ฟิลเลอร์ Neuramis (นิวรามิส) คืออะไร? มีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่ ของแท้ดูยังไง

นิวรามิส เป็นฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิดจากเกาหลีใต้ที่มี 3 รุ่นหลักสำหรับเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มใบหน้า ซึ่งได้รับความนิยมในไทยด้วยราคาคุ้มค่าประมาณ 5,000–8,000 บาทต่อกล่อง
ฟิลเลอร์ Neuramis ดีไหม และช่วยแก้ปัญหาจุดไหนได้บ้าง?
ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติในราคาที่เข้าถึงได้ โดยได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง
ฟิลเลอร์แบรนด์นี้จากประเทศเกาหลีใต้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี SHAPE ที่ช่วยให้เนื้อเจลมีความบริสุทธิ์และคงตัวได้ดี โดยสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในจุดต่าง ๆ บนใบหน้าได้ดังนี้:
- เติมเต็มร่องลึก: เหมาะสำหรับแก้ปัญหาร่องแก้ม ร่องมุมปาก และริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึก
- ปรับรูปหน้าและเพิ่มวอลลุ่ม: ใช้เติมเต็มบริเวณขมับที่ตอบ แก้มส้มที่ตอบ หรือใช้เสริมคางและกรอบหน้าเพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติ (V-shape)
- ปรับสภาพผิว: ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นจากการเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย
- ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณใต้ตาเนื่องจากเนื้อเจลมีความหนาแน่นสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดก้อนหรือดูไม่เรียบเนียนในบริเวณที่ผิวบาง (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
ทำความรู้จักฟิลเลอร์ Neuramis คืออะไร และทำไมถึงเป็นที่นิยมในไทย?
Neuramis คือฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จากประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทยเนื่องจากมีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย
ฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้ผลิตโดยบริษัท Medytox Inc. โดยใช้เทคโนโลยี SHAPE ซึ่งเป็นกระบวนการเชื่อมโยงโมเลกุลแบบสองขั้นตอน ทำให้ได้เจลที่มีความบริสุทธิ์สูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ สาเหตุหลักที่ทำให้ Neuramis เป็นที่นิยมในประเทศไทย ได้แก่:
- ความคุ้มค่า: มีราคาถูกกว่าฟิลเลอร์จากยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- ความปลอดภัย: ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย (Thai FDA) และมาตรฐานยุโรป (EDQM)
- ประสิทธิภาพ: สามารถแก้ไขปัญหาร่องลึก เติมเต็มแก้มตอบ ขมับ หรือคางได้อย่างเห็นผลทันที
- ความสะดวก: มีรุ่นที่ผสมยาชา (Lidocaine) ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างฉีด (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
มาตรฐานความปลอดภัยและการรับรองจาก อย. ไทย
Neuramis เป็นฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิดที่มีความปลอดภัยสูงและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย ผลิตภัณฑ์นี้ผลิตโดยบริษัท Medytox Inc. จากประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้เทคโนโลยี SHAPE ในการผลิตเพื่อให้ได้เจลที่มีความบริสุทธิ์สูงและมีสารตกค้างน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังได้รับมาตรฐานคุณภาพระดับสากลอย่าง EDQM จากยุโรป ซึ่งยืนยันว่าเป็นสารที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติและมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2025)
เทคโนโลยี SHAPE Cross-linking คืออะไร?
เทคโนโลยี SHAPE Cross-linking คือกระบวนการผลิตเฉพาะของบริษัท Medytox ที่ใช้ในการสร้างฟิลเลอร์ Neuramis โดยประกอบด้วยขั้นตอนการเชื่อมโยงโมเลกุลไฮยาลูโรนิกแอซิด (Cross-linking) สองขั้นตอน เทคโนโลยีนี้ย่อมาจาก Stabilized Hyaluronic Acid & Purification Enhancement ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้:
- กระบวนการสองขั้นตอน: เริ่มจากการใช้สาร BDDE ในการเชื่อมโยงโมเลกุล ตามด้วยขั้นตอนการทำความสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำให้บริสุทธิ์ที่ยาวนานขึ้น
- ความปลอดภัยสูง: ช่วยให้สาร BDDE ที่ตกค้างอยู่ในเจลมีปริมาณน้อยมากจนแทบตรวจไม่พบ (ต่ำกว่า 2 ppm) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการแพ้หรือผลข้างเคียง
- ประสิทธิภาพของเจล: ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความเสถียร มีความบริสุทธิ์สูง และสามารถคงผลลัพธ์ความงามได้ยาวนานอย่างปลอดภัย (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
ฟิลเลอร์ Neuramis มีกี่รุ่น แต่ละสีต่างกันอย่างไร?
ฟิลเลอร์ Neuramis ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มีทั้งหมด 3 รุ่น โดยแบ่งตามสีกล่องและความเหมาะสมในการใช้งานดังนี้:
- Neuramis Deep (กล่องสีดำ): เป็นรุ่นมาตรฐานที่มีความหนืดปานกลาง ไม่มีส่วนผสมของยาชา เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องลึกระดับปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก รวมถึงการเติมคางและขมับ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6–8 เดือน
- Neuramis Deep Lidocaine (กล่องสีเทา): มีคุณสมบัติของเนื้อเจลเหมือนกับกล่องสีดำทุกประการ แต่เพิ่มส่วนผสมของยาชา 0.3% เพื่อลดความเจ็บระหว่างฉีด ใช้สำหรับเติมร่องลึกและปรับรูปหน้าในจุดต่างๆ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6–8 เดือน
- Neuramis Volume Lidocaine (กล่องสีทอง): เป็นรุ่นที่มีเนื้อเจลเข้มข้นและมีความยืดหยุ่นสูงที่สุด (เนื้อแข็งที่สุด) มีส่วนผสมของยาชา เหมาะสำหรับการเติมวอลลุ่มในจุดที่ต้องการการยกกระชับหรือชั้นผิวลึก เช่น แก้มตอบ ขมับ คาง และกรอบหน้า ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6–9 เดือน (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
Neuramis Deep (กล่องดำ) สำหรับเติมร่องลึกและปรับรูปหน้า
Neuramis Deep (กล่องดำ) เป็นฟิลเลอร์ที่มีความหนืดปานกลางซึ่งออกแบบมาเพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกและปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
- คุณสมบัติหลัก: เป็นเจลไฮยาลูรอนิกแอซิดที่ไม่มีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) มีความยืดหยุ่นสูงและขึ้นรูปได้ง่าย
- บริเวณที่เหมาะสม: นิยมใช้เติมร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รวมถึงการปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น เติมแก้มตอบ ขมับ คาง และแนวกราม
- ระยะเวลาผลลัพธ์: ผลการรักษาจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6–8 เดือน ก่อนที่จะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ
- เทคโนโลยีการผลิต: ใช้เทคโนโลยี SHAPE ที่ช่วยให้ฟิลเลอร์มีความบริสุทธิ์สูงและมีสารตกค้างน้อยมาก ทำให้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
Neuramis Volume Lidocaine (กล่องทอง) สำหรับเพิ่มวอลลุ่มและยกกระชับ
Neuramis Volume Lidocaine (กล่องทอง) เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อเจลหนาและมีความยืดหยุ่นสูงที่สุดในตระกูล Neuramis ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มวอลลุ่มและยกกระชับใบหน้าโดยเฉพาะ
ฟิลเลอร์รุ่นนี้เหมาะสำหรับใช้เติมเต็มในบริเวณที่มีการสูญเสียวอลลุ่มมากหรือมีร่องลึก เช่น แก้มตอบ ขมับ คาง หรือแนวกราม เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติและยกกระชับขึ้น โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- เนื้อเจล: มีความหนาแน่นและคงตัวได้ดีเยี่ยม (Thickest gel) ช่วยในการรักษาทรงได้ดี
- ส่วนผสม: มีส่วนผสมของยาชาลิโดเคน (Lidocaine) 0.3% เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดขณะฉีด
- ระยะเวลาผลลัพธ์: ผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นานประมาณ 6–9 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลของแต่ละบุคคล (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2025)
Neuramis Deep Lidocaine (กล่องเทา) รุ่นผสมยาชาเพื่อความสบายขณะฉีด
Neuramis Deep Lidocaine (กล่องสีเทา) เป็นฟิลเลอร์เนื้อปานกลางที่มีส่วนผสมของยาชา 0.3% เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด โดยมีคุณสมบัติและรายละเอียดดังนี้:
- บริเวณที่ฉีด: เหมาะสำหรับเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกระดับปานกลางถึงมาก เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก รวมถึงการเติมวอลลุ่มบริเวณแก้มตอบ ขมับ คาง และกรอบหน้า
- ระยะเวลาผลลัพธ์: ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6–8 เดือน ก่อนที่จะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ
- เทคโนโลยีการผลิต: ใช้เทคโนโลยี SHAPE ที่มีความบริสุทธิ์สูงและมีสารตกค้างน้อยมาก ทำให้มีความปลอดภัยและได้รับการรับรองจาก อย. ไทย (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
จุดฉีดที่เหมาะสม ฟิลเลอร์นิวรามิสฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง?
ฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะสำหรับการฉีดเพื่อเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณขมับ คาง แก้มตอบ และร่องแก้ม
ตำแหน่งที่เหมาะสมในการฉีดมีดังนี้:
- ขมับ: ช่วยเติมเต็มร่องลึกบริเวณขมับให้ดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น
- คาง: ใช้เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียววีไลน์ (V-line) หรือเสริมคางให้ดูมีมิติ
- แก้มและร่องแก้ม: เติมเต็มแก้มที่ตอบหรือร่องลึกข้างจมูก (ร่องแก้ม) เพื่อยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์
- กรอบหน้าและกราม: ใช้ในการปั้นรูปหน้าและเน้นกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
- ริมฝีปาก: สามารถใช้เติมริมฝีปากให้อวบอิ่มและดูเป็นธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ใช้ Neuramis ฉีดบริเวณใต้ตา เนื่องจากเนื้อเจลมีความหนาเกินไปสำหรับผิวที่บอบบาง ซึ่งอาจทำให้เกิดก้อนหรือดูไม่เรียบเนียนได้ (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
การฉีดฟิลเลอร์ขมับและคางเพื่อปรับรูปหน้า
การฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่บริเวณขมับและคางช่วยปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติและสมดุลมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด การฉีดที่ขมับจะช่วยเติมเต็มรอยบุ๋มทำให้ใบหน้าส่วนบนดูอิ่มเอิบและยกคิ้วขึ้น ในขณะที่การฉีดที่คางช่วยปรับความยาวหรือความเรียบเนียนของคางเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ใบหน้าเรียวรูปตัววี (V-line) ซึ่งช่วยเสริมโครงหน้าโดยรวมให้ดูอ่อนเยาว์และได้สัดส่วน (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มและแก้มตอบ
การฉีดฟิลเลอร์ Neuramis สามารถเติมเต็มร่องแก้มและแก้ปัญหาแก้มตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า
การใช้ฟิลเลอร์ในบริเวณเหล่านี้มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
- การเติมร่องแก้ม (Nasolabial Folds): ใช้เพื่อเติมเต็มร่องลึกข้างปีกนกที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ โดยรุ่นที่นิยมใช้คือ Neuramis Deep ซึ่งมีความหนืดปานกลาง ปั้นทรงได้ง่าย และดูเป็นธรรมชาติ
- การแก้ปัญหาแก้มตอบ (Sunken Cheeks): ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับใบหน้าส่วนกลางที่ยุบตัวลง ทำให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและยกกระชับขึ้น โดยมักใช้รุ่น Neuramis Volume Lidocaine ซึ่งเป็นเนื้อเจลที่หนาและมีความยืดหยุ่นสูงที่สุดในไลน์ผลิตภัณฑ์
- ผลลัพธ์และความคงทน: ผลลัพธ์จะเห็นได้ทันทีหลังฉีด โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6–9 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
- ข้อดี: เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเนื่องจากมีราคาประหยัดกว่าแบรนด์จากยุโรปหรืออเมริกาประมาณ 50% แต่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยและผ่านการรับรองจาก อย. ไทย (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
นิวรามิสฉีดปากและใต้ตาได้ไหม?
Neuramis สามารถใช้ฉีดริมฝีปากได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ฉีดบริเวณใต้ตา
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ในแต่ละจุดมีดังนี้:
- ริมฝีปาก: สามารถใช้ฉีดเพื่อเพิ่มวอลลุ่มและความอวบอิ่ม รวมถึงปรับรูปปากให้ชัดเจนขึ้น โดยให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติเมื่อฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ใต้ตา: โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากเนื้อเจลของ Neuramis มีความหนาและโมเลกุลค่อนข้างใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาผิวไม่เรียบเนียน เป็นก้อน หรือเห็นเป็นลำบริเวณผิวใต้ตาที่บอบบางและบางส่วนได้ สำหรับบริเวณนี้แพทย์มักแนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียดและนิ่มกว่า (V Square Clinic, 2024)
เปรียบเทียบ Neuramis กับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น (Restylane / Juvederm / e.p.t.q.)
Neuramis เป็นฟิลเลอร์ที่มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าแบรนด์พรีเมียมจากตะวันตก โดยมีรายละเอียดการเปรียบเทียบดังนี้:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Neuramis (เกาหลี) | Juvederm (สหรัฐฯ) / Restylane (สวีเดน) | e.p.t.q. (เกาหลี) |
|---|---|---|---|
| จุดเด่นหลัก | ราคาประหยัด ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ | มีเทคโนโลยีหลากหลาย (Vycross/NASHA) และความคงตัวสูง | เน้นความบริสุทธิ์สูงและเนื้อเจลละเอียด |
| ระยะเวลาคงตัว | ประมาณ 6–9 เดือน | นานกว่า (บางรุ่นอยู่ได้ 12–18+ เดือน) | ประมาณ 6–12 เดือน (บางแหล่งระบุถึง 18-24 เดือน) |
| ความหลากหลาย | มีรุ่นจำกัด (Deep/Volume) เนื้อเจลค่อนข้างหนา | มีรุ่นเฉพาะทางจำนวนมากสำหรับทุกชั้นผิว | เน้นการรวมตัวกับเนื้อเยื่อได้เรียบเนียน |
| ราคาโดยประมาณ | 5,000–8,000 บาท ต่อ 1 cc | สูงกว่า Neuramis ประมาณ 2 เท่า | ใกล้เคียงกับ Neuramis (เน้นความคุ้มค่า) |
ข้อสรุป:
- Neuramis เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่มในราคาประหยัด แต่ผลลัพธ์อาจอยู่ได้สั้นกว่าแบรนด์พรีเมียม
- Juvederm และ Restylane เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเฉพาะเจาะจงในแต่ละจุด (เช่น ใต้ตา) และต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า
- e.p.t.q. เป็นทางเลือกจากเกาหลีที่เน้นความบริสุทธิ์และอาจมีระยะเวลาคงตัวนานกว่า Neuramis ในบางกรณี (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
ข้อดีและข้อเสียของฟิลเลอร์ Neuramis ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ข้อดี: ราคาคุ้มค่า ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
Neuramis เป็นฟิลเลอร์ที่มีข้อดีหลักคือราคาคุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- ราคาคุ้มค่า: มีราคาถูกกว่าฟิลเลอร์แบรนด์พรีเมียมจากสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปประมาณ 50% ทำให้ผู้รับบริการเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ: เนื้อเจลกระจายตัวและกลืนไปกับเนื้อเยื่อได้ดี ช่วยปรับรูปหน้าให้ละมุนและเติมเต็มริ้วรอยได้โดยไม่ดูแข็งทื่อ
- ความปลอดภัยสูง: ผลิตด้วยเทคโนโลยี SHAPE ที่มีความบริสุทธิ์สูง ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และมาตรฐานยุโรป (EDQM)
- ความสบายขณะฉีด: มีรุ่นที่ผสมยาชา (Lidocaine) เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการทำหัตถการ (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2025)
ข้อจำกัด: ระยะเวลาการคงตัวและความละเอียดของเนื้อเจล
ข้อจำกัดหลักของ Neuramis คือระยะเวลาการคงตัวที่สั้นกว่าฟิลเลอร์แบรนด์พรีเมียมและความละเอียดของเนื้อเจลที่มีความหนาค่อนข้างมาก โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ระยะเวลาการคงตัว: ผลลัพธ์โดยเฉลี่ยอยู่ได้ประมาณ 6–9 เดือน ซึ่งน้อยกว่าแบรนด์จากยุโรปหรืออเมริกาอย่าง Juvederm หรือ Restylane ที่บางรุ่นสามารถอยู่ได้นานถึง 12–18 เดือนขึ้นไป
- ความละเอียดของเนื้อเจล: เนื่องจากเนื้อเจลมีความหนาและมีโมเลกุลขนาดใหญ่ จึงไม่เหมาะสำหรับการฉีดในบริเวณที่ผิวบอบบางมาก เช่น ใต้ตา หรือริ้วรอยตื้นๆ บนผิวชั้นนอก เพราะอาจทำให้เกิดการแข็งตัวหรือเห็นเป็นก้อนได้ (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, V Square Clinic, 2024)
วิธีเช็กฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ดูอย่างไรไม่ให้เจอของปลอม?
การเช็กฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ในประเทศไทยสามารถทำได้โดยการตรวจสอบสแกน QR Code บนกล่องและตรวจสอบรายละเอียดผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ
คุณสามารถตรวจสอบความมั่นใจได้ตามขั้นตอนดังนี้:
- สแกน QR Code: กล่องผลิตภัณฑ์ต้องมีรหัส QR Code ที่สามารถสแกนผ่านแอปพลิเคชันเพื่อยืนยันชื่อคลินิกที่สั่งซื้อและตรวจสอบเลขล็อต (Lot number) ได้
- ตรวจสอบผู้นำเข้า: ในประเทศไทยต้องนำเข้าโดยบริษัท เมดิเซเลส จำกัด (Medyceles Co.) เพียงผู้เดียวเท่านั้น
- ลักษณะกล่อง: กล่องต้องปิดสนิท อยู่ในสภาพสมบูรณ์ (Vacuum-packed) และมีฉลากภาษาไทยระบุรายละเอียดชัดเจน ทั้งชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต และวันหมดอายุ
- ตรวจสอบอุปกรณ์ภายใน: ภายใน 1 กล่อง จะประกอบด้วยไซริงค์ที่บรรจุตัวยา 1.0 ml และเข็มปลอดเชื้อจำนวน 2 เล่ม
- ใบรับรองจากคลินิก: คลินิกที่ได้มาตรฐานควรมีใบเซอร์ฯ หรือเอกสารรับรองจากบริษัท Medyceles แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
การตรวจสอบรหัส QR Code และเลข Lot ข้างกล่อง
การตรวจสอบความแท้ของฟิลเลอร์ Neuramis ในประเทศไทยสามารถทำได้โดยการสแกนรหัส QR Code และตรวจสอบเลข Lot บนกล่องผลิตภัณฑ์ ซึ่งรหัส QR Code นี้จะช่วยยืนยันชื่อคลินิกที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงจากบริษัท เมดิเซเลส จำกัด (Medyceles Co.) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียว นอกจากนี้ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบว่ากล่องผลิตภัณฑ์ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา มีฉลากภาษาไทยที่ระบุรายละเอียดการผลิต วันหมดอายุ และเลข Lot ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการใช้สินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
ลักษณะบรรจุภัณฑ์และสติกเกอร์สุญญากาศ
บรรจุภัณฑ์ของ Neuramis ของแท้ต้องอยู่ในกล่องที่ปิดสนิทแบบสุญญากาศและมีสติกเกอร์ฉลากภาษาไทยกำกับอย่างชัดเจน
รายละเอียดสำคัญในการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์มีดังนี้:
- การปิดผนึก: ตัวกล่องต้องถูกบรรจุในลักษณะสุญญากาศ (Vacuum-packed) และยังไม่ผ่านการเปิดใช้งาน
- ฉลากและข้อมูล: ต้องมีฉลากภาษาไทยที่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิต รายละเอียดการนำเข้า และวันหมดอายุ
- รหัสตรวจสอบ: บนกล่องจะมี QR Code และเลข Lot การผลิตที่สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบชื่อคลินิกที่สั่งซื้อผ่านผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ (บริษัท เมดิเซเลส จำกัด) ได้ (Neuramis Filler, Aura Bangkok Clinic, 2024)
การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์นิวรามิส
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและลดอาการบวม
ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญคือการประคบเย็นเพื่อลดบวมและหลีกเลี่ยงยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดก่อนรับบริการ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ก่อนการฉีด: ควรงดยาละลายลิ่มเลือด ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และอาหารเสริมบางชนิดอย่างน้อย 7 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ รวมถึงแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติการแพ้ยาชา
- หลังการฉีด:
- ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวมและปวด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและการสัมผัสความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรือการแช่น้ำร้อน เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ถึง 1 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและทามอยส์เจอไรเซอร์ตามคำแนะนำเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้ดีขึ้น
- หากพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรง ผิวเปลี่ยนสี หรือบวมลามผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที (Naiss Clinic, 2025)
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีแก้ไข
อาการข้างเคียงของ Neuramis Filler มักเป็นเพียงชั่วคราวและไม่รุนแรง เช่น อาการบวม แดง กดเจ็บ หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งโดยปกติจะหายไปเองภายใน 7–14 วัน โดยมีรายละเอียดและวิธีแก้ไขดังนี้:
- วิธีดูแลเบื้องต้น: ประคบเย็นในบริเวณที่ฉีดในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม และควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์รวมตัวกับผิวได้ดีขึ้น
- ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า หรือความร้อนสูงในช่วง 48 ชั่วโมงถึง 1 สัปดาห์แรกหลังทำ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการบวมหรือรอยช้ำรุนแรงขึ้น
- การแก้ไขกรณีเกิดก้อน: หากเกิดก้อนเล็กๆ จากการฉีดตื้นเกินไป มักจะค่อยๆ ยุบตัวลงเอง แต่หากไม่หายสามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้
- สัญญาณอันตราย: หากมีอาการปวดอย่างรุนแรง ผิวเปลี่ยนสี หรือบวมลุกลามผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเนื่องจากอาจเกิดจากการฉีดเข้าเส้นเลือดหรือการติดเชื้อ (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, Aura Bangkok Clinic, 2024)
ฟิลเลอร์ Neuramis ราคาเท่าไหร่? อัปเดตราคาโปรโมชั่นล่าสุด
ฟิลเลอร์ Neuramis ในประเทศไทยมีราคาโดยประมาณอยู่ที่ 5,000–8,000 บาทต่อ 1 cc โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามรุ่นของผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก เช่น บางแห่งอาจมีราคาโปรโมชั่นเริ่มต้นที่ 4,990 บาทต่อ cc หรือมีส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อตั้งแต่ 3 cc ขึ้นไป ซึ่ง Neuramis ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเนื่องจากมีราคาถูกกว่าฟิลเลอร์จากยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาประมาณ 50% (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Neuramis
ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานกี่เดือน?
ฟิลเลอร์ Neuramis โดยทั่วไปจะคงผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 8 เดือน สำหรับรุ่น Neuramis Deep และ Deep Lidocaine ส่วนรุ่น Neuramis Volume Lidocaine (กล่องทอง) ซึ่งมีความหนาแน่นของเจลสูงสุดอาจอยู่ได้นานถึง 6-9 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาที่ชัดเจนจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด การดูแลตัวเอง และระบบเผาผลาญของแต่ละบุคคล (V Square Clinic, 2024)
ฉีดฟิลเลอร์นิวรามิสแล้วเป็นก้อนเกิดจากอะไร?
การเกิดก้อนหลังฉีดฟิลเลอร์ Neuramis มักเกิดจากการฉีดในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือการวางตำแหน่งฟิลเลอร์ที่ตื้นเกินไป โดยสาเหตุหลักและแนวทางแก้ไขมีดังนี้:
- เทคนิคการฉีด: หากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป (superficial injection) หรือกระจายตัวยาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้เห็นเป็นก้อนนูนใต้ผิวหนังได้
- การบวมตามปกติ: ในช่วงแรกหลังฉีดอาจเกิดการบวมหรือมีรอยช้ำ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเหมือนเป็นก้อนได้ โดยอาการนี้มักจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
- การอักเสบ: ในบางกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดจากการอักเสบหรือการก่อตัวของโหนด (nodule) ขนาดเล็ก
- แนวทางแก้ไข: หากเป็นก้อนเล็กน้อย แพทย์อาจแนะนำให้ช่วยนวดเบาๆ ตามคำแนะนำ แต่หากก้อนไม่หายไปหรือมีความผิดปกติ สามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ฉีดสลายฟิลเลอร์ออกได้อย่างปลอดภัย (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
Neuramis 1 กล่อง มีกี่ cc?
Neuramis 1 กล่อง มีปริมาณฟิลเลอร์ทั้งหมด 1 cc โดยในแต่ละกล่องจะประกอบด้วยไซริงค์ที่บรรจุตัวยาไว้แล้วขนาด 1.0 ml จำนวน 1 แท่ง พร้อมเข็มปราศจากเชื้อ 2 เล่ม และเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ (Neuramis Filler – Comprehensive Research Report, 2025)
หลังฉีดฟิลเลอร์กี่วันถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน?
คุณจะสามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเข้าที่ที่สุดภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แม้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำเสร็จ แต่ในช่วงแรกอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยเข็ม ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ เมื่อเนื้อเยื่อฟื้นตัวและฟิลเลอร์กลืนไปกับผิวอย่างสมบูรณ์แล้วจะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุด (Naiss Clinic, 2025)

