Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Lifting

Skinvive คืออะไร ดีไหม แตกต่างกับฟิลเลอร์ตัวอื่นอย่างไร?

Byadmin มีนาคม 2, 2026มีนาคม 2, 2026
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on มีนาคม 2, 2026
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน
Skinvive:ฟิลเลอร์งานผิว ฉ่ำวาว 9 เดือน/Microdroplets

Skinvive คือฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิดแบบ Microdroplets ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความเรียบเนียนให้ผิวฉ่ำวาวนานถึง 9 เดือน โดยผู้ป่วยกว่า 83% พึงพอใจกับผลลัพธ์สุขภาพผิวที่ดีขึ้นหลังการรักษา

Table of Contents

Toggle
  • Skinvive ช่วยเรื่องอะไรบ้างและคุ้มค่ากับการฉีดหรือไม่?
  • ทำความรู้จัก Skinvive by Juvederm นวัตกรรม Microdroplets เพื่อผิวคุณภาพดี
    • Skinvive คือฟิลเลอร์ประเภทไหน?
    • ส่วนผสมหลักของ Hyaluronic Acid (HA) ใน Skinvive
    • กลไกการทำงานแบบ Microdroplets เพื่อความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิว
  • ผลลัพธ์และข้อดีของการฉีด Skinvive ที่แตกต่างจาก Skin Booster ทั่วไป
    • ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว กระชับรูขุมขน และปรับผิวให้เรียบเนียน
    • ผลลัพธ์หลังฉีด Skinvive อยู่ได้นานกี่เดือน?
    • Skinvive ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง? (ใบหน้า, ใต้ตา, ลำคอ)
  • เปรียบเทียบ Skinvive vs Juvelook vs Sculptra เลือกตัวไหนดีที่เหมาะกับผิวคุณ?
    • Skinvive กับ Juvelook ต่างกันอย่างไร?
    • Skinvive กับ Sculptra ช่วยเรื่องงานผิวต่างกันอย่างไร?
  • ขั้นตอนการเตรียมตัวและวิธีเช็ค Skinvive ของแท้เพื่อความปลอดภัย
    • วิธีเช็ค Skinvive ของแท้จากบริษัท Allergan
    • การดูแลตัวเองหลังฉีด Skinvive และรอยเข็มกี่วันหาย?
  • ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีด Skinvive
    • ใครที่ไม่ควรฉีด Skinvive? (ข้อห้ามและคำแนะนำ)
    • อาการข้างเคียงปกติที่พบได้หลังทำ
  • ราคาและโปรโมชั่น Skinvive 1 กล่อง มีกี่ CC?
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Skinvive
    • Skinvive ฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน?
    • Skinvive ฉีดใต้ตาได้ไหม ช่วยเรื่องรอยคล้ำหรือไม่?
    • Skinvive ต่างจากฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึกอย่างไร?
    • ฉีด Skinvive เจ็บไหม และต้องแปะยาชาหรือไม่?

Skinvive ช่วยเรื่องอะไรบ้างและคุ้มค่ากับการฉีดหรือไม่?

Skinvive ช่วยปรับปรุงความเรียบเนียนของผิวบริเวณแก้มและเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายในด้วยไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) โดยมีรายละเอียดและข้อพิจารณาความคุ้มค่าดังนี้:

ประโยชน์หลักของ Skinvive:

  • ความเรียบเนียน: ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และทำให้ผิวบริเวณแก้มดูเรียบเนียนขึ้น ซึ่งผลลัพธ์นี้สามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน
  • ความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว: เพิ่มระดับความชุ่มชื้นในชั้นผิว (Hydration) ส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดีและรูขุมขนดูดีขึ้น โดยผู้ป่วยกว่า 83% พึงพอใจกับลักษณะผิวที่ดูสุขภาพดีหลังฉีด 6 เดือน
  • ความสะดวก: มีส่วนผสมของยาชาลิโดเคน 0.3% เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด

ข้อพิจารณาด้านความคุ้มค่า:

  • จำนวนที่ใช้: การรักษาให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดมักใช้ประมาณ 4.0 มล. (ประมาณ 2 กล่อง) และอาจต้องมีการฉีดซ้ำ (Touch-up) หลังจากฉีดครั้งแรก 1 เดือน
  • ระยะเวลาของผลลัพธ์: ผลลัพธ์ส่วนใหญ่คงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งหมายความว่าต้องมีการฉีดบำรุงรักษาเป็นระยะเพื่อคงสภาพผิว
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น: อาจมีอาการแดง บวม หรือเป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งมักหายไปเองภายใน 7 วัน แต่ควรฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย (Skinvive by Juvederm, FDA PMA record, 2026)

ทำความรู้จัก Skinvive by Juvederm นวัตกรรม Microdroplets เพื่อผิวคุณภาพดี

Skinvive คือฟิลเลอร์ประเภทไหน?

Skinvive คือฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) แบบเจลที่มีการเชื่อมโยงข้ามสาย (crosslinked) ออกแบบมาเพื่อฉีดในชั้นผิวหนังแท้ (intradermal) โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นให้กับผิวบริเวณแก้ม ไม่ใช่เพื่อการปรับรูปหน้าหรือเพิ่มปริมาตรเหมือนฟิลเลอร์รุ่นอื่น ตัวผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น 12 มก./มล. และผสมยาชาลิโดเคน 0.3% เพื่อลดความเจ็บปวดขณะฉีด

ส่วนผสมหลักของ Hyaluronic Acid (HA) ใน Skinvive

ส่วนผสมหลักของ Skinvive คือไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) แบบเชื่อมโยงข้าม (crosslinked) ที่มีความเข้มข้น 12 มก./มล. โดยตัวผลิตภัณฑ์เป็นเจลใสที่มีส่วนผสมของยาชาลิโดเคน (lidocaine) เข้มข้น 0.3% เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด และผลิตโดยใช้เชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ Streptococcus

กลไกการทำงานแบบ Microdroplets เพื่อความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิว

กลไกการทำงานแบบ Microdroplets คือการฉีดกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ปริมาณน้อยมากเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความเรียบเนียนของผิวโดยตรง

รายละเอียดที่สำคัญของกลไกนี้ประกอบด้วย:

  • เทคนิคการฉีด: ใช้ปริมาณเพียง 0.01–0.05 มล. ต่อจุด โดยเว้นระยะห่างประมาณ 0.5–1 ซม. ทั่วบริเวณแก้ม
  • การเพิ่มความชุ่มชื้น: ตัวยาจะเข้าไปจับกับน้ำใต้ชั้นผิว ซึ่งจากการศึกษาพบว่าค่าความชุ่มชื้น (MoistureMeterD) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนแรกหลังการรักษา
  • ผลลัพธ์ด้านผิวสัมผัส: ช่วยปรับปรุงความเรียบเนียนของผิว (Cheek smoothness) และลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็กๆ โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนในผู้ป่วยส่วนใหญ่

ผลลัพธ์และข้อดีของการฉีด Skinvive ที่แตกต่างจาก Skin Booster ทั่วไป

ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว กระชับรูขุมขน และปรับผิวให้เรียบเนียน

Skinvive ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูฉ่ำวาว กระชับรูขุมขน และปรับผิวบริเวณแก้มให้เรียบเนียนได้นานถึง 6 เดือน โดยมีรายละเอียดและกลไกการทำงานดังนี้:

  • ความฉ่ำวาวและชุ่มชื้น: ผลิตภัณฑ์นี้ใช้เทคนิค Microdroplet ฉีดกรดไฮยาลูโรนิก (HA) เข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในผิวอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลการศึกษาพบว่าผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อลักษณะผิวที่ดูสุขภาพดีถึง 83% หลังการรักษา 6 เดือน
  • การกระชับรูขุมขน: จากการประเมินพบว่าผู้เข้ารับการรักษามีความพึงพอใจต่อลักษณะรูขุมขนที่ดีขึ้น โดยมีอัตราความพึงพอใจอยู่ที่ 81% ในเดือนแรก และ 69% เมื่อผ่านไป 6 เดือน
  • ความเรียบเนียน: Skinvive ได้รับการรับรองให้ใช้เพื่อปรับปรุงความเรียบเนียนของผิวบริเวณแก้มในผู้ใหญ่ โดยช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และปรับเนื้อผิวให้ละเอียดขึ้น

ผลลัพธ์หลังฉีด Skinvive อยู่ได้นานกี่เดือน?

ผลลัพธ์จากการฉีด Skinvive โดยส่วนใหญ่จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน โดยจากการศึกษาทางคลินิกพบว่าอัตราการตอบสนองต่อการรักษา (responder rate) ยังคงอยู่ที่ประมาณ 55.6% เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 6 และมักจำเป็นต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพผลลัพธ์เอาไว้

Skinvive ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง? (ใบหน้า, ใต้ตา, ลำคอ)

Skinvive ได้รับการรับรองให้ฉีดบริเวณแก้ม (cheeks) เพื่อเพิ่มความเรียบเนียนของผิวเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดการใช้งานในบริเวณต่าง ๆ ดังนี้:

  • ใบหน้า (บริเวณแก้ม): เป็นบริเวณเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA (US on-label) เพื่อปรับปรุงความเรียบเนียนของผิวแก้มในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป
  • ลำคอ: ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัย (investigational) แม้จะมีการยื่นขออนุมัติสำหรับรอยย่นบริเวณลำคอ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างเป็นทางการในรายการผลิตภัณฑ์ของ FDA ณ ต้นปี 2026
  • ใต้ตา: ไม่ใช่บริเวณที่ได้รับการรับรอง (off-label) และมีรายงานผลข้างเคียงจากการฉีดบริเวณนี้ เช่น อาการบวม แดง หรือปัญหาด้านการมองเห็น ซึ่งควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

Skinvive:ฟิลเลอร์งานผิว ฉ่ำวาว 9 เดือน/Microdroplets Infographic

เปรียบเทียบ Skinvive vs Juvelook vs Sculptra เลือกตัวไหนดีที่เหมาะกับผิวคุณ?

การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่คุณต้องการ โดย Skinvive เหมาะสำหรับการเติมความชุ่มชื้นและปรับผิวให้เรียบเนียน ส่วน Juvelook และ Sculptra เหมาะสำหรับการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างผิวและริ้วรอย

คุณสามารถพิจารณาเลือกตามจุดประสงค์หลักได้ดังนี้:

  • Skinvive: เป็น Hyaluronic Acid (HA) แบบฉีดเข้าชั้นผิวหนังโดยตรง (Intradermal) เน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น (Hydration) และความฉ่ำวาว (Glow) ผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจนในเดือนแรกและอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน
  • Juvelook: เป็นการผสมผสานระหว่าง PDLLA และ HA ทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำทันทีจากตัวนำเจล และเน้นการปรับปรุงเนื้อผิว (Texture) หรือรอยแผลเป็นในระยะยาว
  • Sculptra: เป็นสารกลุ่ม PLLA ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือการสูญเสียปริมาตรใบหน้า โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในเวลาหลายสัปดาห์และอาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี
คุณสมบัติ Skinvive Juvelook Sculptra
กลไกหลัก เติมความชุ่มชื้นด้วย HA กระตุ้นคอลลาเจน (PDLLA + HA) กระตุ้นคอลลาเจน (PLLA)
ผลลัพธ์เด่น ผิวเรียบเนียน ฉ่ำวาว ปรับเนื้อผิว ลดริ้วรอยเล็กๆ ยกกระชับ เพิ่มวอลลุ่มใบหน้า
ระยะเวลาผลลัพธ์ ประมาณ 6 เดือน เน้นการฟื้นฟูระยะยาว สูงสุดประมาณ 2 ปี (Skinvive Deep Research for China, United States, Singapore, Switzerland, 2025)

Skinvive กับ Juvelook ต่างกันอย่างไร?

Skinvive และ Juvelook แตกต่างกันที่กลไกการทำงานและส่วนประกอบหลัก โดย Skinvive เน้นการเติมความชุ่มชื้นด้วยไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ในขณะที่ Juvelook เน้นการกระตุ้นคอลลาเจน

ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดมีดังนี้:

  • ส่วนประกอบและกลไกการทำงาน: Skinvive เป็นเจลไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) แบบเชื่อมโยง (crosslinked) ที่ใช้เทคนิคฉีดแบบไมโครดรอปเล็ต (microdroplet) เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความเรียบเนียนโดยตรง ส่วน Juvelook มีส่วนประกอบของ PDLLA (Poly-D,L-lactic acid) ผสมกับ HA ซึ่งเน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อปรับปรุงเนื้อผิวในระยะยาว
  • วัตถุประสงค์การใช้: Skinvive เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความฉ่ำวาว (glow) และความเรียบเนียนของผิวบริเวณแก้ม ส่วนผลิตภัณฑ์กลุ่ม PDLLA อย่าง Juvelook มักใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเนื้อผิว รอยแผลเป็น หรือริ้วรอยที่เกิดจากการขาดคอลลาเจน
  • ระยะเวลาของผลลัพธ์: ผลลัพธ์ของ Skinvive โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ในขณะที่สารกระตุ้นทางชีวภาพ (biostimulators) อย่างกลุ่ม PLLA/PDLLA อาจให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย

Skinvive กับ Sculptra ช่วยเรื่องงานผิวต่างกันอย่างไร?

Skinvive และ Sculptra มีความแตกต่างกันที่กลไกการทำงาน โดย Skinvive เน้นการเติมความชุ่มชื้นจากภายใน ส่วน Sculptra เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดมีดังนี้:

  • Skinvive: เป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) แบบโมเลกุลเล็กที่ฉีดเข้าในชั้นผิวหนังแท้ (Intradermal) เพื่อเพิ่มความฉ่ำวาว ความเรียบเนียน และความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าโดยตรง ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน
  • Sculptra: เป็นสารกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งจัดเป็นสารกระตุ้นชีวภาพ (Biostimulator) ทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างผิว แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยลึก โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นและอาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี

การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับเป้าหมาย หากต้องการงานผิวที่ดูโกลว์และชุ่มชื้นทันทีจะเหมาะกับ Skinvive แต่หากต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและคุณภาพผิวในระยะยาวจะเหมาะกับ Sculptra มากกว่า (Selection logic (skin-type/goal), 2023)

ขั้นตอนการเตรียมตัวและวิธีเช็ค Skinvive ของแท้เพื่อความปลอดภัย

วิธีเช็ค Skinvive ของแท้จากบริษัท Allergan

การตรวจสอบ Skinvive ของแท้ต้องดำเนินการผ่านสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน โดยมีรายละเอียดและข้อควรระวังดังนี้:

  • สถานพยาบาลและผู้เชี่ยวชาญ: ผลิตภัณฑ์ต้องถูกสั่งซื้อและฉีดโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น โดยในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศมีการควบคุมห้ามจำหน่ายให้บุคคลทั่วไป
  • บรรจุภัณฑ์: ตรวจสอบว่ากล่องและซีลอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีการเปิดหรือชำรุดก่อนการใช้งาน โดยหนึ่งกล่องมาตรฐานจะบรรจุไซริงค์ขนาด 1.0 มล. จำนวน 2 แท่ง
  • ลักษณะของเจล: เนื้อเจลต้องมีความใส สะอาด และเป็นเนื้อเดียวกัน หากพบว่าเจลมีความขุ่นหรือมีการแยกชั้นห้ามนำมาใช้งานโดยเด็ดขาด
  • แหล่งที่มา: หลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์หรือร้านค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ เนื่องจากเสี่ยงต่อการได้รับของปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน (Skinvive by Juvederm, Allergan Aesthetics, 2025)

การดูแลตัวเองหลังฉีด Skinvive และรอยเข็มกี่วันหาย?

หลังฉีด Skinvive ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าประมาณ 12 ชั่วโมง และงดออกกำลังกายหนัก ความร้อน แสงแดด รวมถึงแอลกอฮอล์ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแดง บวม หรือคันที่อาจรุนแรงขึ้น โดยมีรายละเอียดการดูแลและระยะเวลาพักฟื้นดังนี้:

  • การดูแลหลังทำ: สามารถประคบเย็นด้วยแรงกดเบาๆ เพื่อช่วยลดอาการบวมและปวดได้
  • ระยะเวลาที่รอยเข็มและอาการข้างเคียงจะหาย: รอยเข็มและปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีดส่วนใหญ่จะหายไปภายใน 7 วันหรือน้อยกว่านั้น อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคงอยู่ได้นานกว่า 30 วัน ซึ่งหากมีอาการผิดปกติหรือเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีด Skinvive

ใครที่ไม่ควรฉีด Skinvive? (ข้อห้ามและคำแนะนำ)

บุคคลที่ไม่ควรฉีด Skinvive คือผู้ที่มีประวัติแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis) มีอาการแพ้หลายอย่างที่รุนแรง หรือแพ้โปรตีนจากแบคทีเรียแกรมบวกและยาชาลิโดเคน

ข้อห้ามและคำแนะนำที่สำคัญมีดังนี้:

  • ข้อห้ามใช้: ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบในตัวยาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกรดไฮยาลูโรนิกและยาชาลิโดเคน (0.3%)
  • คำเตือนเรื่องความปลอดภัย: ต้องไม่ฉีดเข้าสู่หลอดเลือดโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การมองเห็นผิดปกติ ตาบอด โรคหลอดเลือดสมอง หรือเนื้อเยื่อตาย
  • การดูแลหลังฉีด: ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าประมาณ 12 ชั่วโมง และภายใน 24 ชั่วโมงแรกควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก การสัมผัสความร้อน แสงแดด และการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการบวมและคัน
  • การตรวจสอบความปลอดภัย: ควรรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมเท่านั้น และตรวจสอบว่าบรรจุภัณฑ์ไม่มีรอยเปิดหรือเสียหายก่อนใช้งาน

อาการข้างเคียงปกติที่พบได้หลังทำ

อาการข้างเคียงปกติที่พบได้บ่อยที่สุดคือรอยแดง ตุ่มนูน การบวม รอยช้ำ และอาการปวดหรือกดเจ็บในบริเวณที่ฉีด โดยส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะมีระดับความรุนแรงเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง และมักจะหายไปเองภายในระยะเวลา 7 วันหลังการรักษา

ราคาและโปรโมชั่น Skinvive 1 กล่อง มีกี่ CC?

Skinvive 1 กล่อง มีปริมาณรวมทั้งหมด 2.0 cc โดยภายในกล่องจะประกอบด้วยไซริงค์ที่บรรจุเจลไฮยาลูรอนิกแอซิดขนาด 1.0 ml จำนวน 2 แท่ง พร้อมเข็มและฉลากระบุล็อตสินค้าและวันหมดอายุ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Skinvive

Skinvive ฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน?

การฉีด Skinvive อาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด โดยในการศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองส่วนใหญ่หรือประมาณ 73% จำเป็นต้องรับการฉีดซ้ำ (touch-up) หลังจากฉีดครั้งแรกไปแล้ว 1 เดือน เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายที่วางไว้

Skinvive ฉีดใต้ตาได้ไหม ช่วยเรื่องรอยคล้ำหรือไม่?

Skinvive ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อฉีดบริเวณใต้ตา และยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าช่วยเรื่องรอยคล้ำใต้ตาได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุมัติจาก FDA ให้ใช้สำหรับเพิ่มความเรียบเนียนของผิวบริเวณแก้มเท่านั้น การฉีดใต้ตาถือเป็นการใช้งานนอกเหนือจากที่ระบุในฉลาก (off-label) ซึ่งมีรายงานผลข้างเคียงจากการเฝ้าระวังหลังการจำหน่าย เช่น อาการบวม แดง หรือปัญหาเกี่ยวกับดวงตา นอกจากนี้ รอยคล้ำใต้ตามักเกิดจากเม็ดสีหรือเส้นเลือด ซึ่งการเติมความชุ่มชื้นด้วยไฮยาลูโรนิกเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด (Skinvive by Juvederm, FDA PMA record, 2026)

Skinvive ต่างจากฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึกอย่างไร?

Skinvive แตกต่างจากฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึกที่วัตถุประสงค์การใช้งาน โดยเน้นการเพิ่มความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนังแท้ (intradermal) แทนการเพิ่มปริมาตรหรือปรับโครงสร้างใบหน้า

ข้อแตกต่างที่สำคัญมีดังนี้:

  • วัตถุประสงค์: Skinvive ถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงความละเอียดของผิว (skin quality) และความชุ่มชื้น ในขณะที่ฟิลเลอร์ทั่วไปมักใช้เพื่อเติมเต็มร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่มในชั้นผิวที่ลึกกว่า
  • เทคนิคการฉีด: ใช้เทคนิค Microdroplet โดยฉีดปริมาณน้อยมาก (0.01–0.05 มล. ต่อจุด) กระจายตัวในชั้นผิวหนังแท้
  • ผลลัพธ์: เน้นความฉ่ำวาว (glow) และความเรียบเนียนของผิวบริเวณแก้ม ซึ่งผลลัพธ์จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน (Skinvive targets intradermal smoothness/hydration; many aesthetic fillers are injected deeper for contour/volume, 2025)

ฉีด Skinvive เจ็บไหม และต้องแปะยาชาหรือไม่?

การฉีด Skinvive มีความเจ็บในระดับปานกลาง (คะแนนเฉลี่ย 3 จาก 10) และสามารถใช้ยาชาแบบทาควบคู่ไปด้วยได้ เนื่องจากตัวผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของยาชาลิโดเคน (Lidocaine) 0.3% เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาแบบทา (Topical lidocaine cream) หรือวิธีการระงับปวดอื่นๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสม และในขั้นตอนการฉีดควรเวียนรอประมาณ 3 วินาทีหลังการฉีดจุดแรกเพื่อให้ยาชาในเนื้อเจลเริ่มออกฤทธิ์

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
ฟิลเลอร์กรอบหน้า Jawline ช่วยอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube