ตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) คืออะไร ช่วยรักษาหลุมสิวเนียนได้จริงไหม

การตัดพังผืดหลุมสิว หรือ Subcision เป็นวิธีรักษาหลุมสิวที่มีประสิทธิภาพสูงโดยการใช้เข็มเซาะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ดึงรั้งผิวเพื่อให้ผิวฟูขึ้น ซึ่งมักเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังการรักษาประมาณ 3 ถึง 6 ครั้ง
ตัดพังผืดหลุมสิวดีไหม และเหมาะกับลักษณะหลุมสิวแบบใดมากที่สุด
การตัดพังผืด (Subcision) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาหลุมสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลุมสิวประเภทแอ่งกระทะ (Rolling Scars) เนื่องจากช่วยตัดเส้นใยพังผืดที่ดึงรั้งผิวหนังให้หลุดออก ทำให้ผิวฟูขึ้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณนั้น (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
ทำความรู้จักการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) และกลไกการทำงาน
พังผืดหลุมสิวคืออะไร ทำไมต้องตัดออกผิวถึงจะตื้นขึ้น
พังผืดหลุมสิวคือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ดึงรั้งผิวหนังชั้นบนลงไปด้านล่าง ทำให้เกิดรอยบุ๋มหรือหลุมสิวที่ไม่สามารถเติมเต็มได้ด้วยการทาครีมเพียงอย่างเดียว การตัดพังผืด (Subcision) จึงจำเป็นเพื่อเซาะเนื้อเยื่อที่ยึดเกาะเหล่านี้ออก ช่วยให้ผิวหนังเป็นอิสระและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อดันให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ Subcision เช่น เข็ม Nokor Needle และเข็มขนาดเล็ก
อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการทำ Subcision คือ เข็ม Nokor Needle และเข็มขนาดเล็ก (Hypodermic Needle) ซึ่งมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้
- Nokor Needle: เป็นเข็มที่มีลักษณะพิเศษตรงปลายคล้ายใบมีดขนาดเล็ก (Triangular-tip) ออกแบบมาเพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวหนังโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับหลุมสิวประเภท Rolling scars
- Hypodermic Needle: เข็มฉีดยาทั่วไปขนาดเล็ก (เช่น เบอร์ 18 หรือ 20) ใช้ในการเซาะพังผืดในบริเวณที่ละเอียดอ่อนหรือหลุมสิวที่มีขนาดไม่กว้างมากนัก (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
ขั้นตอนการตัดพังผืดหลุมสิวอย่างละเอียด
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษาด้วยวิธี Subcision ควรเน้นการดูแลสุขภาพผิวและแจ้งข้อมูลสุขภาพที่สำคัญแก่แพทย์ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติตัวดังนี้:
- แจ้งประวัติสุขภาพ: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่กำลังรับประทานอยู่ โดยเฉพาะยากลุ่มที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- งดยาและอาหารเสริม: ควรงดยาละลายลิ่มเลือด ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา และสมุนไพรต่างๆ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำและเลือดออกใต้ผิวหนัง
- ดูแลผิวพรรณ: งดการสครับผิวหรือการทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงบริเวณที่จะทำการรักษา และหากมีสิวอักเสบหรือการติดเชื้อในบริเวณนั้น ควรแจ้งแพทย์เพื่อเลื่อนการรักษาออกไปก่อน
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้แผลหายได้เร็วขึ้นและลดการอักเสบ (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
กระบวนการเลาะพังผืดใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
Subcision คือกระบวนการใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิว โดยการตัดเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเหล่านี้จะช่วยให้ผิวหนังที่ถูกดึงรั้งหลุดออกและยกตัวขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมบาดแผลตามธรรมชาติเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณดังกล่าว (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
การดูแลตัวเองหลังทำ Subcision เพื่อลดอาการบวมช้ำ
การดูแลตัวเองหลังทำ Subcision เพื่อลดอาการบวมช้ำทำได้โดยการประคบเย็นและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในช่วงแรก โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้:
- ประคบเย็น: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบเย็นบริเวณที่ทำเพื่อลดอาการบวมและห้ามเลือดใต้ผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการซาวน่า การออกกำลังกายหนัก หรือการสัมผัสแสงแดดจัดในช่วง 3-5 วันแรก
- การนอน: ควรหนุนหมอนสูงในช่วง 1-2 คืนแรกเพื่อช่วยลดอาการบวมบริเวณใบหน้า
- งดการรบกวนผิว: ห้ามแคะ แกะ เกา หรือนวดบริเวณที่ทำ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
ผลลัพธ์และความคุ้มค่าในการรักษา
ตัดพังผืดหลุมสิวกี่ครั้งเห็นผล และต้องทำบ่อยแค่ไหน
การรักษาหลุมสิวด้วยการตัดพังผืดมักจะ เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังการรักษาประมาณ 3 ถึง 6 ครั้ง โดยจำนวนครั้งที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมสิวและประเภทของผิวในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ควรเว้นระยะห่างในการทำแต่ละครั้งประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์เพื่อให้ผิวหนังได้มีเวลาฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเติมเต็มรอยหลุมได้อย่างเต็มที่ (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
เปรียบเทียบการทำ Subcision กับการทำเลเซอร์หลุมสิว
การเลือกระหว่าง Subcision และเลเซอร์ขึ้นอยู่กับ ลักษณะของหลุมสิวและความต้องการในการรักษาที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบดังนี้:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การทำ Subcision | การทำเลเซอร์ (เช่น Fractional CO2) |
|---|---|---|
| กลไกการทำงาน | ใช้เข็มตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวจากด้านล่าง | ใช้พลังงานแสงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ |
| เหมาะสำหรับ | หลุมสิวแอ่งกระทะ (Rolling Scars) ที่มีพังผืดหนา | หลุมสิวปากจิก (Ice Pick) หรือหลุมขอบชัด (Boxcar) |
| การพักฟื้น | มักมีอาการบวมช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ | ผิวแดง ตกสะเก็ด และลอกออกใน 5-7 วัน |
| ผลลัพธ์ | เห็นผลชัดเจนในเรื่องการยกตัวของผิวที่ถูกดึงรั้ง | ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและรูขุมขนกระชับขึ้น |
การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมักเป็นการทำทั้งสองวิธีควบคู่กันเพื่อให้ครอบคลุมทุกปัญหาผิว (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
การทำ Subcision ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์หรือรีจูรันเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
การทำ Subcision ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์หรือ Rejuran ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาหลุมสิวโดยการตัดพังผืดพร้อมเติมเต็มช่องว่างใต้ผิว การรักษาด้วยวิธีผสมผสานนี้มีข้อดีและขั้นตอนดังนี้:
- Subcision: ทำหน้าที่ตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวหนังให้บุ๋มลง ช่วยให้ผิวที่เคยเป็นหลุมยกตัวขึ้น
- Filler: ช่วยเติมเต็มช่องว่างใต้ผิวทันทีหลังจากตัดพังผืด ป้องกันไม่ให้พังผืดกลับมาเกาะตัวกันซ้ำ และช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นอย่างชัดเจน
- Rejuran: ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำ Subcision ให้สมานตัวได้ดียิ่งขึ้น (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
อาการบวมช้ำและรอยเข็มหลังทำกี่วันหาย
อาการบวมและรอยเข็มจากการทำ Subcision มักจะหายเป็นปกติภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ โดยรอยแดงและรอยเข็มขนาดเล็กมักจะจางลงในช่วง 2-3 วันแรก ในขณะที่อาการบวมและรอยช้ำใต้ผิวหนังอาจใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำ (Subcision for acne scarring, Journal of Cutaneous and Aesthetic Surgery, 2010)
ผลเสียและข้อจำกัดของการตัดพังผืดหลุมสิวที่ควรรู้
ผลเสียและข้อจำกัดของการตัดพังผืดหลุมสิวประกอบด้วย ความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ อาการบวม การสะสมของเลือดใต้ผิวหนัง (Hematoma) และผลลัพธ์ที่อาจไม่ชัดเจนในรอยโรคบางประเภท โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้:
- ผลข้างเคียงชั่วคราว: ผู้เข้ารับการรักษามักมีอาการบวมแดงและเขียวช้ำในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
- ความเสี่ยงเฉพาะจุด: อาจเกิดการติดเชื้อหากดูแลแผลไม่สะอาด หรือเกิดก้อนไตแข็งใต้ผิวหนังจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ
- ข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ: การตัดพังผืด (Subcision) ได้ผลดีที่สุดกับหลุมสิวประเภท Rolling scars แต่อาจเห็นผลน้อยในกลุ่ม Ice pick scars ที่มีความลึกและแคบ
- ความจำเป็นในการทำซ้ำ: มักไม่เห็นผลสมบูรณ์ในการทำเพียงครั้งเดียว และอาจต้องใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น เลเซอร์หรือการเติมฟิลเลอร์ เพื่อให้ผิวเรียบเนียนที่สุด (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
แนวทางการเลือกคลินิกตัดพังผืดหลุมสิวที่ไหนดีให้ปลอดภัยและเห็นผล
การเลือกคลินิกตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) ควรพิจารณาจาก ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง มาตรฐานความสะอาดของสถานพยาบาล และรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้:
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์: แพทย์ต้องมีความชำนาญในการประเมินประเภทหลุมสิวและเลือกใช้เข็ม (เช่น Nokor needle) ได้อย่างถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดซ้ำหรือรอยช้ำรุนแรง
- มาตรฐานความปลอดภัย: คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้อง และใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (Sterile) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- การให้คำปรึกษา: แพทย์ควรมีการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดและอธิบายแผนการรักษาที่ผสมผสานกับวิธีอื่น เช่น เลเซอร์ หรือการเติมฟิลเลอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- รีวิวและผลลัพธ์: ควรตรวจสอบภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำที่เป็นปัจจุบันและน่าเชื่อถือจากผู้เข้ารับบริการจริง (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตัดพังผืดหลุมสิว
ตัดพังผืดหลุมสิวเจ็บไหม ต้องแปะยาชาหรือไม่
การทำเซาะพังผืดหลุมสิว (Subcision) มักมีความเจ็บปวดในระดับที่ทนได้และจำเป็นต้องมีการใช้ยาชาเพื่อลดความรู้สึกระหว่างทำ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- การใช้ยาชา: แพทย์จะทำการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 45-60 นาที และมักจะมีการฉีดยาชาเฉพาะจุด (Local Anesthesia) ร่วมด้วยในบริเวณที่จะทำการรักษา
- ความรู้สึกขณะทำ: เมื่อยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ ผู้เข้ารับการรักษาจะรู้สึกเพียงแรงดันหรือเสียง “กรึบ” ขณะที่เข็มตัดพังผืดใต้ผิวหนัง แต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง
- ความรู้สึกหลังทำ: หลังจากยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการระบม บวม หรือช้ำเขียวในบริเวณที่ทำ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ (Subcision for acne scarring, PMC, 2023)
ตัดพังผืดหลุมสิวราคาเท่าไหร่ และคิดค่าบริการอย่างไร
ราคาการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 ถึง 10,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับปัจจัยในการคิดค่าบริการดังนี้:
- คิดตามจำนวนจุด: เหมาะสำหรับผู้ที่มีหลุมสิวเฉพาะจุดหรือมีจำนวนไม่มาก
- คิดแบบเหมาทั่วหน้า: เป็นการรักษาครอบคลุมทุกบริเวณที่มีปัญหาพังผืด ซึ่งมักจะคุ้มค่ากว่าสำหรับผู้ที่มีหลุมสิวจำนวนมาก
- คิดรวมกับโปรแกรมอื่น: บ่อยครั้งที่การตัดพังผืดจะถูกจัดรวมอยู่ในแพ็กเกจร่วมกับการทำเลเซอร์หรือการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) เพื่อให้ผลลัพธ์การเรียบเนียนของผิวชัดเจนยิ่งขึ้น (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)
หลังตัดพังผืดหลุมสิวพักหน้ากี่วัน ถึงจะแต่งหน้าได้ตามปกติ
โดยปกติแล้ว คุณควรพักหน้าประมาณ 2 ถึง 3 วัน หลังจากทำซับซิชัน (Subcision) ก่อนที่จะเริ่มแต่งหน้าได้ตามปกติ เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิทและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือการระคายเคืองต่อบาดแผล (Subcision for acne scarring, PMC, 2023)
ตัดพังผืดหลุมสิวหายจริงไหมในกรณีที่เป็นหลุมสิวลึก
การตัดพังผืด (Subcision) สามารถช่วยให้หลุมสิวลึกดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง โดยเฉพาะในกลุ่มหลุมสิวประเภทแอ่งกระทะ (Rolling scars) ที่มีพังผืดยึดเกาะอยู่ใต้ผิวหนัง การใช้เข็มพิเศษตัดพังผืดจะช่วยปลดปล่อยเนื้อเยื่อที่ดึงรั้งผิวไว้ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่หลุมสิวลึกมากอาจต้องทำร่วมกับการรักษาอื่น เช่น การเลเซอร์หรือการเติมฟิลเลอร์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด (Subcision for acne scar pits, PMC, 2024)

