Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Lifting

Profhilo คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง พร้อมข้อควรรู้ก่อนฉีดเพื่อผิวอ่อนเยาว์

Byadmin ธันวาคม 31, 2025
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on ธันวาคม 31, 2025
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน
Profhilo คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง พร้อมข้อควรรู้ก่อนฉีดเพื่อผิวอ่อนเยาว์

Profhilo คือการฉีดไฮยาลูรอนิก แอซิดบริสุทธิ์ ที่ออกแบบมาเพื่อการปรับโครงสร้างผิวทางชีวภาพ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน 4 ชนิดและอีลาสติน เพื่อปรับปรุงคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น และความกระชับ

Table of Contents

Toggle
  • Profhilo คืออะไร และช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวได้อย่างไร?
  • ทำความรู้จักนวัตกรรม Bio-Remodeling สารฉีดกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน
    • ส่วนประกอบสำคัญของ Profhilo และความแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป
    • กลไกการทำงานในการยกกระชับและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว (Hydration)
  • ประโยชน์ของ Profhilo ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องไหนได้บ้าง?
    • การฟื้นฟูผิวหน้าและลำคอให้ดูเด็กลง
    • การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 4 ชนิดเพื่อความยืดหยุ่นของผิว
  • ขั้นตอนการฉีด Profhilo ด้วยเทคนิค BAP Technique 5 จุด
    • ทำไมต้องฉีดเพียง 5 จุด และช่วยลดการบวมช้ำได้อย่างไร?
    • จำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์
  • Profhilo เหมาะกับใคร และใครที่ควรหลีกเลี่ยง?
  • เปรียบเทียบ Profhilo vs Sculptra vs Juvelook เลือกแบบไหนที่ตอบโจทย์ผิวคุณ?
  • การเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลตัวเองหลังทำเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  • ข้อควรระวัง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และวิธีเช็ก Profhilo ของแท้
    • อาการบวมหลังฉีดกี่วันหาย?
    • วิธีตรวจสอบสแกน QR Code ตรวจสอบยาแท้ผ่านแอปพลิเคชัน
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo
    • Profhilo 1 กล่องมีกี่ cc และต้องใช้กี่เข็มถึงจะเห็นผล?
    • ฉีด Profhilo เจ็บไหม และต้องแปะยาชาหรือไม่?
    • ผลลัพธ์จากการฉีด Profhilo อยู่ได้นานกี่เดือน?
    • ฉีด Profhilo ร่วมกับทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่นๆ ได้ไหม?

Profhilo คืออะไร และช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวได้อย่างไร?

Profhilo คือนวัตกรรมสารฉีดกรดไฮยาลูโรนิก (HA) บริสุทธิ์ที่ออกแบบมาเพื่อการปรับปรุงโครงสร้างผิว (Bio-remodeling) โดยเฉพาะ โดยไม่ใช่ฟิลเลอร์เติมเต็ม แต่ทำงานผ่านกลไกการฟื้นฟูผิว ดังนี้:

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน: ตัวยาจะค่อยๆ ปล่อย HA เพื่อกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้ผลิตคอลลาเจนถึง 4 ชนิด รวมถึงอีลาสติน ส่งผลให้ผิวแน่นกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก: ด้วยคุณสมบัติอุ้มน้ำ (Hygroscopic) จึงช่วยสร้างแหล่งกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และลดความแห้งกร้าน
  • เทคโนโลยี NAHYCO®: เป็นการเชื่อมต่อโมเลกุล HA ด้วยความร้อนโดยไม่ใช้สารเคมี (BDDE-free) ทำให้ตัวยากระจายตัวได้กว้างและแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Profhilo® – A revolutionary beneath-the-skin HA treatment, IBSA Derma (UK), 2021)

ทำความรู้จักนวัตกรรม Bio-Remodeling สารฉีดกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน

ส่วนประกอบสำคัญของ Profhilo และความแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป

ส่วนประกอบสำคัญของ Profhilo คือ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) บริสุทธิ์ 100% ที่มีความเข้มข้นสูง โดยประกอบด้วย HA มวลโมเลกุลสูงและต่ำรวม 64 มก. ต่อ 2 มล. ซึ่งเชื่อมกันด้วยความร้อนภายใต้เทคโนโลยี NAHYCO® โดยไม่มีการใช้สารเคมีเชื่อมประสาน (BDDE) ความแตกต่างที่สำคัญจากฟิลเลอร์ทั่วไปมีดังนี้:

  • วัตถุประสงค์การใช้งาน: Profhilo เน้นการฉีดเพื่อ “ปรับปรุงโครงสร้างผิว” (Bio-remodeling) โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ในขณะที่ฟิลเลอร์ทั่วไปเน้นการ “เติมเต็มปริมาตร” (Volumizing) เพื่อปรับรูปหน้าหรือเติมร่องลึก
  • การกระจายตัว: เนื้อเจลของ Profhilo สามารถแพร่กระจายและกลืนไปกับชั้นผิวได้กว้างกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ทำให้ใช้จุดฉีดเพียงไม่กี่จุดก็ครอบคลุมได้ทั่วใบหน้า
  • ส่วนประกอบทางเคมี: Profhilo ปราศจากสาร BDDE ทำให้มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพสูงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดก้อนเนื้อ (Granulomas) เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ทั่วไปที่ต้องใช้สารเคมีในการคงรูป (Profhilo vs Sculptra: Best Choices for Skin Rejuvenation, Aura Bangkok Clinic, 2025)

กลไกการทำงานในการยกกระชับและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว (Hydration)

Profhilo ทำงานโดยการดึงน้ำเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินเพื่อยกกระชับผิว โดยมีกลไกหลักดังนี้:

  • การเพิ่มความชุ่มชื้น (Hydration): เนื่องจากเป็นไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ (Hygroscopic) เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิวจะทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และเพิ่มความยืดหยุ่นจากภายใน
  • การยกกระชับ (Tightening): ผลิตภัณฑ์จะค่อยๆ ปล่อย HA ออกมาเพื่อกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนถึง 4 ชนิด รวมถึงอีลาสตินในช่วง 4-8 สัปดาห์ ส่งผลให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ผิวที่หย่อนคล้อยดูตึงกระชับและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่เพิ่มวอลลุ่มเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป (Profhilo® – A revolutionary beneath-the-skin HA treatment, IBSA Derma (UK), 2021)

ประโยชน์ของ Profhilo ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องไหนได้บ้าง?

Profhilo ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวขาดความยืดหยุ่น และริ้วรอยแห่งวัยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยมีประโยชน์หลักในการฟื้นฟูผิวด้วยกระบวนการ Bio-remodeling ดังนี้:

  • เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก: ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และเปล่งปลั่งขึ้น
  • ยกกระชับผิว: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 4 ชนิดและอีลาสติน ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยดูตึงกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ปรับสภาพผิว: แก้ไขปัญหาผิวที่ดูแห้งกร้าน (Crepey skin) และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า ลำคอ หลังมือ และเนินอก
  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิว: บำรุงเซลล์ผิวจากภายในเพื่อเพิ่มความหนาแน่นและแข็งแรงของชั้นผิวโดยไม่เพิ่มวอลลุ่มเหมือนฟิลเลอร์ (Profhilo Singapore – Benefits, Price and Side Effects, Bio Aesthetic Clinic Singapore, 2025)

การฟื้นฟูผิวหน้าและลำคอให้ดูเด็กลง

Profhilo ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าและลำคอให้ดูอ่อนเยาว์ผ่านกระบวนการ Bio-remodeling ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 4 ชนิดและอีลาสติน เพื่อเพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นของผิวโดยไม่ต้องเติมวอลลุ่มเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป

การรักษาด้วย Profhilo มีจุดเด่นและขั้นตอนดังนี้:

  • กลไกการทำงาน: ใช้เทคโนโลยี NAHYCO® เพื่อปล่อยไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) บริสุทธิ์เข้าสู่ชั้นผิว ช่วยเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
  • เทคนิค BAP (Bio Aesthetic Points): ใช้การฉีดเพียง 5 จุดต่อข้างของใบหน้า เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ทั่วถึง ลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำและลดระยะเวลาพักฟื้น
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ผิวจะดูฉ่ำวาวและชุ่มชื้นขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์แรก ส่วนผลด้านการยกกระชับและความเรียบเนียนของริ้วรอยจะเห็นชัดเจนในช่วง 4-8 สัปดาห์หลังเริ่มการรักษา
  • แผนการรักษา: แนะนำให้ทำ 2 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ และคงสภาพผิวด้วยการฉีดซ้ำทุกๆ 6 เดือน (Profhilo Singapore – Benefits, Price and Side Effects, Bio Aesthetic Clinic Singapore, 2025)

การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 4 ชนิดเพื่อความยืดหยุ่นของผิว

Profhilo กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ถึง 4 ชนิด (Type I, III, IV และ VII) พร้อมกับสร้างเส้นใยอีลาสติน เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้มีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น

กระบวนการนี้เรียกว่า Bio-remodeling ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • การทำงาน: กรดไฮยาลูโรนิก (HA) จะค่อยๆ ปล่อยออกมาเพื่อกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
  • ผลลัพธ์: ช่วยให้ผิวมีความเด้งและยืดหยุ่นเหมือนผิวเด็ก (Stretch and snap effect) พร้อมเพิ่มความหนาแน่นและความแข็งแรงให้กับชั้นผิวหนังแท้
  • ระยะเวลา: การเปลี่ยนแปลงของความกระชับและยืดหยุ่นจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง 4–8 สัปดาห์หลังเริ่มการรักษา (Profhilo Singapore – Benefits, Price and Side Effects, BA Clinic Blog, 2025)

ขั้นตอนการฉีด Profhilo ด้วยเทคนิค BAP Technique 5 จุด

ทำไมต้องฉีดเพียง 5 จุด และช่วยลดการบวมช้ำได้อย่างไร?

การฉีดเพียง 5 จุดทำได้เพราะ Profhilo มีคุณสมบัติในการแพร่กระจายตัวได้ดีเยี่ยมทั่วชั้นผิว จึงไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนเข็มมากเท่าการฉีดแบบดั้งเดิม

การใช้เทคนิค BAP (Bio Aesthetic Points) นี้ช่วยลดการบวมช้ำได้ดังนี้:

  • ลดจำนวนแผล: การฉีดเพียง 5 จุดต่อข้างช่วยลดจำนวนครั้งที่เข็มต้องแทงผ่านผิวหนัง จึงลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยตรง
  • หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง: ตำแหน่งทั้ง 5 จุดถูกเลือกมาเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นเลือดและเส้นประสาทที่สำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยเขียวช้ำ
  • ลดการอักเสบ: เมื่อมีการเจาะผิวน้อยลง อาการบวมแดงหลังการรักษาก็จะน้อยลงตามไปด้วย โดยตุ่มนูนจากการฉีดมักจะยุบตัวลงเองภายใน 6–24 ชั่วโมง (Safety assessment of high- and low-molecular-weight hyaluronans (Profhilo®) as derived from worldwide postmarketing data, PubMed Central (PMC), 2020)

จำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์

การรักษาด้วย Profhilo แนะนำให้ทำ 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการเห็นผลมีดังนี้:

  • ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก: เริ่มสังเกตเห็นผิวมีความชุ่มชื้นและดูเปล่งปลั่งขึ้น
  • ช่วง 4-8 สัปดาห์: จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ด้านการยกกระชับและความยืดหยุ่นของผิวที่ชัดเจน เนื่องจากกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินทำงานได้อย่างเต็มที่
  • การคงสภาพผลลัพธ์: ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ซึ่งแนะนำให้ทำซ้ำทุกๆ 6 เดือนเพื่อรักษาคุณภาพผิวอย่างต่อเนื่อง (Profhilo Singapore – Benefits, Price and Side Effects, Bio Aesthetic Clinic Singapore, 2025)

Profhilo เหมาะกับใคร และใครที่ควรหลีกเลี่ยง?

Profhilo เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาผิวเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย เช่น ผิวขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็กๆ ผิวแห้งกร้าน หรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย โดยมีรายละเอียดกลุ่มที่เหมาะสมและควรหลีกเลี่ยงดังนี้:

  • ผู้ที่เหมาะกับ Profhilo:
    • ผู้ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้ดูอิ่มน้ำและเปล่งปลั่ง
    • ผู้ที่มีปัญหาผิว “Crepey skin” หรือผิวที่มีลักษณะยับย่นเหมือนกระดาษ
    • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้าเหมือนการฉีดฟิลเลอร์
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง:
    • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
    • ผู้ที่มีประวัติแพ้กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) อย่างรุนแรง
    • ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือมีการอักเสบในบริเวณที่จะทำการฉีด เช่น เป็นสิวอักเสบหรือเริม
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรงหรือสูญเสียปริมาตรใบหน้ามากเกินไป ซึ่งอาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจนเท่าการทำศัลยกรรมหรือการใช้สารเติมเต็มชนิดอื่น (Profhilo vs Sculptra: Best Choices for Skin Rejuvenation, Aura Bangkok Clinic, 2025)

เปรียบเทียบ Profhilo vs Sculptra vs Juvelook เลือกแบบไหนที่ตอบโจทย์ผิวคุณ?

การเลือกใช้ระหว่าง Profhilo, Sculptra หรือ Juvelook ขึ้นอยู่กับ เป้าหมายหลักของผิวคุณว่าต้องการเน้นการเติมความชุ่มชื้น การเพิ่มวอลลุ่ม หรือการปรับปรุงเนื้อสัมผัสของผิว โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบดังนี้:

  • Profhilo: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ เติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความฉ่ำวาว (Glow) ให้กับผิวอย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ และความหย่อนคล้อยเล็กน้อย โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
  • Sculptra: เหมาะสำหรับผู้ที่มี ปัญหาการสูญเสียปริมาตรใบหน้า (Volume Loss) เช่น แก้มตอบ หรือขมับบุ๋ม โดยจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติเพื่อให้ใบหน้าดูเต็มและยกกระชับในระยะยาว
  • Juvelook: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ปรับปรุงเนื้อสัมผัสผิว (Skin Texture) เช่น การรักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขน และลดริ้วรอยเล็กๆ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการเติมความชุ่มชื้นทันทีและการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
คุณสมบัติ Profhilo Sculptra Juvelook
ส่วนประกอบหลัก Hyaluronic Acid (HA) บริสุทธิ์ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) PDLLA + Hyaluronic Acid
กลไกหลัก เติมความชุ่มชื้นและยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเพิ่มวอลลุ่ม กระตุ้นคอลลาเจนและปรับผิวเรียบเนียน
ระยะเวลาเห็นผล 1-2 สัปดาห์ (เห็นผลชัดเจนใน 1-2 เดือน) 2-3 เดือน (ค่อยๆ เห็นผล) ทันที (HA) และดีขึ้นเรื่อยๆ (PDLLA)
ความคงทนของผลลัพธ์ ประมาณ 6-9 เดือน ประมาณ 2 ปี ประมาณ 12 เดือน

การเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดอาจเป็นการใช้ร่วมกันตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องคุณภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า (Profhilo vs Sculptra: Best Choices for Skin Rejuvenation, Aura Bangkok Clinic, 2025)

การเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลตัวเองหลังทำเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

การเตรียมตัวก่อนฉีด Profhilo และการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนานที่สุด ก่อนการฉีดควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยากอย่างน้ำมันปลาหรือวิตามินอี เป็นเวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ ส่วนการดูแลหลังทำมีข้อปฏิบัติดังนี้:

  • งดสัมผัสใบหน้า: หลีกเลี่ยงการแตะ นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง และงดแต่งหน้าอย่างน้อย 12 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมหนัก: งดการออกกำลังกายอย่างหนัก การเข้าซาวน่า หรือการสัมผัสความร้อนสูงในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • การจัดการอาการบวม: หากมีอาการบวมหรือรอยแดง สามารถประคบเย็นเบาๆ ได้ และควรนอนหนุนหมอนสูงในคืนแรก
  • การบำรุงต่อเนื่อง: เมื่อผ่าน 24 ชั่วโมงไปแล้ว สามารถกลับมาใช้สกินแคร์ตามปกติได้ โดยเน้นการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพื่อปกป้องผิว (Profhilo Side Effects: You Need to Know Before Treatment, Aura Bangkok Clinic, 2025)

ข้อควรระวัง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และวิธีเช็ก Profhilo ของแท้

อาการบวมหลังฉีดกี่วันหาย?

อาการบวมหรือตุ่มนูนหลังฉีด Profhilo มักจะยุบตัวและหายไปเองภายใน 6 ถึง 24 ชั่วโมง เนื่องจากตัวยาจะค่อยๆ กระจายตัวเข้าสู่ชั้นผิวหนังทั่วใบหน้า ทั้งนี้รอยแดงหรือรอยเข็มขนาดเล็กอาจเกิดขึ้นได้ในบางรายและมักจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน (Profhilo Side Effects: You Need to Know Before Treatment, Aura Bangkok Clinic, 2025)

วิธีตรวจสอบสแกน QR Code ตรวจสอบยาแท้ผ่านแอปพลิเคชัน

คุณสามารถตรวจสอบความแท้ของ Profhilo ได้โดยการสแกน QR Code ที่อยู่บนสติกเกอร์โฮโลแกรมบนกล่องผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชันตรวจสอบ โดยมีขั้นตอนและข้อควรระวังดังนี้:

  • ตรวจสอบกล่องผลิตภัณฑ์: ก่อนรับบริการควรขอดูตัวกล่อง ซึ่งต้องมีสติกเกอร์โฮโลแกรมความปลอดภัยและรหัส QR Code ที่ชัดเจน
  • การสแกน: ใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชันตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือตัวสแกนทั่วไป เพื่อลิงก์ไปยังฐานข้อมูลของผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย
  • เงื่อนไขการตรวจสอบ: รหัส QR Code ของแท้จะสามารถสแกนเพื่อยืนยันความแท้ได้เพียง “ครั้งเดียว” เท่านั้น หากรหัสถูกทำซ้ำหรือเคยผ่านการสแกนมาแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนว่าไม่ถูกต้อง
  • จุดสังเกตเพิ่มเติม: ตรวจสอบโลโก้โฮโลแกรมของ IBSA หรือผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นลักษณะที่ปลอมแปลงได้ยาก (How to Authenticate and Verify Your HA “Smooth” Treatment, SL Clinic Blog, 2025)

Profhilo คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง พร้อมข้อควรรู้ก่อนฉีดเพื่อผิวอ่อนเยาว์ Infographic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo

Profhilo 1 กล่องมีกี่ cc และต้องใช้กี่เข็มถึงจะเห็นผล?

Profhilo 1 กล่องมีปริมาณ 2 cc และโดยทั่วไปแนะนำให้รับบริการ 2 ครั้ง (ใช้ 2 กล่อง) เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณและการรักษา มีดังนี้:

  • ปริมาณต่อกล่อง: ใน 1 กล่องจะประกอบด้วยตัวยาบรรจุในไซริงค์พร้อมใช้ขนาด 2 มล. (หรือ 2 cc) ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการฉีดทั่วใบหน้า 1 ครั้ง
  • จำนวนเข็ม/จุดที่ฉีด: ใช้เทคนิคการฉีด BAP (Bio Aesthetic Points) ซึ่งจะฉีดเพียง 10 จุดทั่วใบหน้า (ข้างละ 5 จุด) จุดละ 0.2 มล. เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดีที่สุด
  • จำนวนครั้งที่แนะนำ: เพื่อผลลัพธ์ในการยกกระชับและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวที่เหมาะสม ควรรับบริการอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์
  • ระยะเวลาเห็นผล: คุณจะเริ่มรู้สึกถึงความชุ่มชื้นใน 1-2 สัปดาห์แรก และจะเห็นผลลัพธ์ด้านการยกกระชับผิวที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 4 สัปดาห์หลังจากการฉีดครั้งที่สอง (Profhilo Singapore – Benefits, Price and Side Effects, Bio Aesthetic Clinic Singapore, 2025)

ฉีด Profhilo เจ็บไหม และต้องแปะยาชาหรือไม่?

การฉีด Profhilo มักทำให้รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในลักษณะแสบจี๊ดชั่วคราวขณะฉีด และหลายคลินิกนิยมใช้ยาชาแบบทาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น โดยความเจ็บปวดอยู่ในระดับที่ทนได้ง่ายเนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็กและมีจุดฉีดเพียงไม่กี่จุด (เทคนิค BAP 5 จุดต่อข้าง) ซึ่งใช้เวลาทำรวดเร็วและลดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อได้ดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์แบบดั้งเดิม สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องความเจ็บ การแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 20–30 นาทีจะช่วยลดความรู้สึกขณะเข็มจิ้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Bio Aesthetic Clinic Singapore, 2025)

ผลลัพธ์จากการฉีด Profhilo อยู่ได้นานกี่เดือน?

ผลลัพธ์จากการฉีด Profhilo โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน โดยระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอัตราการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งบางรายอาจเห็นผลยาวนานได้ถึง 8-12 เดือน และมักแนะนำให้ทำทรีตเมนต์ซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อคงสภาพผิวให้ชุ่มชื้นและกระชับอย่างต่อเนื่อง (Bio Aesthetic Clinic Singapore, 2025)

ฉีด Profhilo ร่วมกับทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่นๆ ได้ไหม?

สามารถทำได้ โดย Profhilo มักถูกนำมาใช้ร่วมกับหัตถการอื่นๆ เพื่อเสริมผลลัพธ์การดูแลผิวให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

การใช้ Profhilo ร่วมกับหัตถการต่างๆ มีแนวทางดังนี้:

  • โบท็อกซ์และฟิลเลอร์: สามารถทำร่วมกันได้ โดย Profhilo จะช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวในภาพรวม ขณะที่ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มโครงสร้างใบหน้า
  • เลเซอร์, IPL หรือคลื่นวิทยุ (RF): เป็นการดูแลที่เสริมกัน โดยเลเซอร์จะเน้นการผลัดผิวหรือยกกระชับจากภายนอก ส่วน Profhilo จะช่วยเติมความชุ่มชื้นและบำรุงจากภายใน
  • ระยะเวลาที่แนะนำ: โดยทั่วไปควรเว้นระยะห่างระหว่าง Profhilo กับหัตถการอื่นๆ ประมาณ 2–4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและแต่ละการรักษาแสดงผลได้อย่างเต็มที่
  • ลำดับการทำ: หากทำร่วมกับเลเซอร์หรือการทำ Microneedling มักแนะนำให้ทำหัตถการเหล่านั้นก่อน แล้วจึงตามด้วยการฉีด Profhilo หลังจากนั้นประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อช่วยในการฟื้นฟูและเพิ่มความชุ่มชื้น (Can Profhilo be combined with other aesthetic treatments?, ClearSK Aesthetic Clinics, 2025)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
Juvelook คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง รีวิวเจาะลึกปี 2026

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube