Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Lifting

ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร? เจาะลึกทุกรุ่น ราคาล่าสุด 2568

Byadmin มกราคม 22, 2026
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on มกราคม 22, 2026
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน
ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร? เจาะลึกทุกรุ่น พร้อมอัปเดตราคาล่าสุด

Juvederm is a high-quality hyaluronic acid dermal filler from the United States that uses Hylacross and Vycross technologies to treat wrinkles and add facial volume for up to 24 months.

Table of Contents

Toggle
  • ฟิลเลอร์ Juvederm ดีไหม และช่วยแก้ปัญหาใบหน้าส่วนไหนได้บ้าง?
  • ทำความรู้จักฟิลเลอร์ Juvederm สารเติมเต็ม HA มาตรฐานระดับโลกจากอเมริกา
    • Juvederm คืออะไรและมีกระบวนการทำงานอย่างไร?
    • เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Juvederm
    • ฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้เช็กอย่างไร? วิธีตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเอง
  • รีวิวฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร เลือกฉีดรุ่นไหนดี?
    • Juvederm Voluma: เติมเต็มคาง ขมับ และปรับรูปหน้าให้มีมิติ
    • Juvederm Volift: เติมร่องแก้ม ร่องน้ำตา และปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
    • Juvederm Volbella: ตกแต่งริมฝีปากให้เอิบอิ่มและแก้ปัญหาใต้ตา
    • Juvederm Ultra Plus XC: เติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า
    • Juvederm Volux: รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับการปั้นโครงหน้าและแนวกราม
  • เปรียบเทียบความแตกต่าง: ฟิลเลอร์ Juvederm vs Restylane ยี่ห้อไหนตอบโจทย์กว่า?
  • การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
    • ข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังรับบริการ
    • อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้และวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
  • ราคาฟิลเลอร์ Juvederm อัปเดตล่าสุด เริ่มต้นกี่บาท?
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Juvederm
    • Juvederm อยู่ได้นานแค่ไหน?
    • ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm เจ็บไหม มีการแปะยาชาหรือไม่?
    • Juvederm CC ละกี่บาท และต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล?
    • ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นสัญชาติอะไรและผลิตโดยบริษัทไหน?

ฟิลเลอร์ Juvederm ดีไหม และช่วยแก้ปัญหาใบหน้าส่วนไหนได้บ้าง?

ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงระดับโลกที่มีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ โดยมีจุดเด่นในการแก้ปัญหาใบหน้าได้ครอบคลุมหลายส่วน ดังนี้:

  • เติมเต็มร่องลึกและริ้วรอย: ช่วยจัดการร่องแก้ม ร่องมุมปาก และริ้วรอยต่างๆ ให้ดูตื้นขึ้นและเรียบเนียน
  • เพิ่มวอลลุ่มและยกกระชับ: ใช้เติมความเต็มบริเวณแก้ม ขมับ และคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และมีมิติ
  • ปรับรูปทรงริมฝีปาก: ช่วยเพิ่มความอวบอิ่มและตัดขอบปากให้ชัดเจน รวมถึงเติมเต็มร่องใต้ตาให้ดูสดใส
  • ปรับโครงสร้างใบหน้า: รุ่นใหม่อย่าง Volux สามารถใช้ปั้นกรอบหน้าและแนวกรามให้คมชัดได้ยาวนานถึง 18–24 เดือน

ฟิลเลอร์แบรนด์นี้ผลิตโดยบริษัท Allergan จากสหรัฐอเมริกา ใช้เทคโนโลยี HYLACROSS™ และ Vycross® ที่ช่วยให้เนื้อเจลผสานเข้ากับผิวได้ดี บวมน้อย และสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ (Comprehensive Report on Juvéderm Dermal Fillers, 2025)

ทำความรู้จักฟิลเลอร์ Juvederm สารเติมเต็ม HA มาตรฐานระดับโลกจากอเมริกา

Juvederm คืออะไรและมีกระบวนการทำงานอย่างไร?

Juvéderm คือสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยและเพิ่มวอลลุ่มให้กับใบหน้า โดยมีกระบวนการทำงานผ่านเนื้อเจลที่เชื่อมโยงกัน (cross-linked) ซึ่งจะเข้าไปจับกับน้ำใต้ผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างโครงสร้างพยุงผิวในทันที พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวเพื่อให้ผิวมีความกระชับและดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ (Comprehensive Report on Juvéderm Dermal Fillers, 2025)

เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Juvederm

เทคโนโลยี HYLACROSS™ และ Vycross® เป็นนวัตกรรมการเชื่อมโยงโมเลกุลไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ที่ทำให้ฟิลเลอร์ Juvéderm มีประสิทธิภาพและความคงตัวสูง โดยเทคโนโลยี HYLACROSS™ จะเน้นการสร้างเจลที่มีความยืดหยุ่นและอุ้มน้ำได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ยุบตัวมาก ส่วนเทคโนโลยี Vycross® เป็นการผสมผสาน HA ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำและสูงเข้าด้วยกัน ทำให้ได้เนื้อเจลที่เรียบเนียน กลืนกับผิวได้ดี ลดอาการบวมหลังฉีด และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าเดิม ซึ่งอาจอยู่ได้นานถึง 18–24 เดือนในบางรุ่น (Comprehensive Report on Juvéderm Dermal Fillers, 2025)

ฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้เช็กอย่างไร? วิธีตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเอง

การตรวจสอบฟิลเลอร์ Juvéderm ของแท้สามารถทำได้โดยการสังเกตสติ๊กเกอร์โฮโลแกรม Allergan ที่สะท้อนแสงเปลี่ยนสีได้บริเวณหน้ากล่อง รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดอื่นๆ ดังนี้:

  • บรรจุภัณฑ์: กล่องต้องปิดสนิท มีฉลากระบุเลข Lot, วันผลิต และวันหมดอายุที่ชัดเจน โดยเมื่อลอกสติ๊กเกอร์กันปลอมออกจะต้องปรากฏคำว่า “VOID” หรือ “INVALID”
  • หลอดไซริงค์: เลข Lot และวันหมดอายุบนหลอดต้องตรงกับที่ระบุไว้บนกล่อง และเข็มต้องสามารถหมุนเกลียวเข้ากับหลอดได้อย่างพอดี
  • การตรวจสอบออนไลน์: สามารถสแกนรหัส QR หรือนำรหัสบนผลิตภัณฑ์ไปตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ทางการของ Juvéderm เพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้
  • แหล่งที่มาและราคา: ควรรับบริการจากคลินิกที่น่าเชื่อถือซึ่งสั่งซื้อโดยตรงจากบริษัท Allergan/AbbVie และระวังผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกผิดปกติ เนื่องจากราคามาตรฐานมักเริ่มต้นที่ประมาณ 7,000 บาทขึ้นไปต่อหลอด (Allergan Aesthetics Celebrates 100 Million Syringes of JUVEDERM R, AbbVie News, 2022)

รีวิวฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร เลือกฉีดรุ่นไหนดี?

ฟิลเลอร์ Juvéderm แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันที่เนื้อเจล ความยืดหยุ่น และเทคโนโลยีการผลิต (Vycross หรือ HYLACROSS) ทำให้เหมาะกับการแก้ไขปัญหาในจุดที่ต่างกัน ดังนี้:

  • Juvéderm Voluma XC: เนื้อเจลแข็งและมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับเติมวอลลุ่มชั้นลึกเพื่อยกกระชับใบหน้า เช่น แก้มส้ม คาง และขมับ (อยู่ได้นาน 18–24 เดือน)
  • Juvéderm Volux XC: รุ่นที่เนื้อแข็งที่สุด ออกแบบมาเพื่อปั้นโครงหน้าให้ชัดเจน เช่น แนวกรามและคาง (อยู่ได้นาน 18–24 เดือน)
  • Juvéderm Volift (Vollure): เนื้อเจลนิ่มปานกลาง มีความเรียบเนียนสูง เหมาะสำหรับเติมร่องลึกที่ต้องการความละมุน เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก (อยู่ได้นาน 12–18 เดือน)
  • Juvéderm Volbella XC: เนื้อเจลละเอียดและนิ่มที่สุด เหมาะสำหรับเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มแบบเป็นธรรมชาติ หรือเติมร่องใต้ตาโดยไม่เป็นก้อน (อยู่ได้นาน 8–12 เดือน)
  • Juvéderm Volite: เน้นงานผิว (Skin Quality) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน และเติมริ้วรอยตื้นๆ ให้ผิวดูฉ่ำวาว (อยู่ได้นาน 8–10 เดือน)
  • Juvéderm Ultra Plus XC: เนื้อเจลนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึกหรือริมฝีปากให้ดูอิ่มฟูชัดเจน (อยู่ได้นาน 9–12 เดือน)

การเลือกรุ่นที่เหมาะสมควรพิจารณาจากตำแหน่งที่ต้องการฉีดและผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยรุ่นกลุ่ม Vycross (Voluma, Volift, Volbella, Volux) จะเด่นเรื่องการบวมน้อยและสมานกับผิวได้เนียนกว่ารุ่นเดิม (Aura Bangkok Clinic, 2025)

Juvederm Voluma: เติมเต็มคาง ขมับ และปรับรูปหน้าให้มีมิติ

Juvéderm Voluma XC เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการเติมเต็มคาง ขมับ และยกกระชับพวงแก้มเพื่อปรับรูปหน้าให้มีมิติ

ฟิลเลอร์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการสร้างโครงสร้างใบหน้า (Structural Support) และเพิ่มวอลลุ่มในชั้นลึก โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:

  • การใช้งาน: ใช้สำหรับเติมแก้มที่ตอบ ยกโหนกแก้ม ปรับรูปคางให้เรียวสวย และเติมเต็มขมับที่ยุบตัว
  • เทคโนโลยี: ใช้เทคโนโลยี Vycross® ที่ช่วยให้เนื้อเจลผสานกับผิวได้เรียบเนียน ไม่เป็นก้อน และบวมน้อยหลังฉีด
  • ระยะเวลาผลลัพธ์: ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน (หรือสูงสุดถึง 24 เดือนในบางกรณี)Juvederm Volite: เพิ่มความชุ่มชื้น งานผิวฉ่ำวาว และกระชับรูขุมขน

Juvéderm Volite เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียดที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวให้ฉ่ำวาว และลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ โดยใช้เทคโนโลยี Vycross ในการฉีดเข้าสู่ผิวชั้นบนเพื่อช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนขึ้น ซึ่งผลลัพธ์จากการฉีดเพียงครั้งเดียวสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 8–10 เดือน

Juvederm Volift: เติมร่องแก้ม ร่องน้ำตา และปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

Juvéderm Volift (Vollure) เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่มีความละเอียดปานกลาง ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มริ้วรอยระดับปานกลางถึงมาก เช่น ร่องแก้ม (nasolabial folds) ร่องมุมปาก (marionette lines) และร่องน้ำตา ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเรียบเนียนไปกับผิว ผลิตภัณฑ์นี้ใช้เทคโนโลยี Vycross ที่ช่วยให้เนื้อเจลผสานเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดี ไม่เป็นก้อน และมีความยืดหยุ่นสูงทำให้ขยับใบหน้าได้อย่างเป็นอิสระ โดยผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นานประมาณ 12 ถึง 18 เดือน

Juvederm Volbella: ตกแต่งริมฝีปากให้เอิบอิ่มและแก้ปัญหาใต้ตา

Juvéderm Volbella XC เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียดที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความอิ่มเอิบให้ริมฝีปากอย่างเป็นธรรมชาติและเติมเต็มร่องลึกใต้ตาโดยมีอาการบวมน้อยที่สุด ผลิตภัณฑ์นี้ใช้เทคโนโลยี Vycross ที่ผสมผสานโมเลกุลไฮยาลูโรนิคแอซิด (HA) ขนาดเล็กและใหญ่เข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อเจลมีความเรียบเนียน ยึดเกาะผิวได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนไม่เป็นก้อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปรับรูปปากให้ชัดเจน การลดริ้วรอยรอบปาก และการแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาหรือรอยคล้ำใต้ตา โดยผลลัพธ์มักจะคงอยู่ได้นานประมาณ 8 ถึง 12 เดือน

Juvederm Ultra Plus XC: เติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า

Juvéderm Ultra Plus XC เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่นที่มีความยืดหยุ่นสูงและประสิทธิภาพในการอุ้มน้ำได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยที่เห็นได้ชัด เช่น ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก รวมถึงการเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณกว้างอย่างแก้ม คาง หรือการปั้นรูปปากที่ต้องการความอิ่มฟูเป็นพิเศษ โดยเทคโนโลยี Hylacross ช่วยให้เนื้อเจลคงตัวได้ดีและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานประมาณ 9–12 เดือน

Juvederm Volux: รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับการปั้นโครงหน้าและแนวกราม

Juvéderm Volux XC เป็นฟิลเลอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อการปั้นโครงหน้าและสร้างแนวกรามให้ชัดเจนโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นเจลที่มีความคงตัวสูงและมีความยืดหยุ่นดีเยี่ยม จึงเหมาะสำหรับการเสริมคางและปรับรูปหน้าในส่วนที่ต้องการแรงยกตัวสูงเพื่อให้ดูมีมิติแบบ Chiseled look โดยผลลัพธ์จากการฉีดในบริเวณกรามและคางสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 18–24 เดือน

เปรียบเทียบความแตกต่าง: ฟิลเลอร์ Juvederm vs Restylane ยี่ห้อไหนตอบโจทย์กว่า?

Juvederm และ Restylane มีความแตกต่างหลักที่เนื้อสัมผัส โดย Juvederm เป็นเจลเนื้อละเอียดที่กลืนกับผิวได้ดี ส่วน Restylane เป็นเจลเนื้ออนุภาคที่มีความคงตัวสูง

การเลือกยี่ห้อที่ตอบโจทย์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการรักษาและผลลัพธ์ที่คาดหวัง ดังนี้:

  • เนื้อสัมผัสและเทคโนโลยี: Juvederm เป็นเนื้อเจลแบบ Monophasic ที่มีความเรียบเนียนและยืดหยุ่นสูง ช่วยให้เติมเต็มวอลลุ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ Restylane เป็นเนื้อเจลแบบ Biphasic ที่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ (Granular) ทำให้มีความคงตัวและขึ้นรูปได้ชัดเจนกว่า
  • ระยะเวลาผลลัพธ์: โดยทั่วไป Juvederm มักมีระยะเวลาคงตัวที่ยาวนานกว่าเล็กน้อย เช่น รุ่น Voluma สามารถอยู่ได้นานถึง 24 เดือน ในขณะที่รุ่นที่ใกล้เคียงกันของ Restylane อาจอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน
  • การเลือกใช้ตามบริเวณใบหน้า:
    • Juvederm: เหมาะสำหรับการเติมวอลลุ่มในบริเวณกว้างหรือต้องการความละมุน เช่น แก้ม ริมฝีปาก และร่องแก้ม เพื่อให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียน
    • Restylane: เหมาะสำหรับการยกกระชับและปรับโครงสร้างที่ต้องการความแม่นยำ เช่น การปั้นดั้งจมูก การเก็บขอบปาก หรือการเติมใต้ตาที่ต้องการการยุบตัวน้อยและไม่เคลื่อนที่
  • ความเข้มข้นของ HA: Juvederm มักมีความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid สูงกว่า (ประมาณ 24 mg/mL) ทำให้ดึงน้ำได้ดีและดูฟูมากกว่า ส่วน Restylane (ประมาณ 20 mg/mL) จะเน้นการคงรูปและบวมน้อยกว่าหลังฉีด ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ: เตรียมตัวอย่างไรให้ผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ออกมาดีที่สุด

การเตรียมตัวที่สำคัญที่สุดคือการงดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 7–10 วันก่อนฉีดเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยเขียวช้ำ

นอกจากการงดยา เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน น้ำมันปลา และวิตามินอีแล้ว คุณควรปฏิบัติตามแนวทางเพิ่มเติมดังนี้:

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: หลีกเลี่ยงอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งอาจเพิ่มอาการบวมและช้ำได้
  • ตรวจสอบสุขภาพร่างกาย: หากมีอาการป่วย เป็นไข้ มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือเริมในบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนนัดออกไปก่อนจนกว่าจะหายดี
  • วางแผนตารางเวลา: ควรนัดหมายในช่วงที่ไม่มีงานสำคัญอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเผื่อเวลาให้รอยช้ำหรืออาการบวมยุบตัวลง
  • แจ้งประวัติทางการแพทย์: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว การแพ้ยา หรือหากมีแผนจะทำฟัน ผ่าตัด และรับวัคซีนในช่วง 2–4 สัปดาห์รอบวันฉีดฟิลเลอร์

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

ข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังรับบริการ

หลังฉีดฟิลเลอร์ Juvéderm ควรหลีกเลี่ยงการนวดกดจุดบริเวณที่ฉีด การออกกำลังกายหนัก และความร้อนจัดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์และลดอาการบวมช้ำ โดยมีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญดังนี้:

  • ห้ามนวดหรือกด: หลีกเลี่ยงการสัมผัส แรงกด หรือการนวดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อให้ฟิลเลอร์เซตตัว
  • งดออกกำลังกาย: งดกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือความดันโลหิตสูงเป็นเวลา 24–48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการเข้าซาวน่า สตรีม หรือโยคะร้อน รวมถึงการเผชิญแสงแดดจัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
  • งดการแต่งหน้าและบำรุงผิว: ควรเว้นการแต่งหน้าหรือทาครีมบำรุงในบริเวณที่ฉีดจนกว่าจะข้ามวันเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • ท่านอน: ในช่วง 1–2 คืนแรก ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับบริเวณที่ฉีด
  • งดทำฟันและเลเซอร์: ควรเว้นการทำฟัน การนวดหน้า หรือการทำเลเซอร์บริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ (Dermal Filler Treatment Instructions, Fargo Dermatology, 2020)

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้และวิธีรับมืออย่างถูกต้อง

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคืออาการบวม แดง กดเจ็บ หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยมีรายละเอียดและวิธีรับมือดังนี้:

  • อาการบวมและรอยช้ำ: มักจะบวมมากที่สุดในช่วง 1-2 วันแรก (โดยเฉพาะการฉีดริมฝีปาก) และรอยช้ำจะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 7-10 วัน
  • การดูแลเบื้องต้น: ให้ประคบเย็นเบ็นระยะในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม และควรนอนหนุนหมอนสูงในช่วง 1-2 คืนแรก
  • ตุ่มนูนหรือก้อนแข็ง: อาจรู้สึกถึงก้อนเล็กๆ ใต้ผิวหนังได้ชั่วคราว ซึ่งจะค่อยๆ นิ่มลงเมื่อฟิลเลอร์กลืนไปกับผิว ห้ามบีบนวดเองอย่างรุนแรง ยกเว้นได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์: หากมีอาการปวดอย่างรุนแรง ผิวมีลักษณะซีดขาว เป็นจ้ำ หรือมีสีคล้ำผิดปกติทันทีหลังฉีด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการอุดตันในเส้นเลือด รวมถึงหากมีอาการอักเสบ ติดเชื้อ เช่น ผิวแดงร้อน มีหนอง หรือมีไข้ (Dermal Filler Treatment Instructions, Fargo Dermatology, 2020)

ราคาฟิลเลอร์ Juvederm อัปเดตล่าสุด เริ่มต้นกี่บาท?

ราคาฟิลเลอร์ Juvéderm ในประเทศไทยอัปเดตล่าสุดมีราคาเริ่มต้นประมาณ 7,000 บาทต่อไซริงค์ (1 cc) สำหรับรุ่นพื้นฐาน และอาจสูงถึงประมาณ 11,000–12,000 บาทต่อ cc สำหรับรุ่นพรีเมียมที่มีความคงตัวสูงและอยู่ได้นานกว่า ทั้งนี้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นของผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่นของแต่ละคลินิก และจำนวนไซริงค์ที่ใช้ในการรักษา

ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร? เจาะลึกทุกรุ่น พร้อมอัปเดตราคาล่าสุด Infographic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Juvederm

Juvederm อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของ Juvéderm โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ฉีด โดยรุ่นที่มีความคงตัวสูงอย่าง Voluma หรือ Volux สำหรับเติมคางและแก้มสามารถอยู่ได้นานถึง 18–24 เดือน ในขณะที่รุ่นเนื้อละเอียดอย่าง Volbella หรือ Volite สำหรับเติมริมฝีปากหรือใต้ตาจะมีอายุการใช้งานประมาณ 6–12 เดือน นอกจากนี้ปัจจัยด้านการเผาผลาญของแต่ละบุคคลและการดูแลตัวเองหลังฉีด เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอและการหลีกเลี่ยงความร้อน ก็มีส่วนช่วยรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้น (Allergan Aesthetics Celebrates 100 Million Syringes of JUVEDERM, AbbVie, 2022)

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm เจ็บไหม มีการแปะยาชาหรือไม่?

การฉีดฟิลเลอร์ Juvéderm มีระดับความเจ็บเพียงเล็กน้อยและมีการใช้ยาชาเพื่อช่วยลดความรู้สึกระหว่างการรักษา โดยปกติผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนโดนเข็มสะกิดหรือมีความรู้สึกตึงเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีระบบจัดการความเจ็บปวดดังนี้:

  • ยาชาแบบทา: ก่อนเริ่มการฉีด ผู้เชี่ยวชาญจะทำการแปะยาชาแบบครีมลงบนผิวหนังบริเวณที่จะรักษาประมาณ 15–30 นาที เพื่อช่วยให้ผิวชั้นนอกรู้สึกชา
  • ยาชาในเนื้อฟิลเลอร์: ผลิตภัณฑ์ Juvéderm รุ่นที่มีรหัส “XC” จะมีส่วนผสมของยาชาลิโดเคน (Lidocaine) 0.3% อยู่ในเนื้อเจล ทำให้บริเวณที่ฉีดเริ่มชาระหว่างที่ตัวยาเข้าสู่ผิว ช่วยเพิ่มความสบายตลอดกระบวนการ
  • เทคนิคเพิ่มเติม: ในบางกรณีอาจมีการประคบเย็นร่วมด้วยเพื่อช่วยลดความไวของเส้นประสาทก่อนการลงเข็ม

หลังการฉีดอาจมีความรู้สึกระบมหรือตึงเล็กน้อยคล้ายรอยช้ำ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นหรือรับประทานยาพาราเซตามอล (Juvéderm, Wellness OBGYN, 2025)

Juvederm CC ละกี่บาท และต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล?

ราคาของฟิลเลอร์ Juvéderm ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ประมาณ 7,000 บาท ไปจนถึง 12,000 บาทต่อ 1 cc ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก

สำหรับการเห็นผลลัพธ์นั้น การใช้เพียง 1 cc ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ในจุดที่ต้องการการดูแลเฉพาะจุด เช่น การเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มหรือการร่องแก้มที่ไม่ลึกมากนัก อย่างไรก็ตาม จำนวน cc ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ดังนี้:

  • 1 cc: เหมาะสำหรับเติมปาก หรือร่องแก้มตื้นๆ ทั้งสองข้าง
  • 2-4 cc: มักใช้สำหรับการเติมวอลลุ่มบริเวณแก้มทั้งสองข้าง (ข้างละ 1-2 cc) เพื่อยกกระชับใบหน้า
  • 5 cc ขึ้นไป: สำหรับการทำ “Liquid Facelift” หรือการปรับรูปหน้าทั่วทั้งใบหน้าในกรณีที่มีการสูญเสียวอลลุ่มค่อนข้างมาก (Aura Bangkok Clinic, 2025)

ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นสัญชาติอะไรและผลิตโดยบริษัทไหน?

ฟิลเลอร์ Juvéderm เป็นผลิตภัณฑ์สัญชาติอเมริกา พัฒนาโดยบริษัท Allergan (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท AbbVie Inc.) โดยมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส และได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก US FDA รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก (Allergan Aesthetics Celebrates 100 Million Syringes of JUVEDERM R, AbbVie News, 2022)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
ฟิลเลอร์ Neuramis (นิวรามิส) คืออะไร? มีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่ ของแท้ดูยังไง
NextContinue
ร่องน้ำตา (Tear Trough) คืออะไร? เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ร่องใต้ตาลึกให้กลับมาสดใส

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube