ร้อยไหมจมูก คืออะไร ช่วยให้จมูกโด่งสวยได้จริงไหม ข้อดี-ข้อเสีย

ร้อยไหมจมูก คือหัตถการเสริมความงามแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้ไหมละลายเพื่อปรับสันจมูกให้คมชัดและยกปลายจมูกให้เชิดสวย โดยให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและมีระยะเวลาพักฟื้นสั้นเพียง 1–2 วันเท่านั้น
ร้อยไหมจมูกดีไหม และเหมาะกับใครบ้าง?
การร้อยไหมจมูกเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกเพียงเล็กน้อยโดยไม่ต้องการผ่าตัด เนื่องจากเป็นวิธีที่เจ็บน้อย พักฟื้นไว และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
กลุ่มบุคคลที่เหมาะสมกับการร้อยไหมจมูก ได้แก่:
- ผู้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้างแล้ว แต่ต้องการเพิ่มความคมชัดหรือความสูงของสันจมูกเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
- ผู้ที่มีปัญหาปลายจมูกงุ้มหรือตก และต้องการยกปลายจมูกให้เชิดขึ้นเพื่อปรับองศาใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว (Lunchtime nose job) และมีเวลาพักฟื้นจำกัด
- ผู้ที่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดศัลยกรรม หรือต้องการทดลองปรับรูปทรงจมูกแบบชั่วคราวก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมถาวร
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีฮัมพ์ (กระดูกนูน) ขนาดใหญ่ จมูกเบี้ยวผิดรูปอย่างรุนแรง หรือผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมาก ซึ่งการผ่าตัดศัลยกรรมจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า (Can you reshape your nose without surgery? Understanding the thread-based nose lift, American Society of Plastic Surgeons, 2025)
ทำความรู้จักการร้อยไหมจมูก (Nose Thread Lift) คืออะไร?
การร้อยไหมจมูกคือหัตถการเสริมความงามแบบไม่ผ่าตัด โดยการใช้ไหมละลาย (มักเป็นวัสดุ PDO) สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อยกปลายจมูกและปรับสันจมูกให้ดูโด่งและคมชัดขึ้น
หัตถการนี้ทำงานผ่านสองกลไกหลัก คือการใช้ตัวไหมที่มีลักษณะเป็นเงี่ยง (Barbed threads) ช่วยยึดเกาะและดึงเนื้อเยื่อขึ้นในทันที และการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่รอบๆ เส้นไหมในระยะยาวเพื่อคงรูปทรงจมูกไว้แม้ไหมจะละลายไปแล้ว โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
- วัสดุที่ใช้: ส่วนใหญ่ใช้ไหม PDO (ละลายหมดใน 6–12 เดือน), PLLA (18–24 เดือน) หรือ PCL (24–36 เดือน)
- ผลลัพธ์ที่ได้: ช่วยเพิ่มความสูงของสันจมูก ปรับปลายจมูกที่งุ้มให้เชิดขึ้น และช่วยให้ทรงจมูกดูเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
- ข้อดี: เป็นวิธีที่เจ็บน้อย พักฟื้นไว (1–2 วัน) ไม่ต้องวางยาสลบ และมีความเสี่ยงต่อการตาบอดหรือเนื้อตายต่ำกว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูก
- ข้อจำกัด: ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราวและไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกที่รุนแรง เช่น ฮัมพ์ขนาดใหญ่ หรือจมูกที่เบี้ยวมากได้เหมือนการผ่าตัดศัลยกรรม (Can you reshape your nose without surgery? Understanding the thread-based nose lift, American Society of Plastic Surgeons, 2025)
ไหมที่ใช้ร้อยจมูกมีกี่แบบ และแตกต่างกันอย่างไร?
วัสดุที่ใช้ร้อยไหมจมูกมี 3 แบบหลัก ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL ซึ่งมีความแตกต่างกันที่ระยะเวลาการคงตัวและความยืดหยุ่น ดังนี้:
- PDO (Polydioxanone): เป็นวัสดุที่นิยมมากที่สุด สลายตัวได้หมดภายใน 6–12 เดือน มีความยืดหยุ่นสูงและไม่ทำให้รู้สึกไม่สบาย
- PLLA (Poly-L-lactic acid): สลายตัวภายใน 18–24 เดือน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนานกว่า PDO แต่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า
- PCL (Polycaprolactone): เป็นวัสดุที่อยู่ได้นานที่สุดประมาณ 24–36 เดือน มีความคงทนสูงและช่วยพยุงโครงสร้างจมูกได้นานกว่าแบบอื่น
นอกจากนี้ เส้นไหมยังมี 2 ลักษณะ คือ ไหมเรียบ (Mono) ที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อความกระชับ และ ไหมเงี่ยง (Barbed/Cog) ที่มีตะขอขนาดเล็กสำหรับยึดเกาะเนื้อเยื่อเพื่อยกปลายจมูกหรือสันจมูกให้โด่งขึ้นทันที (What Is a PDO Thread Lift? (Plus PDO vs. PLLA vs. PCL Threads), FACE Medical Journal, 2023)
กลไกการทำงานของการร้อยไหมในการปรับรูปทรงจมูก
การร้อยไหมจมูกทำงานโดยการ ใช้ไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อดึงรันเนื้อเยื่อให้เกิดการยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อคงสภาพรูปทรงในระยะยาว
กลไกหลักประกอบด้วยสองส่วนสำคัญดังนี้:
- การยกกระชับทางกายภาพ: เส้นไหม (โดยเฉพาะชนิดที่มีเงี่ยงหรือ Barbed threads) จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างยึดเกาะกับเนื้อเยื่อภายใน ช่วยดึงและปรับองศาของสันจมูกหรือปลายจมูกให้โด่งขึ้นและชัดเจนขึ้นทันทีหลังทำ
- การกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ: เมื่อไหมเริ่มสลายตัวตามธรรมชาติ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาล้อมรอบแนวเส้นไหมเดิม ซึ่งคอลลาเจนเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นโครงร่างตามธรรมชาติที่ช่วยพยุงรูปทรงจมูกให้คงอยู่ต่อไปได้แม้เส้นไหมจะละลายไปหมดแล้ว
ร้อยไหมจมูกช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?
การร้อยไหมจมูกช่วยปรับทรงจมูกให้โด่งคมชัดและยกปลายจมูกให้เชิดขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
การร้อยไหมจมูกมีประโยชน์หลักในด้านต่างๆ ดังนี้:
- เพิ่มความสูงและความคมชัดของสันจมูก: ช่วยให้สันจมูกดูเป็นสันชัดเจนและเรียวสวยขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาดั้งแบน
- ยกปลายจมูก: ช่วยปรับปลายจมูกที่งุ้มหรือตกให้เชิดขึ้น เพิ่มมิติให้ปลายจมูกดูสวยงาม
- ปรับจมูกให้ดูตรงขึ้น: สามารถช่วยพรางฮัมพ์ (กระดูกที่นูนบนสันจมูก) ขนาดเล็กให้ดูเรียบเนียนและตรงขึ้นได้
- ช่วยให้ปีกจมูกดูแคบลง: แม้จะไม่ได้ตัดเนื้อปีกจมูกออก แต่การยกสันและปลายจมูกขึ้นจะช่วยดึงรั้งให้รูจมูกและปีกจมูกดูเล็กลงโดยปริยาย
- กระตุ้นคอลลาเจน: เมื่อไหมสลายตัวไปจะเกิดการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมาทดแทน ช่วยประคองรูปทรงจมูกไว้ได้ในระยะยาวระดับหนึ่ง (Everything You Need to Know About Nose Thread Lifts, RealSelf News, 2024)
การยกปลายจมูกให้เชิดสวย (Nose Tip Lift)
การร้อยไหมจมูกสามารถช่วยยกปลายจมูกที่งุ้มหรือแบนให้เชิดและดูมีมิติขึ้นได้ โดยใช้เทคนิคการสอดไหมประมาณ 2–3 เส้นจากบริเวณปลายจมูกไปยังสันจมูกในลักษณะไขว้กันหรือเป็นรูปตัว “V” เพื่อสร้างโครงสร้างค้ำยันและหมุนปลายจมูกให้เชิดขึ้นตามต้องการ การร้อยไหมวิธีนี้จะช่วยปรับองศาของปลายจมูกให้ดูสวยงามและคมชัดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรม (Everything You Need to Know About Nose Thread Lifts, RealSelf News, 2024)
การปรับสันจมูกให้ดูคมชัดและมีมิติ
การร้อยไหมจมูกช่วย ปรับสันจมูกให้ดูคมชัดและมีมิติได้โดยการใช้ไหมละลาย (มักเป็นไหมเงี่ยงหรือ Barbed threads) สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อยกกระชับและสร้างขอบเขตของสันจมูกให้ดูโดดเด่นขึ้น
การร้อยไหมจะช่วยเพิ่มความสูงของสันจมูกได้ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามแนวไหม ทำให้จมูกดูเป็นสันคมและมีมิติมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่งรูปทรงเพียงเล็กน้อย
การลดขนาดปีกจมูกด้วยเทคนิคร้อยไหม
การร้อยไหมปีกจมูกเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ รูจมูกดูแคบลงและลดความกว้างของปีกจมูกได้เพียงเล็กน้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้:
- กลไกการทำงาน: การร้อยไหมจะช่วยยกสันจมูกและปลายจมูกให้โด่งขึ้น ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้ปีกจมูกที่เคยดูบานถูกดึงรั้งให้ดูแคบลง นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการร้อยไหมวนบริเวณฐานปีกจมูกเพื่อช่วยรวบเนื้อเยื่อเข้าหากัน
- ข้อจำกัด: เทคนิคนี้ไม่สามารถตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกได้เหมือนการผ่าตัดปีกจมูก ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อปีกจมูกหนาหรือกว้างมาก
- วัสดุที่ใช้: มักใช้ไหมละลายประเภท PCL หรือ PLLA ซึ่งมีความทนทานและให้ผลลัพธ์ยาวนานประมาณ 1-2 ปี
- ข้อดี: ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่มีแผลเป็นจากการกรีดเนื้อ และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
เปรียบเทียบร้อยไหมจมูก vs เสริมจมูกด้วยซิลิโคน vs ฉีดฟิลเลอร์จมูก เลือกแบบไหนดี?
การเลือกวิธีเสริมจมูกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ ความต้องการด้านผลลัพธ์ ระยะเวลาพักฟื้น และงบประมาณของผู้เข้ารับบริการ โดยแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันดังนี้:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การร้อยไหมจมูก | การเสริมจมูก (ซิลิโคน) | การฉีดฟิลเลอร์จมูก |
|---|---|---|---|
| ผลลัพธ์ | ดูเป็นธรรมชาติ เน้นยกปลายและสัน | เปลี่ยนโครงสร้างได้ชัดเจน ถาวร | ปรับแต่งรูปทรงได้ละเอียด |
| ระยะเวลาพักฟื้น | น้อยมาก (1-2 วัน) | นาน (หลายสัปดาห์) | ไม่ต้องพักฟื้น |
| ความคงทน | ชั่วคราว (6-24 เดือน) | ถาวร | ชั่วคราว (6-18 เดือน) |
| ความเสี่ยงหลัก | ไหมโผล่, การติดเชื้อ | ความเสี่ยงจากการผ่าตัด, เบี้ยวเอียง | การอุดตันของเส้นเลือด |
- เลือกการร้อยไหมจมูก: หากต้องการปรับแก้เพียงเล็กน้อย เช่น ยกปลายจมูกให้เชิดขึ้นหรือเพิ่มความคมชัดของสันจมูกโดยไม่ต้องการผ่าตัดและไม่อยากให้จมูกดูหนาขึ้น
- เลือกการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน: หากต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ถาวร หรือต้องการแก้ไขโครงสร้างจมูกอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การลดฮัมพ์หรือปรับฐานจมูกที่กว้าง
- เลือกการฉีดฟิลเลอร์: หากต้องการเติมเต็มรอยบุ๋มหรือปรับทรงจมูกให้เรียบเนียนโดยไม่ต้องพักฟื้น แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของเส้นเลือดในบริเวณอันตราย
ข้อดีและข้อเสียของการร้อยไหมจมูกที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
การร้อยไหมจมูกเป็นทางเลือกที่ช่วยปรับรูปทรงจมูกให้โด่งและคมชัดขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด มีระยะเวลาพักฟื้นสั้นและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ข้อดีของการร้อยไหมจมูก:
- รวดเร็วและพักฟื้นไว: เป็นหัตถการที่ใช้เวลาเพียง 30–60 นาที และสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันทีโดยมีอาการบวมช้ำน้อยมาก
- ปรับแต่งทรงได้ละเอียด: ช่วยยกปลายจมูกที่งุ้มให้เชิดขึ้น และเพิ่มความคมชัดของสันจมูกได้ดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์ในบางกรณี
- กระตุ้นคอลลาเจน: เมื่อไหมละลายจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ช่วยให้ทรงจมูกยังคงรูปได้บางส่วนแม้ไหมจะละลายไปแล้ว
- ความปลอดภัยสูง: ลดความเสี่ยงเรื่องการฉีดสารเติมเต็มเข้าเส้นเลือดที่อาจทำให้ตาบอดหรือผิวหนังตาย
ข้อเสียของการร้อยไหมจมูก:
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร: ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6–24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุไหม (PDO, PLLA หรือ PCL)
- ข้อจำกัดในการปรับรูปทรง: ไม่สามารถลดขนาดฮัมพ์ (กระดูกนูน) ขนาดใหญ่ หรือแก้ไขโครงสร้างจมูกที่เบี้ยวเอียงรุนแรงได้เหมือนการผ่าตัด
- ความเสี่ยงเฉพาะทาง: อาจเกิดปัญหาไหมโผล่ การติดเชื้อ หรือการเกิดพังผืดใต้ผิวหนังหากทำโดยผู้ที่ไม่ชำนาญ
- แก้ไขยาก: หากไม่พอใจผลลัพธ์ ไม่สามารถฉีดสลายได้ทันทีเหมือนฟิลเลอร์ ต้องรอให้ไหมละลายเองหรือผ่าตัดนำออกเท่านั้น
ร้อยไหมจมูกอยู่ได้นานแค่ไหน และกี่วันเห็นผลชัดเจน?
ผลลัพธ์ของการร้อยไหมจมูกโดยทั่วไปจะ คงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนสำหรับไหม PDO และอาจนานถึง 2-3 ปีสำหรับไหม PLLA หรือ PCL โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ แต่จะเห็นผลลัพธ์ที่สวยงามชัดเจนที่สุดหลังจากผ่านไปประมาณ 4 สัปดาห์
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาและผลลัพธ์มีดังนี้:
- ระยะเวลาของวัสดุ: ไหม PDO จะสลายตัวหมดภายใน 6-12 เดือน ในขณะที่ไหม PLLA (18-24 เดือน) และ PCL (24-36 เดือน) จะอยู่ได้นานกว่าเนื่องจากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
- การเห็นผลชัดเจน: แม้จะเห็นความโด่งขึ้นทันที แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อย เมื่ออาการบวมยุติลงและคอลลาเจนเริ่มสร้างตัวรอบเส้นไหมในสัปดาห์ที่ 4 รูปทรงจมูกจะดูเข้าที่และคมชัดที่สุด
- ปัจจัยที่ส่งผล: ความคงทนของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่เลือกใช้ จำนวนเส้นไหม และการดูแลตัวเองหลังทำ เช่น การหลีกเลี่ยงการกดทับหรือความร้อนสูงในช่วงแรก (Nose Thread Lifts – Advantages, Disadvantages, and FAQs, Patcha Clinic, 2025)
ร้อยไหมจมูกอันตรายไหม? ส่องเคสหลุดและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
สัญญาณเตือนและอาการผิดปกติหลังร้อยไหมจมูก
สัญญาณเตือนที่ควรระวังหลังร้อยไหมจมูก ได้แก่ อาการปวดอย่างรุนแรง รอยแดงที่แผ่ขยายกว้างขึ้น มีไข้ หรือปลายไหมโผล่พ้นผิวหนัง
แม้ว่าอาการบวมแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อยจะเป็นเรื่องปกติในช่วง 48 ชั่วโมงแรก แต่หากพบความผิดปกติต่อไปนี้ควรติดต่อแพทย์ทันที:
- การติดเชื้อ: มีอาการบวมแดงเพิ่มขึ้น รู้สึกร้อนบริเวณที่ทำ หรือมีหนองไหลออกมาจากจุดที่ร้อยไหม
- ไหมโผล่ (Thread Extrusion): ปลายไหมโผล่ออกมาให้เห็นหรือทิ่มทะลุผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดจากการวางตำแหน่งไหมตื้นเกินไป
- ปัญหาด้านการไหลเวียนเลือด: ผิวหนังมีลักษณะขาวซีด (Blanching) หรือมีอาการปวดเสียวอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกิดจากไหมไปกดทับเส้นเลือด
- ก้อนนูนหรือรอยบุ๋ม: เกิดก้อนแข็งที่สัมผัสได้ชัดเจนหรือผิวหนังบุ๋มตัวไม่สม่ำเสมอจากการดึงรั้งของไหม (Everything You Need to Know About Nose Thread Lifts, RealSelf News, 2024)
พังผืดจากการร้อยไหมจมูกมีจริงหรือไม่ และป้องกันได้อย่างไร?
การเกิดพังผืดจากการร้อยไหมจมูกมีอยู่จริง โดยเฉพาะหากมีการทำซ้ำหลายครั้งหรือใช้เทคนิคที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกใช้ไหมละลายคุณภาพสูงและเว้นระยะเวลาให้เนื้อเยื่อฟื้นฟูอย่างเต็มที่
รายละเอียดที่ควรทราบเกี่ยวกับการเกิดพังผืดและการป้องกันมีดังนี้:
- สาเหตุการเกิด: พังผืด (Fibrosis) เกิดจากกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม (ไหม) เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หากร้อยไหมซ้ำซ้อนในบริเวณเดิมบ่อยเกินไป พังผืดอาจสะสมจนทำให้เนื้อเยื่อแข็งหรือผิดรูป และส่งผลให้การผ่าตัดศัลยกรรมจมูกในอนาคตทำได้ยากขึ้น
- แนวทางการป้องกัน:
- เลือกใช้ไหมละลาย (Absorbable Threads): เช่น PDO, PLLA หรือ PCL ซึ่งจะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ช่วยลดการตกค้างของสิ่งแปลกปลอมในระยะยาว
- เว้นระยะเวลาที่เหมาะสม: ไม่ควรทำการร้อยไหมซ้ำบ่อยจนเกินไป ควรปล่อยให้ไหมเดิมสลายตัวและเนื้อเยื่อฟื้นฟูเต็มที่ก่อน
- เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: เทคนิคการวางตำแหน่งไหมที่ถูกต้องในชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสมจะช่วยลดการบาดเจ็บรุนแรงของเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดพังผืดที่ผิดปกติ
ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนร้อยไหมจมูกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด?
การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมจมูกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือ การงดรับประทานยาและอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด รวมถึงการงดสูบบุหรี่ล่วงหน้า โดยมีรายละเอียดข้อควรปฏิบัติที่สำคัญดังนี้:
- งดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก: ควรงดแอสไพริน ไอบูโพรเฟน น้ำมันปลา (Fish oil) วิตามินอี และสมุนไพรบางชนิด ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมหรือช้ำ
- งดสูบบุหรี่: ควรหยุดสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากบุหรี่ส่งผลเสียต่อกระบวนการสมานแผลและการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
- ดูแลสุขภาพผิว: ในวันที่ทำควรล้างหน้าให้สะอาดและงดแต่งหน้า หากมีอาการติดเชื้อหรือเป็นสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณจมูกควรเลื่อนการทำออกไปก่อน
- ปรึกษาแพทย์: แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด โดยเฉพาะหากเคยมีประวัติการแพ้ไหมหรือยาชา
วิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหมจมูก และข้อห้ามที่ต้องระวัง
การดูแลตัวเองหลังร้อยไหมจมูกเน้นการลดบวมและป้องกันไหมเคลื่อนที่ โดยต้องปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
วิธีการดูแลและข้อห้ามที่สำคัญมีดังนี้:
- การดูแลเบื้องต้น: ประคบเย็นเบื้องต้นในช่วง 48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม และนอนหนุนหมอนสูงในช่วง 3-5 คืนแรกเพื่อช่วยการระบายของเหลว
- ข้อห้ามเรื่องแรงกดทับ: งดสวมแว่นตาหรือแว่นกันแดดที่กดทับสันจมูกเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ และห้ามแคะ แกะ เกา หรือนวดบริเวณจมูกอย่างเด็ดขาด
- ข้อห้ามเรื่องกิจกรรม: งดออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากเป็นเวลา 7 วัน รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรือการอาบน้ำร้อน
- ข้อห้ามเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม: งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะส่งผลต่อการหายของแผลและเพิ่มอาการบวม
- การรักษาความสะอาด: งดแต่งหน้าบริเวณจมูกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และทำความสะอาดใบหน้าอย่างเบามือโดยใช้การซับแทนการถู (Nose Thread Lift Recovery and Aftercare Must-Knows, The Clifford Clinic, 2023)
ร้อยไหมจมูกกี่วันหายบวม และกี่วันแต่งหน้าได้?
อาการบวมจากการร้อยไหมจมูกจะ เริ่มยุบตัวลงและดูเป็นธรรมชาติภายใน 2-3 วัน และโดยทั่วไปสามารถเริ่มแต่งหน้าได้หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพักฟื้นมีดังนี้:
- การลดบวม: อาการบวมและตึงจะเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก และจะค่อยๆ หายไปจนเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเข้าที่เต็มที่ภายในเวลาประมาณ 4 สัปดาห์
- การแต่งหน้า: แนะนำให้งดแต่งหน้าอย่างน้อย 6-24 ชั่วโมงแรก เพื่อรอให้จุดที่ร้อยไหมปิดสนิทและป้องกันการติดเชื้อจากเครื่องสำอาง
- ข้อควรระวัง: ควรหลีกเลี่ยงการกดทับหรือสวมแว่นตาที่กดสันจมูกเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ และงดการออกกำลังกายหนักในช่วง 7 วันแรก
หลังร้อยไหมจมูกห้ามกินอะไร และต้องงดกิจกรรมอะไรบ้าง?
หลังร้อยไหมจมูก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด รวมถึงงดกิจกรรมที่ออกแรงหนักหรือการสัมผัสจมูกโดยตรง เพื่อป้องกันการอักเสบและการเคลื่อนที่ของเส้นไหม โดยมีรายละเอียดข้อควรระวังดังนี้:
- อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง: งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้หลอดเลือดขยายตัวและบวมมากขึ้น รวมถึงควรเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดหรือเผ็ดจัดในช่วง 2-3 วันแรก
- กิจกรรมที่ต้องงด:
- งดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นแรงเป็นเวลา 7 วัน
- งดการสวมแว่นตาที่มีน้ำหนักกดทับสันจมูกเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
- งดการนวดหน้า การทำทรีตเมนต์ หรือการกดทับบริเวณจมูกอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดการเข้าซาวน่าหรือการสัมผัสความร้อนสูงในช่วง 2 สัปดาห์แรก
- การดูแลเพิ่มเติม: ควรนอนหงายและหนุนศีรษะให้สูงในช่วง 3-5 คืนแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและป้องกันไม่ให้จมูกถูกกดทับขณะหลับ
ร้อยไหมจมูกราคาเท่าไหร่ และควรเลือกคลินิกที่ไหนดี?
ราคาของการร้อยไหมจมูกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 ถึง 30,000 บาทในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับจำนวนและวัสดุของเส้นไหมที่ใช้
ปัจจัยและคำแนะนำในการเลือกคลินิกมีดังนี้:
- ราคาตามวัสดุ: ไหมละลายประเภท PDO มักมีราคาถูกกว่าไหม PLLA หรือ PCL ที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์: ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งหรือผิวหนังที่มีประสบการณ์เฉพาะทางด้านการร้อยไหมจมูก เนื่องจากจมูกเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดสำคัญจำนวนมาก
- ความน่าเชื่อถือ: ตรวจสอบใบอนุญาตของคลินิก ความสะอาด และรีวิวภาพก่อน-หลังทำจากคนไข้จริง
- การให้คำปรึกษา: คลินิกที่ดีควรให้ข้อมูลตามความเป็นจริงเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ทำได้ รวมถึงแจ้งความเสี่ยงและวิธีการดูแลตนเองอย่างชัดเจน (DeQueens Thailand Blog, 2024)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการร้อยไหมจมูก
ร้อยไหมจมูกเจ็บไหม และต้องใช้ไหมกี่เส้น?
การร้อยไหมจมูกไม่เจ็บอย่างที่กังวลเนื่องจากมีการใช้ยาชา และโดยทั่วไปจะใช้ไหมประมาณ 3–8 เส้น ขึ้นอยู่กับโครงสร้างจมูกและผลลัพธ์ที่ต้องการ
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร้อยไหมจมูกมีดังนี้:
- ความเจ็บระหว่างทำ: แพทย์จะใช้ยาชาแบบทาและแบบฉีดก่อนเริ่มขั้นตอน ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บขณะสอดไหม แต่อาจรู้สึกตึงหรือมีแรงกดบ้างเล็กน้อย
- จำนวนเส้นที่ใช้:
- สันจมูก: มักใช้ไหมประมาณ 3–5 เส้น เพื่อเพิ่มความโด่งและความคมชัด
- ปลายจมูก: มักใช้ไหมประมาณ 2–3 เส้น เพื่อช่วยยกปลายจมูกให้เชิดขึ้น
- การพักฟื้น: หลังทำอาจมีอาการบวมหรือระบมเล็กน้อยประมาณ 48 ชั่วโมง แต่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
ร้อยไหมจมูกแล้วสามารถเสริมจมูกภายหลังได้หรือไม่?
ได้ คุณสามารถเข้ารับการศัลยกรรมเสริมจมูกด้วยซิลิโคนหรือกระดูกอ่อนภายหลังการร้อยไหมได้ โดยการร้อยไหมจมูกไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวรสำหรับการผ่าตัดในอนาคต แต่มีข้อควรระวังและรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
- ระยะเวลาที่ควรเว้น: ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่มักแนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนหลังจากร้อยไหม เพื่อให้วัสดุไหมส่วนใหญ่สลายตัวไปก่อน
- การแจ้งประวัติ: ผู้ป่วยจำเป็นต้องแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบว่าเคยผ่านการร้อยไหมมาก่อน เนื่องจากไหมอาจทำให้เกิดพังผืด (Fibrosis) ภายในเนื้อเยื่อจมูก ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนการผ่าตัดแยกเนื้อเยื่อมีความซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย
- การจัดการพังผืด: แม้จะมีพังผืดเกิดขึ้น แต่ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถจัดการและเลาะพังผืดเหล่านั้นออกเพื่อวางซิลิโคนหรือปรับโครงสร้างจมูกใหม่ได้ตามปกติ
ร้อยไหมจมูกกี่วันโดนน้ำได้ และล้างหน้าได้ตามปกติเมื่อไหร่?
คุณสามารถล้างหน้าอย่างเบามือได้ในวันถัดไปหลังจากรับบริการร้อยไหมจมูก แต่ควรหลีกเลี่ยงการทำให้จมูกเปียกโชกหรือแช่น้ำเป็นเวลาประมาณ 5–7 วันเพื่อให้แผลที่จุดทางเข้าไหมปิดสนิทเสียก่อน
ข้อควรปฏิบัติในการทำความสะอาดและดูแลตนเองมีดังนี้:
- การล้างหน้า: ในช่วงแรกให้ใช้วิธีการลูบไล้อย่างเบามือด้วยสบู่อ่อนๆ และน้ำสะอาด จากนั้นใช้การซับให้แห้งแทนการถูหรือขยี้บริเวณจมูก
- การแต่งหน้า: ควรงดการแต่งหน้าบริเวณจมูกอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่จุดร้อยไหม
- กิจกรรมที่ควรเลี่ยง: งดการว่ายน้ำ การเข้าซาวน่า หรือการแช่ตัวในอ่างอาบน้ำในช่วง 1 สัปดาห์แรก
ร้อยไหมจมูกบวมกี่วัน และมีวิธีลดบวมอย่างไร?
อาการบวมจากการร้อยไหมจมูกมักจะ ลดลงและดีขึ้นภายในประมาณ 48 ชั่วโมง โดยทั่วไปจมูกจะเริ่มเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากอาการบวมหายไปทั้งหมด
วิธีลดอาการบวมและดูแลตัวเองหลังทำมีดังนี้:
- ประคบเย็น: ในช่วง 1-2 วันแรก ให้ประคบเย็นเบาๆ บริเวณจมูกเพื่อลดการอักเสบ แต่ต้องระวังไม่ให้กดทับจมูกแรงเกินไป
- นอนหนุนหมอนสูง: ในช่วง 3-5 คืนแรก ควรนอนหงายและหนุนศีรษะให้สูงกว่าปกติเพื่อช่วยระบายของเหลวและลดอาการบวม
- หลีกเลี่ยงการกดทับ: งดสวมแว่นตาหรือแว่นกันแดดที่กดทับสันจมูกเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
- งดกิจกรรมที่เพิ่มความร้อน: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและบวมมากขึ้น

