Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Laser

เลเซอร์ขนทั้งตัว ราคาเท่าไหร่ ดีไหม เลือกทำที่ไหนดี 2568

Byadmin มกราคม 15, 2026มกราคม 15, 2026
By นายแพทย์พนิต อุนรัตน์ Updated on มกราคม 15, 2026
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน

เลเซอร์ขนทั้งตัว เป็นการใช้ลำแสงเข้มข้นทำลายรากขนเพื่อลดจำนวนเส้นขนลง 70–90% ทั่วร่างกาย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาขนคุดและปรับผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอในราคาเฉลี่ยประมาณ 3,990 ถึง 9,900 บาทต่อครั้ง

Table of Contents

Toggle
  • เลเซอร์ขนทั้งตัวคืออะไรและช่วยกำจัดขนถาวรได้จริงไหม?
  • เลเซอร์ขนทั้งตัวครอบคลุมบริเวณไหนบ้าง?
    • การกำจัดขนส่วนใบหน้า หนวด และเครา
    • การกำจัดขนแขนและขนขา
    • การกำจัดขนรักแร้และหน้าอก
    • การกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้น (Bikini / Brazilian)
  • เปรียบเทียบเครื่องเลเซอร์ขนที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
    • YAG Laser: มาตรฐานสูงสุดสำหรับผิวคนไทย
    • Diode Laser: นวัตกรรมกำจัดขนแบบเย็นสบายผิว
    • IPL vs Laser: ความแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
  • ข้อดีของการทำเลเซอร์ขนแบบเหมาทั้งตัว
    • ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการทำแยกจุด
    • ผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วร่างกาย
    • ช่วยแก้ปัญหาขนคุดและตุ่มหนังไก่ได้อย่างเห็นผล
  • เลเซอร์ขนทั้งตัวราคาเท่าไหร่? เช็กตารางราคาและโปรโมชั่นบุฟเฟต์
  • เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการเลเซอร์ขน
    • ข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนทำเลเซอร์
    • วิธีโกนขนอย่างถูกวิธีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • การดูแลตัวเองหลังเลเซอร์ขนเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์ขนทั้งตัว
    • เลเซอร์ขนทั้งตัวกี่ครั้งเห็นผลและต้องเว้นระยะกี่วัน?
    • เลเซอร์ขนทั้งตัวเจ็บไหม?
    • เลเซอร์ขนทั้งตัวเหมาะกับใครบ้างและใครที่ไม่ควรทำ?
    • ทำเลเซอร์ขนแล้วขนจะกลับมาขึ้นอีกหรือไม่?

เลเซอร์ขนทั้งตัวคืออะไรและช่วยกำจัดขนถาวรได้จริงไหม?

เลเซอร์กำจัดขนทั้งตัวคือการใช้ลำแสงเข้มข้นเพื่อยับยั้งการทำงานของรากขนในหลายส่วนของร่างกาย และสามารถช่วยลดจำนวนเส้นขนในระยะยาวได้จริงแต่โดยปกติจะไม่ใช่การกำจัดขนแบบถาวร 100%

การทำเลเซอร์ขนทั้งตัว (Full Body Laser Hair Removal) มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • กลไกการทำงาน: พลังงานแสงจะถูกดูดซับโดยเม็ดสี (เมลานิน) ในเส้นขนและเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อทำลายฟอลลิเคิล (Follicle) ของขน ทำให้การเกิดใหม่ของขนลดลงและเส้นขนที่ขึ้นใหม่จะบางลง
  • ประสิทธิภาพ: ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่าสามารถลดจำนวนขนได้ประมาณ 70–90% หลังจากจบคอร์สการรักษา โดยส่วนใหญ่จะเห็นผลชัดเจนหลังทำประมาณ 6–8 ครั้ง
  • ความคงทนของผลลัพธ์: แม้จะช่วยลดขนได้นานหลายเดือนหรือหลายปี แต่ขนบางส่วนอาจกลับมาขึ้นใหม่ได้จากปัจจัยด้านฮอร์โมนหรือรากขนที่ยังไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ จึงอาจจำเป็นต้องมีการทำซ้ำเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ประมาณปีละ 1-2 ครั้ง
  • เทคโนโลยีที่นิยม:
    • Nd:YAG: เหมาะสำหรับผิวสองสีหรือผิวเข้ม (พบมากในคนไทย) เพราะมีความปลอดภัยสูงและไม่ทำลายเม็ดสีที่ผิวหนัง
    • Diode: มีประสิทธิภาพสูงสำหรับทุกสภาพผิว และมักมีระบบทำความเย็นที่ช่วยให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

เลเซอร์ขนทั้งตัวครอบคลุมบริเวณไหนบ้าง?

การทำเลเซอร์กำจัดขนแบบทั้งตัว (Full Body) โดยทั่วไปจะครอบคลุมบริเวณที่มีขนหลักๆ ตั้งแต่ช่วงใบหน้าลงไปจนถึงปลายเท้า

โดยรายละเอียดบริเวณที่รวมอยู่ในแพ็กเกจส่วนใหญ่มีดังนี้:

  • ใบหน้าและลำคอ: ได้แก่ หนวด เครา จอน และแก้ม (มักยกเว้นบริเวณรอบดวงตาและคิ้วเพื่อความปลอดภัย)
  • ส่วนบนของร่างกาย: หน้าอก หน้าท้อง แผ่นหลังทั้งหมด และรักแร้
  • แขนและมือ: แขนส่วนบน แขนส่วนล่าง และหลังมือ
  • บริเวณจุดซ่อนเร้น: บิกินี่ไลน์ (Bikini Line) หรือการกำจัดขนแบบบราซิลเลียน (Brazilian)
  • ส่วนล่างของร่างกาย: ต้นขา หน้าแข้ง และหลังเท้า

อย่างไรก็ตาม บริเวณที่ไม่นิยมทำเลเซอร์คือเปลือกตาและคิ้วเนื่องจากเสี่ยงต่ออันตรายต่อดวงตา รวมถึงบริเวณที่มีรอยสัก (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

การกำจัดขนส่วนใบหน้า หนวด และเครา

การกำจัดขนบริเวณใบหน้า หนวด และเครา สามารถทำได้ด้วยเลเซอร์เพื่อลดการเกิดขนในระยะยาว โดยมักรวมอยู่ในแพ็กเกจกำจัดขนทั่วตัว (Full Body)

การทำเลเซอร์ในบริเวณนี้มีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

  • พื้นที่ที่ทำได้: ครอบคลุมส่วนริมฝีปากบน (หนวด), คาง, แก้ม, ลำคอ และบริเวณเครา
  • ข้อควรระวัง: จะไม่ทำบริเวณเปลือกตาหรือคิ้วเนื่องจากมีความเสี่ยงต่ออันตรายในดวงตา และต้องสวมแว่นนิรภัยป้องกันเลเซอร์ตลอดการรักษา
  • เทคโนโลยีที่แนะนำ: สำหรับผิวคนไทยที่มีสีผิวปานกลางถึงเข้ม เลเซอร์กลุ่ม Nd:YAG (1064 nm) ถือเป็นมาตรฐานทองคำเพราะปลอดภัยต่อเม็ดสีผิวและกำจัดขนที่หนาและลึกได้ดี
  • จำนวนครั้ง: โดยทั่วไปต้องทำประมาณ 6–8 เซสชัน โดยเว้นระยะห่างทุก 4–6 สัปดาห์ ตามรอบการเกิดของเส้นขนบนใบหน้า
  • การเตรียมตัว: ควรโกนขนล่วงหน้า 24–48 ชั่วโมง และห้ามถอนหรือแว็กซ์ก่อนทำอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้รากขนยังคงอยู่ให้เลเซอร์ทำลายได้ (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

การกำจัดขนแขนและขนขา

การกำจัดขนแขนและขนขาด้วยเลเซอร์ช่วยให้ผิวเรียบเนียนในระยะยาวและลดการเกิดขนคุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้:

  • จำนวนครั้งที่รักษา: โดยทั่วไปต้องทำประมาณ 6–8 เซสชัน เพื่อให้ครอบคลุมทุกวงจรการเติบโตของเส้นขน
  • ระยะห่างระหว่างรอบ: สำหรับบริเวณแขนและขาซึ่งขนขึ้นช้ากว่าใบหน้า ควรเว้นระยะห่างประมาณ 8–10 สัปดาห์ต่อครั้ง
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: สามารถลดจำนวนเส้นขนได้ประมาณ 70–90% โดยขนที่ขึ้นใหม่จะมีลักษณะบางลงและสีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
  • การเตรียมตัว: ควรโกนขนบริเวณแขนและขา 24–48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ และหลีกเลี่ยงการถอนหรือแว็กซ์เพื่อให้รากขนยังคงอยู่สำหรับรับพลังงานเลเซอร์ (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

การกำจัดขนรักแร้และหน้าอก

การกำจัดขนบริเวณรักแร้และหน้าอกสามารถทำได้ด้วย เลเซอร์กำจัดขนซึ่งให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและยาวนานกว่าการโกนหรือแว็กซ์ โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้:

  • เทคโนโลยีที่เหมาะสม: สำหรับผิวคนไทยที่มีเม็ดสีเข้ม เลเซอร์ชนิด Nd:YAG (1064 nm) ถือเป็นมาตรฐานทองคำเพราะปลอดภัยต่อผิวเข้มและกำจัดขนที่หนาได้ดี ส่วน Diode Laser เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีระบบทำความเย็นที่ช่วยให้ไม่เจ็บ
  • จำนวนครั้งที่ต้องทำ: โดยทั่วไปต้องทำประมาณ 6–8 เซสชัน เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยแต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างประมาณ 4–6 สัปดาห์สำหรับรักแร้ และ 8–10 สัปดาห์สำหรับหน้าอก
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: สามารถลดจำนวนเส้นขนได้ประมาณ 70–90% หลังครบจบคอร์ส เส้นขนที่ขึ้นใหม่จะบางลงและสั้นลงอย่างมาก
  • การเตรียมตัวและดูแลหลังทำ: ควรโกนขนก่อนเข้ารับบริการ 24–48 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการถอนหรือแว็กซ์ หลังทำควรทามอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยนและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดรวมถึงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากใน 24 ชั่วโมงแรก (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

การกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้น (Bikini / Brazilian)

การกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้นแบบ Bikini หรือ Brazilian สามารถทำได้ด้วยเลเซอร์และมักรวมอยู่ในแพ็กเกจกำจัดขนทั่วร่างกาย (Full Body) โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้:

  • ขอบเขตการทำ: เลเซอร์สามารถกำจัดขนได้ครอบคลุมทั้งบริเวณแนวบิกินี่ (Bikini line) ไปจนถึงการกำจัดออกทั้งหมดแบบ Brazilian รวมถึงบริเวณก้นและรอบทวารหนัก
  • เทคโนโลยีที่เหมาะสม: สำหรับผิวบริเวณจุดซ่อนเร้นที่มีความบอบบางและมักมีสีผิวเข้มกว่าส่วนอื่น เลเซอร์กลุ่ม Nd:YAG (1064 nm) ถือเป็นมาตรฐานทองคำเพราะปลอดภัยต่อผิวเข้มและลดความเสี่ยงการเบิร์นได้ดีที่สุด
  • ความรู้สึกขณะทำ: เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีผิวบางและเส้นขนหนา อาจรู้สึกเจ็บเหมือนหนังยางดีดได้มากกว่าบริเวณอื่น แต่เครื่องเลเซอร์สมัยใหม่มักมีระบบเป่าลมเย็นหรือหัวทิปเย็นจัด (Sapphire cooling) เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บ
  • ผลลัพธ์: ช่วยลดปัญหาขนคุด (Ingrown hairs) และตุ่มหนังไก่จากการโกนหรือถอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้น
  • การเตรียมตัว: ควรโกนขนล่วงหน้า 1-2 วันก่อนเข้ารับบริการ และหลีกเลี่ยงการถอนหรือแว็กซ์เพื่อให้รากขนยังคงอยู่สำหรับเป็นเป้าหมายของพลังงานเลเซอร์ (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

เปรียบเทียบเครื่องเลเซอร์ขนที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

YAG Laser: มาตรฐานสูงสุดสำหรับผิวคนไทย

เลเซอร์ Nd:YAG (1064 nm) ถือเป็นมาตรฐานสูงสุด (Gold Standard) สำหรับผิวคนไทยและผู้ที่มีสีผิวเข้ม เนื่องจากมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำลายรากขนโดยไม่ทำร้ายผิวหนังชั้นนอก

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Nd:YAG เหมาะกับผิวคนไทยมีดังนี้:

  • ความปลอดภัยต่อเม็ดสีผิว: ความยาวคลื่น 1064 nm สามารถลงลึกไปถึงชั้นผิวหนังแท้เพื่อทำลายรากขนโดยตรง โดยข้ามการดูดซับเม็ดสี (Melanin) ที่ผิวหนังชั้นบน จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผิวไหม้หรือรอยดำหลังทำในผู้ที่มีผิวสองสีถึงผิวเข้ม
  • ประสิทธิภาพกับขนเส้นหนา: สามารถจัดการกับขนที่หนาและเข้มได้ดี เช่น บริเวณบิกินี่หรือใต้วงแขน ซึ่งเป็นลักษณะขนทั่วไปของคนไทย
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: จากการศึกษาพบว่าการทำเลเซอร์ Nd:YAG อย่างต่อเนื่องสามารถลดจำนวนขนได้ถึงประมาณ 90% และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเทคโนโลยีอื่นเมื่อใช้กับผิวสีเข้ม (Comparative study of diode laser vs. Nd:YAG vs. IPL for hirsutism, J. Cutan. Aesthet. Surg., 2015)

Diode Laser: นวัตกรรมกำจัดขนแบบเย็นสบายผิว

Diode Laser เป็นเทคโนโลยีที่โดดเด่นด้านการกำจัดขนแบบไม่เจ็บปวดด้วยระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยปกป้องผิวและลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำได้อย่างดีเยี่ยม

นวัตกรรมนี้มีจุดเด่นและรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • กลไกการทำงาน: ใช้คลื่นพลังงานช่วงความยาวคลื่นประมาณ 800-810 นาโนเมตร ซึ่งเม็ดสีเมลานินในเส้นขนสามารถดูดซับได้ดี เพื่อเปลี่ยนเป็นความร้อนไปทำลายรากขนโดยตรง
  • ระบบทำความเย็น (Cooling System): เครื่องรุ่นใหม่มักใช้หัวทิปแบบแซฟไฟร์ (Sapphire Contact Cooling) หรือเทคโนโลยีพ่นลมเย็น เพื่อรักษาอุณหภูมิผิวชั้นบนให้เย็นจัด ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกเพียงความอุ่นหรือเหมือนโดนดีดเบาๆ แทนความเจ็บปวด
  • ประสิทธิภาพ: สามารถกำจัดขนได้อย่างถาวรประมาณ 92% หลังรับบริการต่อเนื่องประมาณ 8 ครั้ง และเหมาะกับสภาพผิวที่หลากหลายตั้งแต่ผิวขาวไปจนถึงผิวสองสี
  • ความรวดเร็ว: มีโหมดการยิงแบบ “In-motion” หรือการเลื่อนหัวเลเซอร์ไปบนผิวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประหยัดเวลาในการทำ โดยเฉพาะการทำเลเซอร์แบบทั่วเรือนร่าง (Full Body) (Why DiolazeXL is the Future of Pain-Free Hair Removal, Houck Dermatology, 2025)

IPL vs Laser: ความแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ความแตกต่างหลักคือ เลเซอร์ใช้ลำแสงที่มีความเข้มข้นสูงและเจาะจงเพื่อทำลายรากขนโดยตรง ในขณะที่ IPL (Intense Pulsed Light) ใช้แสงความเข้มสูงหลายความยาวคลื่นที่กระจายตัวคล้ายไฟสปอร์ตไลท์ ทำให้เลเซอร์มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงกว่า

ข้อเปรียบเทียบที่สำคัญระหว่าง IPL และเลเซอร์มีดังนี้:

  • ความแม่นยำและประสิทธิภาพ: เลเซอร์สามารถเจาะลึกถึงรากขนได้แม่นยำกว่า ทำให้เห็นผลลัพธ์ในการลดจำนวนขนได้ประมาณ 60–85% ในขณะที่ IPL ให้ผลลัพธ์เฉลี่ยที่ 45–70%
  • จำนวนครั้งในการรักษา: การใช้เลเซอร์มักต้องการเพียง 6–8 เซสชันเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ IPL อาจต้องทำซ้ำถึง 8–12 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน
  • ความเหมาะสมกับสภาพผิว: เลเซอร์ (โดยเฉพาะ Nd:YAG) มีความปลอดภัยสูงสำหรับผิวทุกเฉดสีรวมถึงผิวเข้ม ส่วน IPL เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวขาวและขนสีเข้มเท่านั้น เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผิวเข้มเกิดรอยไหม้หรือการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีได้ง่ายกว่า
  • ความเจ็บปวด: เทคโนโลยีเลเซอร์รุ่นใหม่มักมีระบบทำความเย็นในตัวที่ช่วยให้รู้สึกสบายผิวมากกว่าการทำ IPL แบบดั้งเดิม (IPL vs. Laser Hair Removal: What’s the Difference?, Rose Medical Aesthetics, 2025)

ข้อดีของการทำเลเซอร์ขนแบบเหมาทั้งตัว

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการทำแยกจุด

การทำเลเซอร์กำจัดขนแบบทั้งตัวมีความ คุ้มค่ามากกว่าการทำแยกจุดทั้งในด้านราคาและความสะดวก โดยมีรายละเอียดสนับสนุนดังนี้:

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย: การซื้อแพ็กเกจรวมทุกส่วนมักมีราคาเฉลี่ยต่อจุดที่ถูกกว่าการจ่ายแยกทีละส่วนอย่างมาก เช่น ในประเทศไทยบางคลินิกมีโปรโมชั่น “บุฟเฟต์” ที่ครอบคลุมหลายจุดในราคาที่คุ้มทุนกว่าการรักษาเพียงจุดเดียวในระยะยาว
  • ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ: ช่วยให้ผิวเรียบเนียนเท่ากันทั่วทั้งร่างกาย ลดปัญหาผิวหนังไก่และขนคุดในทุกบริเวณพร้อมกัน
  • ประหยัดเวลา: ผู้รับบริการสามารถจัดการกำจัดขนหลายส่วนได้ในการนัดหมายครั้งเดียว (ประมาณ 1–2 ชั่วโมง) แทนที่จะต้องแยกนัดหมายหลายครั้งสำหรับแต่ละส่วนของร่างกาย (Should You Get a Full Body Laser Hair Removal Package?, Simplicity Laser, 2025)

ผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วร่างกาย

การทำเลเซอร์กำจัดขนแบบทั่วเรือนร่างช่วยให้ ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วทั้งร่างกายและลดปัญหาผิวหนังไก่ (strawberry skin) หรือตุ่มเคราติน เนื่องจากรูขุมขนไม่อุดตันด้วยเส้นขนที่หยาบกร้าน

นอกจากนี้ การกำจัดขนแบบครอบคลุมทุกส่วนยังช่วยลดการเกิดขนคุดและรอยแดงจากการโกน ซึ่งช่วยเพิ่มความกระจ่างใสและความมั่นใจให้กับผิวในระยะยาว โดยผู้รับบริการจะได้รับผลลัพธ์ที่เนียนละเอียดเท่ากันทุกจุด แทนที่จะเรียบเนียนเพียงบางส่วนจากการเลือกทำเฉพาะจุด (Unlimited Full-Body Laser Hair Removal “Buffet” Promotion, SLC Clinic, 2025)

ช่วยแก้ปัญหาขนคุดและตุ่มหนังไก่ได้อย่างเห็นผล

การทำเลเซอร์กำจัดขนทั่วเรือนร่างสามารถช่วยแก้ปัญหาขนคุดและตุ่มหนังไก่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทำลายรากขนอย่างแม่นยำเพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน

การทำเลเซอร์ส่งผลดีต่อสภาพผิวในระยะยาวดังนี้:

  • ลดการเกิดขนคุด: เลเซอร์จะทำลายรากขนที่เป็นต้นเหตุของการม้วนตัวกลับเข้าไปใต้ผิวหนัง ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นและลดการอักเสบ
  • ลดตุ่มหนังไก่: เมื่อไม่มีเส้นขนที่หนาและแข็งค้างอยู่ในรูขุมขน รูขุมขนจะกระชับลง ส่งผลให้ตุ่มนูนหรือผิวสัมผัสที่ขรุขระ (Strawberry Skin) ดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ปรับสภาพผิว: การเลเซอร์ช่วยลดความจำเป็นในการโกนหรือถอน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดตุ่มหนังไก่ซ้ำซาก (SLC Clinic, 2025)

เลเซอร์ขนทั้งตัวราคาเท่าไหร่? เช็กตารางราคาและโปรโมชั่นบุฟเฟต์

ราคาเลเซอร์ขนทั้งตัวในประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,990 ถึง 9,900 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่เลือกและโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก โดยการซื้อแพ็กเกจแบบ “บุฟเฟต์” มักมีความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดขนหลายบริเวณพร้อมกัน

ตารางราคาและโปรโมชั่นโดยประมาณในตลาดไทย:

ประเภทแพ็กเกจ รายละเอียด ราคาโดยประมาณ (บาท)
แพ็กเกจ 3 บริเวณ เลือกจุดที่ต้องการ 3 ส่วน 1,990
แพ็กเกจ 5 บริเวณ เลือกจุดที่ต้องการ 5 ส่วน 2,990
แพ็กเกจ 9 บริเวณ ครอบคลุมเกือบทั้งตัว (One Day) 3,990
บุฟเฟต์ไม่จำกัด ทำได้ทุกส่วนในช่วงเวลาที่กำหนด 9,900+

ข้อดีของการเลือกแพ็กเกจแบบเหมาทั้งตัวคือช่วยให้ผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วร่างกาย ลดปัญหาขนคุด และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการแยกทำทีละส่วน ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ราคาต่อครั้งอาจสูงถึง 20,000 บาท (ประมาณ $600-$800) ทำให้การทำเลเซอร์ในไทยมีความได้เปรียบด้านราคาอย่างมาก (Unlimited Full-Body Laser Hair Removal “Buffet” Promotion, SLC Clinic, 2025)

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการเลเซอร์ขน

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการเลเซอร์ขนที่สำคัญที่สุดคือ การโกนขนบริเวณที่จะทำล่วงหน้าประมาณ 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้เลเซอร์สามารถส่งพลังงานไปยังรากขนใต้ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการเบิร์นผิว

ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการมีดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: งดการตากแดดจัดหรืออาบแดดอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนทำ และควรทาครีมกันแดด SPF 30+ สม่ำเสมอ
  • ห้ามถอนหรือแว็กซ์: งดการกำจัดขนด้วยวิธีที่ดึงรากขนออก (เช่น ถอน แว็กซ์ หรือใช้เครื่องถอน) อย่างน้อย 1 เดือนก่อนรับบริการ เพราะเลเซอร์จำเป็นต้องใช้รากขนเป็นเป้าหมายในการทำลาย
  • ทำความสะอาดผิว: ในวันที่รับบริการ ผิวหนังควรสะอาด ปราศจากโลชั่น น้ำหอม เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
  • งดสกินแคร์ที่ระคายเคือง: หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอยด์หรือกรดผลไม้ (AHA/BHA) บริเวณที่จะเลเซอร์ล่วงหน้า 2-3 วัน (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

ข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนทำเลเซอร์

ข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนทำเลเซอร์คือการออกแดดจัด การถอนหรือแว็กซ์ขน และการใช้สารที่ทำให้ผิวระคายเคือง

เพื่อให้การรักษาปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: งดการออกแดดจัดหรือการอาบแดดอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะผิวที่คล้ำเสียจากแดดมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยไหม้หรือการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีได้ง่ายขึ้น
  • ห้ามถอนหรือแว็กซ์ขน: งดการกำจัดขนด้วยวิธีที่ดึงรากขนออกอย่างน้อย 1 เดือนก่อนรับบริการ เนื่องจากเลเซอร์จำเป็นต้องใช้รากขนเป็นเป้าหมายในการทำลาย
  • การโกนขน: ควรโกนขนบริเวณที่จะทำล่วงหน้าประมาณ 24–48 ชั่วโมง เพื่อให้เลเซอร์ส่งพลังงานไปยังรากขนใต้ผิวหนังได้โดยตรงและไม่เผาไหม้เส้นขนบนผิว
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคือง: หลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ (Retinoids) หรือกรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวในบริเวณที่จะทำเลเซอร์ก่อนเข้ารับบริการไม่กี่วัน
  • ทำความสะอาดผิว: ในวันที่นัดหมาย ผิวควรสะอาดและปราศจากโลชั่น น้ำมัน เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

วิธีโกนขนอย่างถูกวิธีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

การโกนขนที่ถูกต้องควรทำในช่วง 24–48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการเลเซอร์ เพื่อให้เส้นขนสั้นพอที่จะไม่เกิดการเผาไหม้บนผิวชั้นนอก แต่ยังคงมีรากขนอยู่ภายในเพื่อให้พลังงานเลเซอร์ส่งผ่านไปทำลายได้อย่างแม่นยำ

ขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดมีดังนี้:

  • โกนขนล่วงหน้า: ควรโกนขนบริเวณที่จะทำเลเซอร์ประมาณ 1–2 วันก่อนนัดหมาย เพื่อให้ผิวหนังลดการระคายเคืองจากการโกนก่อนโดนแสงเลเซอร์
  • ห้ามถอนหรือแว็กซ์: หลีกเลี่ยงการถอน แว็กซ์ หรือใช้เครื่องถอนขนอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะวิธีเหล่านี้จะดึงรากขนออกไป ทำให้เลเซอร์ไม่มีเป้าหมายในการทำลาย
  • ทำความสะอาดผิว: ในวันที่เข้ารับบริการ ผิวหนังควรสะอาด ปราศจากโลชั่น น้ำมัน เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เพื่อให้เลเซอร์สัมผัสผิวได้โดยตรง (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

การดูแลตัวเองหลังเลเซอร์ขนเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ขนควรเน้นที่การปกป้องผิวจากแสงแดดและการรักษาความชุ่มชื้นเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและยาวนาน

ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญมีดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในบริเวณที่ทำเลเซอร์อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ เนื่องจากผิวจะไวต่อแสงมากขึ้น
  • รักษาความเย็นให้ผิว: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อน เช่น การอาบน้ำร้อน ซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมาก
  • บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน: ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือเจลว่านหางจระเข้เพื่อลดอาการแดงและเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ปล่อยให้ขนหลุดร่วงเอง: ขนที่ถูกทำลายจะค่อยๆ ดันตัวออกจากรูขุมขนภายใน 1-2 สัปดาห์ ห้ามถอนหรือแว็กซ์ขนในระหว่างนี้ แต่สามารถสครับผิวเบาๆ ได้หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์
  • ปฏิบัติตามนัดหมายอย่างเคร่งครัด: ควรเข้ารับการบริการให้ครบตามจำนวนครั้งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ (ปกติ 6-8 ครั้ง) เพื่อกำจัดขนในทุกวงจรการเติบโต (Laser hair removal: FAQs, AAD – American Academy of Dermatology)

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคืออาการแดงและบวมเล็กน้อยในบริเวณที่รับการรักษา ซึ่งมักจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 3 วัน โดยมีรายละเอียดและข้อควรระวังดังนี้:

  • ผลข้างเคียงทั่วไป: อาจรู้สึกแสบร้อนคล้ายผิวไหม้แดด หรือมีอาการบวมรอบรูขุมขน (peri-follicular edema) ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารากขนตอบสนองต่อเลเซอร์
  • ผลข้างเคียงที่พบได้ยาก: หากใช้ค่าพลังงานไม่เหมาะสมหรือดูแลผิวไม่ดี อาจเกิดตุ่มพอง รอยไหม้ สะเก็ดแผล หรือการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีผิว (รอยดำหรือรอยขาว) ซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราว
  • ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย:
    • การป้องกันดวงตา: ต้องสวมแว่นตานิรภัยตลอดการทำเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์
    • ประเภทผิว: ผู้ที่มีผิวเข้มควรใช้เลเซอร์กลุ่ม Nd:YAG 1064 nm เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงผิวไหม้
    • การเตรียมตัว: หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดหรือถอนขนก่อนทำ 4-6 สัปดาห์ และต้องโกนขนให้เรียบก่อนรับบริการ
    • กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีแผลสดหรือการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ และผู้ที่รับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง (Laser hair removal: FAQs, AAD – American Academy of Dermatology, n.d.)

เลเซอร์ขนทั้งตัว ราคาเท่าไหร่ ดีไหม เลือกทำที่ไหนดี อัปเดตล่าสุด 2568 Infographic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์ขนทั้งตัว

เลเซอร์ขนทั้งตัวกี่ครั้งเห็นผลและต้องเว้นระยะกี่วัน?

การทำเลเซอร์ขนทั้งตัวมักจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังจากทำไปแล้วประมาณ 6–8 ครั้ง โดยจำนวนครั้งที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปตามสภาพเส้นขนและฮอร์โมนของแต่ละบุคคล

สำหรับการเว้นระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้ง มีรายละเอียดดังนี้:

  • บริเวณใบหน้า รักแร้ หรือบิกินี่: ควรเว้นระยะห่างประมาณ 4–6 สัปดาห์ เนื่องจากเส้นขนในบริเวณเหล่านี้มีการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างเร็ว
  • บริเวณแผ่นหลังหรือเรียวขา: ควรเว้นระยะห่างประมาณ 8–10 สัปดาห์ เนื่องจากเส้นขนในส่วนนี้จะเติบโตช้ากว่า

ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจเริ่มสังเกตเห็นว่าเส้นขนลดลงประมาณ 10–25% ได้ตั้งแต่หลังการรักษาในครั้งแรกหรือครั้งที่สอง (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

เลเซอร์ขนทั้งตัวเจ็บไหม?

การทำเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัวมักให้ความรู้สึกเจ็บในระดับที่ทนได้ โดยคนส่วนใหญ่อธิบายว่าเหมือนโดนหนังยางดีดเบาๆ บนผิวหนัง

ความรู้สึกเจ็บจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ดังนี้:

  • บริเวณที่ทำ: บริเวณที่มีผิวบาง เช่น ริมฝีปากบน หรือจุดซ่อนเร้น (Bikini) อาจรู้สึกเจ็บมากกว่าบริเวณที่มีเนื้อมาก เช่น ต้นขาหรือน่อง
  • เทคโนโลยีที่ใช้: เครื่องเลเซอร์สมัยใหม่มักมีระบบทำความเย็น (Cooling system) เช่น การพ่นสเปรย์เย็นหรือหัวทิปแซฟไฟร์ที่เย็นจัด เพื่อช่วยลดความร้อนและบรรเทาความเจ็บระหว่างทำ
  • นวัตกรรมใหม่: เทคโนโลยีอย่าง Diode Laser บางรุ่นถูกออกแบบมาให้แทบไม่รู้สึกเจ็บเลย (Virtually painless) โดยจะให้ความรู้สึกเพียงแค่อุ่นๆ หรือเหมือนเข็มแตะเบาๆ เท่านั้น
  • การเปรียบเทียบ: ผู้รับบริการส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าการทำเลเซอร์เจ็บน้อยกว่าการแว็กซ์ขน และความเจ็บจะลดลงเมื่อทำในครั้งถัดๆ ไปเนื่องจากเส้นขนบางลง (IPL vs. Laser Hair Removal: What’s the Difference?, Rose Medical Aesthetics, 2025)

เลเซอร์ขนทั้งตัวเหมาะกับใครบ้างและใครที่ไม่ควรทำ?

เลเซอร์กำจัดขนทั้งตัวเหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นขนสีเข้มและต้องการลดการเกิดขนในระยะยาวอย่างสม่ำเสมอทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ประสบปัญหาขนคุดหรือผิวหนังอักเสบจากการโกนและถอน อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรทำหรือควรระวังเป็นพิเศษดังนี้:

  • ผู้ที่เหมาะกับการทำเลเซอร์:
    • ผู้ที่มีเส้นขนสีเข้ม (มีเมลานินสูง) ซึ่งจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีที่สุด
    • ผู้ที่มีผิวขาวถึงผิวสองสี (แต่ปัจจุบันเลเซอร์ชนิด Nd:YAG สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในคนผิวเข้ม)
    • ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนทั่วตัวในระยะยาว
  • ผู้ที่ไม่ควรทำหรือควรหลีกเลี่ยง:
    • สตรีมีครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตร: แนะนำให้เลื่อนการทำออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย
    • ผู้ที่มีเส้นขนสีอ่อนมาก: เช่น ขนสีขาว เทา หรือบลอนด์สว่าง เนื่องจากเลเซอร์ไม่สามารถจับเม็ดสีได้
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคสะเก็ดเงินหรืออีสุกอีใสในบริเวณที่จะทำ รวมถึงผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นนูน (Keloid)
    • ผู้ที่รับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง: เช่น ยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด
    • บริเวณที่มีบาดแผลหรือรอยสัก: จะไม่สามารถทำเลเซอร์ทับได้เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดผิวไหม้ (Laser hair removal: FAQs, AAD – American Academy of Dermatology, n.d.)

ทำเลเซอร์ขนแล้วขนจะกลับมาขึ้นอีกหรือไม่?

การทำเลเซอร์ขนสามารถลดจำนวนเส้นขนได้ในระยะยาว 70–90% แต่โดยปกติแล้วจะไม่ใช่การกำจัดขนแบบถาวร 100% ตลอดชีวิต หลังจากจบคอร์สการรักษา (ประมาณ 6–8 ครั้ง) เส้นขนส่วนใหญ่จะถูกทำลายและไม่กลับมาขึ้นอีกเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี ส่วนขนที่อาจกลับมาขึ้นใหม่มักจะมีลักษณะที่เส้นบางลง เล็กลง และสีจางลงกว่าเดิมมาก ทั้งนี้ปัจจัยด้านฮอร์โมนหรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอาจกระตุ้นให้รากขนที่เคยหยุดทำงานกลับมาผลิตขนได้ใหม่ จึงแนะนำให้มีการทำเลเซอร์เพื่อเก็บรายละเอียด (Maintenance) ประมาณปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ความเรียบเนียนไว้ (Laser hair removal – Overview and Procedure, Mayo Clinic, 2024)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
เลเซอร์หน้าแข้ง กำจัดขนขาถาวร เรียบเนียน มั่นใจ อัปเดต 2568
NextContinue
เลเซอร์ขนขา ดีไหม? ช่วยให้ผิวเรียบเนียนถาวร ราคาเท่าไหร่ 2568

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube