเกิดตุ่มแดงหรือตุ่มหนองในที่สุด (Butt Acne: Causes, Treatment and Prevention, Cleveland Clinic Health Essentials, 2023)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
ตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) คืออะไร ช่วยรักษาหลุมสิวเนียนได้จริงไหม

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube