Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Lifting

Nucleofill Strong คืออะไร ช่วยฟื้นฟูผิวด้วย Polynucleotide ได้อย่างไร

Byadmin มีนาคม 5, 2026มีนาคม 5, 2026
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on มีนาคม 5, 2026
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน

Nucleofill Strong คือเจล Polynucleotide (PDRN) เข้มข้น 25 มก./มล. สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน ที่ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ ยกกระชับ เติมความชุ่มชื้น และต้านอนุมูลอิสระผ่านกลไก Triple Action

Nucleofill strong

Table of Contents

Toggle
  • Nucleofill Strong คืออะไรและมีกลไกการทำงานอย่างไรในการฟื้นฟูผิว?
  • ทำความรู้จัก Polynucleotide (PN) สารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอนใน Nucleofill Strong
    • ความแตกต่างระหว่าง Nucleofill Strong และ Rejuran
    • HPT (High Purification Technology) มาตรฐานความปลอดภัยจากอิตาลี
    • คุณสมบัติเด่นเชิงเทคนิคของ Nucleofill Strong
  • ประโยชน์และผลลัพธ์หลักของการฉีด Nucleofill Strong
    • การยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอย (Lifting Effect)
    • การเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Deep Hydration)
    • การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและสารต้านอนุมูลอิสระ
    • กลไกการทำงานเชิงลึกในฐานะ Regenerative Therapy
  • Nucleofill Strong เหมาะกับใครและควรฉีดบริเวณไหนบ้าง?
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านและขาดความยืดหยุ่น
    • การลดจุดด่างดำและรอยสิว
    • การรักษารอยแตกลาย (Stretch Marks)
    • การฟื้นฟูผิวบริเวณมือ (Hands)
    • การใช้ Nucleofill Strong เพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาและใบหน้า
    • การฉีด 5 จุด (5 Points Injection) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
    • การฉีด 8 จุด (8 Points Injection) ทางเลือกสำหรับการฟื้นฟูผิวอย่างครอบคลุม
  • การเตรียมตัวและขั้นตอนการเข้ารับบริการ Nucleofill Strong
    • ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังการฉีดเพื่อลดอาการบวม
    • ระยะเวลาในการเห็นผลและการคงอยู่ของผลลัพธ์
  • เปรียบเทียบ Nucleofill Strong vs Nucleofill Medium เลือกสูตรไหนดี?
  • ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ Nucleofill Strong
    • กลุ่มบุคคลที่ไม่ควรฉีด Nucleofill Strong (Contraindications)
    • อาการข้างเคียงปกติที่พบได้หลังการทำ
  • ผลลัพธ์จริงจากผู้เข้ารับบริการ Nucleofill Strong (Before & After)
    • กรณีที่ 1: ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก
    • กรณีที่ 2: ยกกระชับแนวกรามและใบหน้าส่วนล่าง
    • กรณีที่ 3: ฟื้นฟูผิวหน้าในเพศชาย
    • กรณีที่ 4: ปรับสีผิวและลดจุดด่างดำ
    • กรณีที่ 5: เสริมโครงสร้างโหนกแก้มและแนวกราม
    • กรณีที่ 6: เพิ่มวอลุ่มใบหน้าและปรับรูปทรง
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nucleofill Strong
    • Nucleofill Strong ราคาเท่าไหร่และต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
    • ฉีด Nucleofill Strong แล้วเป็นก้อนไหม?
    • Nucleofill Strong ต่างจากฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) อย่างไร?

Nucleofill Strong คืออะไรและมีกลไกการทำงานอย่างไรในการฟื้นฟูผิว?

Nucleofill Strong คือเจลฉีดผิวเข้มข้นประเภท Polynucleotides (PDRN) ขนาด 25 มก./มล. ที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน ซึ่งเน้นการฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์มากกว่าการเติมเต็มปริมาตร โดยมีกลไกการทำงานหลัก 3 ประการ ดังนี้:

  • การกระตุ้นชีวภาพ (Biostimulation): กระตุ้นตัวรับบนเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เพื่อเพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 และช่วยให้เซลล์ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้ผิวยกกระชับและยืดหยุ่นขึ้น
  • การเติมความชุ่มชื้น (Moisturizing): โครงสร้างของ Polynucleotide มีคุณสมบัติชอบน้ำ (Hydrophilic) จึงช่วยจับโมเลกุลน้ำในชั้นผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและดูอิ่มน้ำจากภายใน
  • การต้านอนุมูลอิสระ (Free-radical scavenging): ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV และมลภาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเสื่อมโทรมของผิว (Nucleofill Strong, IFU, 2023)

ทำความรู้จัก Polynucleotide (PN) สารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอนใน Nucleofill Strong

ความแตกต่างระหว่าง Nucleofill Strong และ Rejuran

ความแตกต่างหลักระหว่าง Nucleofill Strong และ Rejuran คือความเข้มข้นและประเภทของสารสกัดจาก DNA ของปลา โดย Nucleofill Strong ใช้ Polynucleotides (PDRN) เข้มข้น 25 มก./มล. ในขณะที่ Rejuran ใช้ Polynucleotides (PN) เข้มข้น 20 มก./มล.

รายละเอียดข้อเปรียบเทียบเพิ่มเติมมีดังนี้:

  • ส่วนประกอบหลัก: Nucleofill Strong ประกอบด้วย PDRN 2.5% (25 มก./มล.) บรรจุในไซริงค์ขนาด 1.5 มล. ส่วน Rejuran ประกอบด้วย PN 2% (20 มก./มล.)
  • กลไกการทำงาน: Nucleofill Strong เน้นการยกกระชับ (Lifting) และการเติมความชุ่มชื้นผ่านการกระตุ้นตัวรับของไฟโบรบลาสต์ ในขณะที่ Rejuran เน้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม
  • หลักฐานทางคลินิก: Rejuran มีผลการทดสอบทางคลินิก (RCT) ที่ชัดเจนกว่าในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ (เช่น การรักษาเปรียบเทียบในริ้วรอยหางนกยูง) ส่วน Nucleofill Strong ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์และข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ผลิต (Nucleofill Strong vs Rejuran composition, Nucleofill Strong IFU and Rejuran RCT, 2025)

HPT (High Purification Technology) มาตรฐานความปลอดภัยจากอิตาลี

HPT (High Purification Technology) คือกระบวนการผลิตที่พัฒนาโดย Mastelli เพื่อสกัดโพลีนิวคลีโอไทด์ (PN) จากปลาให้มีความบริสุทธิ์สูงสำหรับใช้ในมนุษย์

เทคโนโลยีนี้มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • แหล่งที่มา: สกัดจากอวัยวะสืบพันธุ์ของปลาเทราต์ (Trout gonads) ที่ใช้เพื่อการบริโภค
  • วัตถุประสงค์: เน้นการทำความสะอาดและสกัดสารให้บริสุทธิ์ที่สุดเพื่อลดสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์
  • การรับรองมาตรฐาน: ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี PN-HPT ได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ Class III ตามมาตรฐานยุโรป (CE 0373) ซึ่งแสดงถึงความปลอดภัยและการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดกว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั่วไป (Mastelli, 2025)

คุณสมบัติเด่นเชิงเทคนิคของ Nucleofill Strong

นอกเหนือจากความเข้มข้นของสาร PDRN แล้ว Nucleofill Strong ยังมีคุณสมบัติเชิงเทคนิคที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ Polynucleotide อื่นๆ ในตลาด ซึ่งส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพและความสบายในการรักษา:

  • น้ำหนักโมเลกุล 2,500 kDa (Kilodalton): น้ำหนักโมเลกุลที่สูงช่วยสร้างโครงสร้างตาข่ายรองรับ (Scaffold structure) ที่แข็งแรงในชั้นผิวหนังแท้ ทำให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับคงอยู่ได้ยาวนานกว่าสารที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ
  • ปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อไซริงค์: แต่ละไซริงค์บรรจุ Polynucleotide (PN) ทั้งหมด 37.5 มก. ต่อ 1.5 มล. ซึ่งเทียบเท่าความเข้มข้น 2.5% นับเป็นสูตรที่มีความเข้มข้นสูงที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Nucleofill
  • ค่า pH สรีรวิทยา (6.8–7.2): ค่าความเป็นกรด-ด่างที่ใกล้เคียงกับผิวหนังตามธรรมชาติ ทำให้ลดอาการแสบขณะฉีดและลดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ
  • มาตรฐานโลหะหนัก < 0.02 ppm: ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของยุโรป โดยมีปริมาณสารโลหะหนักตกค้างต่ำกว่า 0.02 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปฏิกิริยาแพ้หรือสะสมสารพิษในเนื้อเยื่อ (Nucleofill Strong, CE Certification, 2023)

ประโยชน์และผลลัพธ์หลักของการฉีด Nucleofill Strong

การยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอย (Lifting Effect)

Nucleofill Strong ช่วยยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอยผ่านกลไกการกระตุ้นตัวรับของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast receptor activation) เพื่อสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 และช่วยให้เซลล์ Myofibroblast เจริญเติบโตเต็มที่

กระบวนการนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เรียกว่า “Liquid lifting effect” โดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องดังนี้:

  • การฟื้นฟูระดับเซลล์: ผลิตภัณฑ์จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และปรับปรุงคุณภาพของผิวจากภายใน แทนที่จะเป็นเพียงการเติมเต็มปริมาตรเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป
  • การเติมความชุ่มชื้น: สาร Polynucleotides (PDRN) มีคุณสมบัติจับกับโมเลกุลน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึงขึ้น
  • การต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในชั้นผิว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสื่อมสภาพและริ้วรอย
  • บริเวณที่เหมาะสม: นิยมใช้สำหรับริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม (Nasolabial folds) รวมถึงการยกกระชับบริเวณแก้ม โหนกแก้ม และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่มีความหย่อนคล้อย (Nucleofill Strong, 2023)

การเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Deep Hydration)

Nucleofill Strong ช่วยเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวผ่านกลไกการจับกับโมเลกุลน้ำ (Hydrophilic) ของสาร Polynucleotides (PDRN) เข้มข้น 25 มก./มล.

กระบวนการทำงานและคุณประโยชน์หลักในการฟื้นฟูผิวมีดังนี้:

  • การกักเก็บน้ำ: โครงสร้างของ PDRN มีคุณสมบัติเป็นสารพอลิแอนไอออนิก (Polianionic) ซึ่งจะช่วยจับโมเลกุลของน้ำเพื่อเติมเต็มช่องว่างในชั้นผิวหนังแท้ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมของผิวมีความชุ่มชื้นและกระชับขึ้น
  • การต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ (Free radicals) โดยเฉพาะกลุ่มไฮดรอกซิล (OH) ที่สะสมจากรังสียูวีและความเครียดจากภายนอก ซึ่งเป็นการปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย
  • การกระตุ้นระดับเซลล์: ช่วยกระตุ้นตัวรับของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast receptor) เพื่อส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

ผลลัพธ์จากการศึกษาในกลุ่มสารประเภทเดียวกันพบว่า ผู้ใช้งานจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านความชุ่มชื้นและเนื้อผิวที่ชัดเจนที่สุดในช่วงประมาณ 3 เดือนหลังจากรับบริการ 2 ครั้ง (Nucleofill Strong, 2023)

การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและสารต้านอนุมูลอิสระ

Nucleofill Strong ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระผ่านกลไกการทำงานของ Polynucleotides (PDRN) เข้มข้น 25 มก./มล. โดยมีรายละเอียดการทำงานดังนี้:

  • การกระตุ้นคอลลาเจน: สาร PDRN จะเข้าไปกระตุ้นตัวรับบนเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast receptor) ส่งผลให้เกิดการผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type-I collagen) และช่วยให้เซลล์ Myofibroblast เจริญเติบโตเต็มที่ ซึ่งช่วยให้ผิวยกกระชับและยืดหยุ่นขึ้น
  • การต้านอนุมูลอิสระ: โครงสร้างวงแหวนไนโตรเจนในตัวยาทำหน้าที่เป็น “Scavenger” หรือสารกำจัดอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะกลุ่มไฮดรอกซิล (OH) ที่สะสมจากรังสี UV และมลภาวะภายนอก ช่วยลดความเสื่อมโทรมของเซลล์ผิว
  • การเติมความชุ่มชื้น: ด้วยคุณสมบัติที่เป็นสารโพลีแอนไอออนิก (Polianionic) จึงสามารถจับกับโมเลกุลของน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการซ่อมแซมเซลล์

กลไกการทำงานเชิงลึกในฐานะ Regenerative Therapy

การฉีด Polynucleotide จัดเป็นการรักษาแบบ Regenerative Therapy ซึ่งหมายถึงการกระตุ้นกระบวนการธรรมชาติของร่างกายเพื่อสร้างเซลล์ผิวที่แข็งแรงและสุขภาพดีขึ้นด้วยตัวเอง นอกเหนือจากกลไก 3 ประการที่กล่าวไปแล้ว PN ยังมีบทบาทสำคัญในด้านอื่นๆ ดังนี้:

  • การปรับปรุงเมทริกซ์นอกเซลล์ (Extracellular Matrix Improvement): PN ช่วยเสริมสร้างโครงข่ายโปรตีนที่ล้อมรอบเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • การปรับสมดุลเม็ดสีผิว (Pigmentation Balancing): ช่วยให้ผิวมีสีสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ และทำให้ผิวดูสว่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
  • การลดการอักเสบ (Anti-inflammatory): PN มีคุณสมบัติลดการอักเสบของเซลล์ผิว ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพผิวโดยรวมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผิวซ้ำ (Nucleofill Strong, Polynucleotide Science, 2023)

Nucleofill strong infographic

Nucleofill Strong เหมาะกับใครและควรฉีดบริเวณไหนบ้าง?

Nucleofill Strong เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือต้องการฟื้นฟูผิวในบริเวณกว้าง โดยผลิตภัณฑ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาผิวในระดับที่ลึกกว่ารุ่น Medium

รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายและบริเวณที่ควรฉีดมีดังนี้:

  • กลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม:
    • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก (Deep wrinkles) เช่น ร่องแก้ม (Nasolabial folds)
    • ผู้ที่มีแผลเป็นขนาดใหญ่หรือลึก (Deep/extensive scars)
    • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว (Lifting effect) และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นและขาดความชุ่มชื้นอย่างรุนแรง
  • บริเวณที่ควรฉีด:
    • ใบหน้า: บริเวณแก้ม (Cheeks) และโหนกแก้ม (Cheekbones)
    • ลำตัว: บริเวณหน้าท้อง ต้นขา และสะโพก
    • ส่วนอื่นๆ: ลำคอ หลังมือ และบริเวณเนินอก (Décolleté)

ทั้งนี้ การฉีดต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น และห้ามฉีดเข้าในหลอดเลือดหรือบริเวณเปลือกตาและเบ้าตาโดยตรง (Nucleofill Strong, IFU, 2023)

ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านและขาดความยืดหยุ่น

Nucleofill Strong ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านและขาดความยืดหยุ่นผ่านกลไก “Triple Action” ที่เน้นการเติมความชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

คุณสมบัติหลักที่ช่วยแก้ปัญหาผิวมีดังนี้:

  • การเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก: สาร Polynucleotides (PDRN) มีคุณสมบัติเป็นสารชอบน้ำ (Hydrophilic) ซึ่งจะช่วยจับโมเลกุลของน้ำในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและอิ่มฟูขึ้น
  • การยกกระชับและเพิ่มความยืดหยุ่น: ผลิตภัณฑ์จะเข้าไปกระตุ้นตัวรับบนเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เพื่อส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type-I Collagen) และช่วยให้เซลล์ผิวเกิดการยืดหยุ่นและกระชับ (Lifting effect)
  • การปกป้องผิว: ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV และมลภาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและขาดความยืดหยุ่น
  • ความเข้มข้นสูง: สูตร Strong มีความเข้มข้นของ PDRN สูงถึง 25 มก./มล. ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึก ผิวขาดความกระชับอย่างเห็นได้ชัด หรือต้องการฟื้นฟูผิวในบริเวณกว้าง (Nucleofill Strong, 2023)

การลดจุดด่างดำและรอยสิว

Nucleofill Strong สามารถช่วยลดจุดด่างดำและรอยสิวได้ผ่านกลไกการปรับสมดุลเม็ดสี (Pigmentation balancing) และการฟื้นฟูเซลล์ผิว สาร Polynucleotides (PDRN) ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเซลล์ผิวใหม่ ทำให้รอยดำจากสิวหรือจุดด่างดำจากแสงแดดค่อยๆ จางลง ขณะเดียวกันยังช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดการสะสมของเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ (Nucleofill Strong, Indications, 2023)

การรักษารอยแตกลาย (Stretch Marks)

Nucleofill Strong สามารถใช้ในการรักษารอยแตกลาย (Stretch marks) รวมถึงแผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgical scars) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความเข้มข้นของ PDRN 25 มก./มล. และความหนืดสูง ทำให้เหมาะกับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อในบริเวณที่มีความเสียหายลึก เช่น บริเวณหน้าท้อง ต้นขา และสะโพก โดยสารจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวที่เสียหาย ทำให้รอยแตกลายดูจางลงและผิวมีเนื้อสัมผัสที่เรียบเนียนขึ้น (Nucleofill Strong, Treatment Areas, 2023)

การฟื้นฟูผิวบริเวณมือ (Hands)

นอกจากใบหน้า ลำคอ และร่างกายแล้ว Nucleofill Strong ยังสามารถใช้ฟื้นฟูผิวบริเวณมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังมือเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่แสดงสัญญาณของวัยได้ชัดเจน เนื่องจากมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง ทำให้เห็นเส้นเลือดและเอ็นชัด ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการฉีด Nucleofill Strong บริเวณมือมีดังนี้:

  • ผิวมือชุ่มชื้นขึ้น: สาร PN จะช่วยจับโมเลกุลน้ำในชั้นผิว ทำให้ผิวมือไม่แห้งกร้าน
  • ผิวมือเรียบเนียน: ช่วยลดผิวหยาบกร้านและรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวมือมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มขึ้น
  • มือดูอ่อนเยาว์ขึ้น: การกระตุ้นคอลลาเจนและความชุ่มชื้นช่วยให้ผิวมือดูมีสุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์กว่าวัย (Nucleofill Strong, Treatment Areas, 2023)

การใช้ Nucleofill Strong เพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาและใบหน้า

การใช้ Nucleofill Strong มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulation) เพิ่มความชุ่มชื้น และยกกระชับผิวในบริเวณที่มีริ้วรอยลึกหรือความหย่อนคล้อยมาก โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • คุณสมบัติเด่น: เป็นเจล Polynucleotides (PDRN) เข้มข้น 25 มก./มล. สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน ซึ่งช่วยดักจับอนุมูลอิสระและกักเก็บน้ำในชั้นผิว
  • บริเวณที่เหมาะสม: เน้นการแก้ไขริ้วรอยลึก เช่น ร่องแก้ม (Nasolabial folds) รวมถึงการฟื้นฟูผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ และร่างกายส่วนอื่นๆ เช่น หน้าท้องหรือต้นขา
  • ข้อควรระวังพิเศษสำหรับรอบดวงตา: ตามเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ (IFU) ระบุว่า ห้ามฉีด Nucleofill Strong เข้าบริเวณเปลือกตาหรือเบ้าตาโดยตรง โดยมักแนะนำให้ใช้รุ่น Medium สำหรับริ้วรอยที่ไม่ลึกมากแทน
  • เทคนิคการฉีด: ต้องดำเนินการโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยใช้เข็มขนาดเล็ก (30G) และสามารถเลือกใช้เทคนิคการฉีดแบบ Linear, Point, หรือ Fan ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ผลลัพธ์และระยะเวลา: ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจากการซ่อมแซมเซลล์ผิว โดยมักเห็นผลสูงสุดในช่วง 3 เดือนหลังการรักษา และแนะนำให้ทำซ้ำทุก 4-6 เดือนเพื่อคงสภาพผิว (Nucleofill Strong, IFU, 2023)

การฉีด 5 จุด (5 Points Injection) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

การฉีด 5 จุด (5 Points Injection) เป็นวิธีการฉีดเข้าที่ใบหน้าข้างละ 5 ตำแหน่งเพื่อให้ตัวยาแพร่กระจายไปทั่วบริเวณส่วนกลางของใบหน้า โดยมีรายละเอียดและข้อแนะนำดังนี้:

  • กลไกการทำงาน: เทคนิคนี้อาศัยการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยพยุงโครงสร้างผิว (Dermal Matrix) และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยมักใช้เพื่อยกกระชับและฟื้นฟูผิวด้วยการบวมช้ำที่น้อยลง (Low downtime)
  • ตำแหน่งการฉีด: แพทย์จะกำหนดจุดฉีด 5 จุดในแต่ละข้างของใบหน้า ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยให้ตัวยา Nucleofill Strong กระจายตัวได้ดีที่สุดในชั้นผิว
  • ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์: Nucleofill Strong มีความเข้มข้นของ PDRN 25 มก./มล. และมีความหนืดสูง (48–65 Pa·s) จึงเหมาะสำหรับการฉีดเพื่อยกกระชับและแก้ไขริ้วรอยร่องลึก
  • ข้อควรระวัง:
    • ต้องดำเนินการโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น
    • ควรทำการทดสอบการดูดเลือด (Aspiration) ก่อนฉีดเพื่อป้องกันการฉีดเข้าเส้นเลือด
    • หลังการฉีดควรนวดเบาๆ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ (Nucleofill Strong, 2023)

การฉีด 8 จุด (8 Points Injection) ทางเลือกสำหรับการฟื้นฟูผิวอย่างครอบคลุม

นอกจากเทคนิค 5 จุดแล้ว แพทย์อาจเลือกใช้เทคนิคการฉีด 8 จุด (8 Points Injection) เพื่อการกระจายตัวยาที่ครอบคลุมพื้นที่ใบหน้ามากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • หลักการทำงาน: เทคนิค 8 จุดเพิ่มตำแหน่งการฉีดจาก 5 จุด เป็น 8 จุดในแต่ละข้างของใบหน้า โดยครอบคลุมบริเวณขมับ แก้ม กราม และคาง เพื่อให้ Nucleofill Strong กระจายตัวได้ทั่วถึงมากขึ้น
  • ข้อบ่งใช้: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวทั้งใบหน้า หรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในหลายบริเวณ เช่น ทั้งแก้มและแนวกราม
  • ข้อได้เปรียบเหนือเทคนิค 5 จุด: การฉีดหลายจุดมากขึ้นช่วยให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับสม่ำเสมอกว่า โดยเฉพาะในผู้ที่มีใบหน้าขนาดใหญ่หรือมีความหย่อนคล้อยในหลายระดับ
  • การเลือกเทคนิค: การตัดสินใจใช้เทคนิค 5 จุดหรือ 8 จุดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยพิจารณาจากสภาพผิว ความรุนแรงของปัญหา และผลลัพธ์ที่ต้องการ (Nucleofill Strong, Recommend Protocol, 2023)

การเตรียมตัวและขั้นตอนการเข้ารับบริการ Nucleofill Strong

ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังการฉีดเพื่อลดอาการบวม

ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญคือการทำความสะอาดผิวให้สะอาดและฆ่าเชื้อก่อนฉีด รวมถึงหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางและความร้อนจัดหลังฉีดเพื่อลดความเสี่ยงของอาการบวมและผลข้างเคียง

แนวทางปฏิบัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดอาการบวมมีดังนี้:

ก่อนการฉีด:

  • การเตรียมผิว: ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะฉีดอย่างทั่วถึง
  • ประวัติสุขภาพ: ตรวจสอบประวัติการแพ้ โรคภูมิคุ้มกัน และสภาพผิวในบริเวณที่จะรักษา โดยต้องไม่มีการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • การงดยา: สำหรับผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Anticoagulants) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดยาอย่างน้อย 14 วันก่อนการฉีด เนื่องจากยาในกลุ่มแอสไพรินอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำและจุดเลือดออก

หลังการฉีด:

  • การดูแลเบื้องต้น: นวดบริเวณที่ฉีดเบาๆ เพื่อให้เจลกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
  • งดแต่งหน้าอย่างน้อย 4 ชั่วโมง: เพื่อให้ผิวได้พักฟื้นและลดความเสี่ยงต่อการอุดตันหรือติดเชื้อบริเวณจุดฉีด
  • งดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารออกฤทธิ์ (Active skincare) 24 ชั่วโมง: หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด (AHA, BHA) เรตินอล วิตามินซีเข้มข้น หรือสารออกฤทธิ์อื่นๆ เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวที่เพิ่งผ่านการรักษา
  • งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง: การออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมากหรือเพิ่มการไหลเวียนเลือดอย่างรวดเร็วอาจเพิ่มอาการบวมและรอยช้ำ
  • การป้องกันความร้อนและแสงแดด: หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง การใช้โคมไฟ UV รวมถึงการอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำจัด
  • การสังเกตอาการ: ตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณจุดฉีดจะค่อยๆ ยุบลงภายใน 1–2 ชั่วโมง รอยเข็มและรอยแดงจะจางหายภายใน 4–6 ชั่วโมง อาการบวมน้ำ (Edema) เล็กน้อยอาจคงอยู่ได้ 2-3 วัน (Nucleofill Strong, Instruction for Use (IFU), 2023; Pre & Post Care Protocol, 2023)

ระยะเวลาในการเห็นผลและการคงอยู่ของผลลัพธ์

ผู้เข้ารับบริการสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ตั้งแต่การฉีดครั้งแรก โดยผิวจะมีความชุ่มชื้นและเนียนนุ่มขึ้น และผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้นในทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา เนื่องจากกลไกการทำงานของ Polynucleotide (PN) เป็นการกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวจากภายใน ผลลัพธ์จึงมีลักษณะเป็นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Progressive improvement) โดยผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดจะอยู่ในช่วงประมาณ 3 เดือนหลังจากฉีดครบ 2 ครั้ง และคงอยู่ได้นานประมาณ 4 ถึง 6 เดือน โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ระยะเวลาการเห็นผล: ผู้เข้ารับการรักษามักรายงานความพึงพอใจและการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในช่วงเดือนที่ 3 หลังจากผ่านการฉีดไปแล้ว 2 เซสชัน
  • การคงอยู่ของผลลัพธ์: ผลลัพธ์จะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา โดยแนะนำให้มีการฉีดเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ทุกๆ 4 ถึง 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาผิวและดุลยพินิจของแพทย์
  • ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์: จำนวนเซสชันที่เหมาะสมมักเริ่มที่ 2 ครั้ง โดยห่างกันประมาณ 3 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมเซลล์ผิวอย่างเต็มที่ (Patient-reported periorbital improvement, 2025)

เปรียบเทียบ Nucleofill Strong vs Nucleofill Medium เลือกสูตรไหนดี?

การเลือกใช้ระหว่าง Nucleofill Strong และ Nucleofill Medium ขึ้นอยู่กับความลึกของริ้วรอยและบริเวณที่ต้องการรักษาเป็นหลัก โดยมีความแตกต่างกันดังนี้:

คุณสมบัติ Nucleofill Strong Nucleofill Medium
ความเข้มข้น PDRN 25 mg/mL (2.5%) 20 mg/mL (2%)
ความหนืด (Viscosity) 48–65 Pa·s (สูงกว่า) 28–43 Pa·s (ต่ำกว่า)
ข้อบ่งใช้หลัก ริ้วรอยร่องลึก, ร่องแก้ม, แผลเป็นขนาดใหญ่, ผิวตัว (หน้าท้อง, ต้นขา) ริ้วรอยระดับปานกลาง, แผลเป็นทั่วไป, ผิวหน้าและลำคอ
ขนาดบรรจุ 1.5 mL ต่อไซริงค์ 1.5 mL ต่อไซริงค์

แนวทางการเลือก:

  • เลือก Nucleofill Strong: หากคุณมีปัญหาริ้วรอยร่องลึกที่ชัดเจน เช่น ร่องแก้ม หรือต้องการยกกระชับผิวในบริเวณกว้าง เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา เนื่องจากมีความเข้มข้นและความหนืดสูงกว่าเพื่อการปรับโครงสร้างผิวในชั้นลึก
  • เลือก Nucleofill Medium: หากต้องการแก้ไขริ้วรอยระดับปานกลาง หรือเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวในบริเวณที่ผิวมีความละเอียดมากกว่า (Nucleofill Strong, Nucleofill Medium, Manufacturer Technical Specifications, 2023)

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ Nucleofill Strong

กลุ่มบุคคลที่ไม่ควรฉีด Nucleofill Strong (Contraindications)

กลุ่มบุคคลที่ไม่ควรฉีด Nucleofill Strong ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์, สตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร, และผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี

ข้อห้ามใช้ (Contraindications) และกลุ่มบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงตามคำแนะนำระบุไว้ดังนี้:

  • โรคประจำตัวและภาวะทางร่างกาย: ผู้ที่มีประวัติโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune disease), โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคลมชัก, โรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะการอักเสบเรื้อรัง
  • สภาพผิวหนัง: ห้ามฉีดในบริเวณที่มีการติดเชื้อ, มีการอักเสบของผิวหนัง หรือกำลังเป็นเริม (Active herpes)
  • ประวัติการแพ้: ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรง (Severe allergies) หรือไวต่อความรู้สึกต่อส่วนประกอบในตัวยา
  • ข้อห้ามเฉพาะจุดและการใช้ยา: ห้ามฉีดเข้าในหลอดเลือดหรือน้ำเหลือง และห้ามฉีดบริเวณเปลือกตาหรือเบ้าตาโดยตรง นอกจากนี้ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือแอสไพรินควรระมัดระวังและปรึกษาแพทย์เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ (Nucleofill Strong IFU, 2023)
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs: ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน) มีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด (Platelet aggregation inhibition) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำและเลือดออกในจุดที่ฉีด ควรหยุดใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
  • ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive medications): ยาในกลุ่มนี้อาจส่งผลต่อกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ Polynucleotide ใช้ในการฟื้นฟูผิว จึงอาจทำให้ประสิทธิภาพของการรักษาลดลงหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง
  • ผู้ที่มีประวัติเยื่อบุหัวใจอักเสบ (Endocarditis): ผู้ที่มีประวัติหรือกำลังมีภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบไม่ควรเข้ารับบริการฉีด Nucleofill Strong เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ (Nucleofill Strong, Precautions, 2023)

อาการข้างเคียงปกติที่พบได้หลังการทำ

อาการข้างเคียงปกติที่พบได้บ่อยหลังการทำ Nucleofill Strong ได้แก่ อาการบวม รอยช้ำ และอาการบวมน้ำเล็กน้อย (edema) บริเวณที่ฉีด ซึ่งโดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรืออาจคงอยู่ได้ประมาณ 2-3 วัน นอกจากนี้อาจพบอาการปวดหรือรอยแดงในจุดที่เข็มแทงผ่าน ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติจากการฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ชั้นผิวหนัง

ผลลัพธ์จริงจากผู้เข้ารับบริการ Nucleofill Strong (Before & After)

ผลลัพธ์ที่แสดงด้านล่างนี้มาจากผู้เข้ารับบริการจริงที่คลินิก โดยภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการรักษาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ Nucleofill Strong ในหลากหลายบริเวณและปัญหาผิว

กรณีที่ 1: ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ผู้เข้ารับบริการมีปัญหาริ้วรอยตื้นถึงปานกลางบริเวณหน้าผาก หลังเข้ารับการฉีด Nucleofill Strong พบว่าริ้วรอยที่หน้าผากจางลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวมีความเรียบเนียนและเนื้อผิวดูอิ่มน้ำมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ Polynucleotide ในการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิว

กรณีที่ 2: ยกกระชับแนวกรามและใบหน้าส่วนล่าง

ผู้เข้ารับบริการมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและแนวกราม หลังการรักษาพบว่าแนวกรามมีความชัดเจนขึ้น ผิวบริเวณแก้มยกกระชับ ริ้วรอยลดลง และเนื้อผิวโดยรวมมีคุณภาพดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ Liquid Lifting Effect ที่เป็นจุดเด่นของ Nucleofill Strong

กรณีที่ 3: ฟื้นฟูผิวหน้าในเพศชาย

ผู้เข้ารับบริการเพศชายมีปัญหาริ้วรอยและผิวเสื่อมสภาพจากอายุ หลังการรักษาพบว่าผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยจางลง และผิวมีความกระชับมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า Nucleofill Strong ให้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งในเพศหญิงและเพศชาย

กรณีที่ 4: ปรับสีผิวและลดจุดด่างดำ

ผู้เข้ารับบริการมีปัญหาจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และเนื้อผิวหยาบกร้าน หลังการรักษาพบว่าผิวหน้ามีสีสม่ำเสมอมากขึ้น จุดด่างดำจางลง และผิวมีความสว่างใสเพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติในการปรับสมดุลเม็ดสีผิวของ Polynucleotide

กรณีที่ 5: เสริมโครงสร้างโหนกแก้มและแนวกราม

ผู้เข้ารับบริการต้องการเสริมโครงสร้างใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น หลังการรักษาพบว่าโหนกแก้มดูเด่นชัดขึ้น แนวกรามคมชัด และใบหน้าโดยรวมดูมีโครงสร้างที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเลอร์เติมเต็มปริมาตร แต่เป็นผลจากการกระตุ้นเนื้อเยื่อผิวจากภายใน

กรณีที่ 6: เพิ่มวอลุ่มใบหน้าและปรับรูปทรง

ผู้เข้ารับบริการมีปัญหาใบหน้าขาดวอลุ่มและโครงสร้างไม่ชัดเจน หลังการรักษาพบว่าใบหน้ามีวอลุ่มเพิ่มขึ้นในบริเวณแก้ม โหนกแก้มเด่นชัด แนวกรามแข็งแรง และสัดส่วนใบหน้าโดยรวมดูดีขึ้น แสดงให้เห็นว่า Nucleofill Strong สามารถเป็นทางเลือกในการปรับโครงสร้างใบหน้าโดยไม่ต้องใช้ฟิลเลอร์ (Nucleofill Strong, Clinical Before & After Results, Privato Clinic, 2025)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nucleofill Strong

Nucleofill Strong ราคาเท่าไหร่และต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

Privato Clinic มีโปรแกรมราคาสำหรับ Nucleofill Strong ดังนี้:

โปรแกรม ราคาพิเศษ ราคาปกติ
1 ครั้ง 15,000 บาท 20,000 บาท
4 ครั้ง (คอร์ส) 49,000 บาท 80,000 บาท

การเลือกคอร์ส 4 ครั้งช่วยประหยัดได้มากกว่า 38% เมื่อเทียบกับการฉีดครั้งเดียว 4 ครั้ง และยังช่วยให้ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูผิวต่อเนื่องและชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามกับทางคลินิกโดยตรง (Privato Clinic, 2025)

  • จำนวนครั้งที่ฉีด: แม้ว่าแผนการรักษาควรปรับตามบุคคล แต่ข้อมูลทางคลินิกของสารกลุ่ม Polynucleotide (PN) มักแนะนำให้ฉีด 2 เซสชัน โดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 3 สัปดาห์ และอาจมีการฉีดครั้งที่ 3 หรือการฉีดเพื่อคงสภาพทุกๆ 4-6 เดือน
  • ระยะเวลาเห็นผล: ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดและความพึงพอใจของผู้ป่วยมักจะปรากฏให้เห็นในช่วงประมาณ 3 เดือนหลังจากฉีดครบ 2 ครั้ง เนื่องจากเป็นกระบวนการฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ไม่ใช่การเติมเต็มทันทีแบบฟิลเลอร์ (Nucleofill Strong, Mastelli, 2023)

ฉีด Nucleofill Strong แล้วเป็นก้อนไหม?

การเกิดก้อนหลังฉีด Nucleofill Strong สามารถเกิดขึ้นได้แต่พบได้น้อยและมักเป็นเพียงชั่วคราว โดยส่วนใหญ่ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคืออาการบวม รอยช้ำ หรืออาการบวมน้ำเล็กน้อย (mild edema) ซึ่งมักจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือ 2-3 วัน ทั้งนี้จากการศึกษาทางคลินิกในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่ใกล้เคียงกัน พบรายงานการเกิดการแข็งตัวของเนื้อเยื่อ (induration) ในบางรายซึ่งสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การฉีดโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการนวดเบาๆ หลังการฉีดจะช่วยให้เนื้อเจลกระจายตัวได้ดีและลดความเสี่ยงในการเกิดก้อน

Nucleofill Strong ต่างจากฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) อย่างไร?

Nucleofill Strong ต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (HA) ที่กลไกการทำงาน โดยเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Biostimulation) แทนการเติมเต็มปริมาตร (Volumizing)

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Nucleofill Strong และฟิลเลอร์ HA มีดังนี้:

  • ส่วนประกอบหลัก: Nucleofill Strong ใช้ Polynucleotides (PDRN) เข้มข้น 25 มก./มล. ที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน ในขณะที่ฟิลเลอร์ทั่วไปใช้กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)
  • วัตถุประสงค์การใช้: ฟิลเลอร์ HA ออกแบบมาเพื่อฉีดเพื่อเพิ่มปริมาตรหรือปรับรูปหน้าทันที (Volumizing implants) แต่ Nucleofill Strong จัดเป็นสารกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulator) ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเนื้อเยื่อ ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นจากภายใน
  • กลไกการทำงาน: Nucleofill Strong ทำงานผ่าน “Triple Action” คือการจับโมเลกุลน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น, กำจัดอนุมูลอิสระ และกระตุ้นตัวรับในเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เพื่อสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิว (Nucleofill Strong, 2022)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
Skinvive คืออะไร ดีไหม แตกต่างกับฟิลเลอร์ตัวอื่นอย่างไร?

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube