ฟิลเลอร์ Restylane คืออะไร มีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับฉีดจุดไหน?

Restylane is a high-quality hyaluronic acid filler from Sweden available in 7 main models that use NASHA and OBT technologies to provide safe, natural-looking results lasting up to 18 months.
ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม และทำไมถึงเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมทั่วโลก?
Restylane เป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมทั่วโลกเนื่องจากมีประวัติความปลอดภัยยาวนานกว่า 25 ปี และผ่านการรับรองจาก FDA โดยเป็นแบรนด์แรกที่ใช้เทคโนโลยีไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ที่ไม่ได้สกัดจากสัตว์ ซึ่งมีข้อดีและเหตุผลความนิยมดังนี้:
- ความปลอดภัยและมาตรฐานสากล: มีการใช้งานมากกว่า 65 ล้านครั้งในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก และได้รับความพึงพอใจจากผู้ใช้จริงสูงถึง 99%
- เทคโนโลยีที่โดดเด่น:
- NASHA Technology: ให้เนื้อเจลคงตัวสูง เหมาะสำหรับการยกกระชับและเติมเต็มร่องลึกได้อย่างแม่นยำ
- OBT (Optimal Balance Technology): ให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น เน้นความเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ใบหน้าเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
- ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์: มีหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น การเติมริมฝีปาก (Kysse), การยกโหนกแก้ม (Lyft) หรือการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว (Vital Light)
- ผลลัพธ์ที่ยาวนาน: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 6 ถึง 18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้และบริเวณที่ฉีด (Restylane (Galderma) celebrates 25 years of unmatched, Galderma, 2021)
ทำความรู้จัก Restylane ฟิลเลอร์จากสวีเดนกับเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์
เทคโนโลยี NASHA (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid) คืออะไร
เทคโนโลยี NASHA คือกระบวนการผลิตสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ที่มีความบริสุทธิ์สูงและไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- ความปลอดภัยสูง: ผลิตจากการหมักแบคทีเรียและทำให้โครงสร้างใกล้เคียงกับ HA ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์มากที่สุด เพื่อลดการเกิดปฏิกิริยาแพ้หรือการระคายเคือง
- โครงสร้างคงตัว: ใช้การเชื่อมโยงทางเคมี (Crosslinking) เพื่อให้เนื้อเจลมีความคงตัว เป็นอนุภาคที่แข็งแรง และไม่เคลื่อนที่ไปจากจุดที่ฉีด
- ประสิทธิภาพการยกกระชับ: เนื้อเจลที่มีความหนาแน่นช่วยในการยกกระชับผิวและเติมเต็มร่องลึกได้ดี โดยผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
เทคโนโลยี OBT (Optimal Balance Technology) ช่วยเรื่องอะไร
เทคโนโลยี OBT (Optimal Balance Technology) ช่วยให้ผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติและยืดหยุ่นไปกับการเคลื่อนไหวของใบหน้า โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
- การเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ: เทคโนโลยีนี้ (หรือ XpresHAn technology) สร้างเนื้อเจลที่มีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นสูง สามารถกลืนไปกับชั้นผิวและเคลื่อนไหวตามการแสดงออกทางสีหน้า เช่น การยิ้มหรือการพูด ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ความสมดุลของเนื้อเจล: ช่วยปรับสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการคงตัวของอนุภาคไฮยาลูโรนิก (HA) ทำให้เนื้อเจลไม่จับตัวเป็นก้อน
- ความคงทน: ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานประมาณ 12–18 เดือน แม้จะฉีดในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก หรือแก้ม (Science behind Restylane, Galderma Aesthetics, 2024)
ฟิลเลอร์ Restylane มีกี่รุ่น และแต่ละรุ่นเหมาะกับบริเวณใดบ้าง?
ฟิลเลอร์ Restylane มีทั้งหมด 7 รุ่นหลัก ซึ่งแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและบริเวณที่ฉีดแตกต่างกัน ดังนี้
- Restylane Classic: เหมาะสำหรับเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกระดับปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก และใต้ตา ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- Restylane Vital Light: เหมาะสำหรับฟื้นฟูผิวชั้นตื้น (Skin Booster) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในบริเวณที่บอบบาง เช่น ใต้ตา ริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า หลังมือ และริมฝีปาก
- Restylane Lyft: เหมาะสำหรับการยกกระชับและปรับรูปหน้า เช่น เติมแก้ม คาง แนวขากรรไกร หรือร่องใต้ตาลึก เนื่องจากเป็นเจลเนื้อแข็งที่ให้แรงยกตัวสูง
- Restylane Defyne: เหมาะสำหรับริ้วรอยร่องลึกมากและช่วยปรับรูปหน้าในส่วนที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น ร่องแก้ม คาง และแก้ม โดยยังคงการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ
- Restylane Refyne: เหมาะสำหรับริ้วรอยระดับปานกลางในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น รอบปากและร่องยิ้ม เพื่อให้ผิวเรียบเนียนและขยับหน้าได้ตามปกติ
- Restylane Volyme: เหมาะสำหรับการเติมเต็มปริมาตรในบริเวณที่ตอบหรือยุบตัวมาก เช่น แก้มตอบ ขมับ เพื่อให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและอ่อนเยาว์
- Restylane Kysse: ออกแบบมาสำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะ ช่วยปรับรูปทรงและเพิ่มความอวบอิ่ม พร้อมรักษาความเป็นธรรมชาติขณะขยับปาก (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
Restylane Classic: รุ่นมาตรฐานสำหรับเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึก
Restylane Classic เป็นฟิลเลอร์รุ่นมาตรฐานที่มีเนื้อเจลอนุภาคขนาดกลาง เหมาะสำหรับการเติมเต็มริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก และบริเวณใต้ตา โดยให้การสนับสนุนผิวที่แข็งแรงแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ซึ่งผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นานประมาณ 6–9 เดือน (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
Restylane Vital Light: ฟิลเลอร์เนื้อละเอียดสำหรับงานผิวและใต้ตา
Restylane Vital Light เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวในบริเวณที่บอบบาง โดยมีคุณสมบัติและรายละเอียดดังนี้:
- บริเวณที่เหมาะสม: ใช้สำหรับเติมเต็มใต้ตา ริ้วรอยตื้นๆ ริมฝีปาก และหลังมือ เพื่อให้ผิวดูอิ่มเอิบอย่างเป็นธรรมชาติ
- เทคโนโลยี: ใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ได้เจลอนุภาคขนาดเล็กมาก (Ultra-fine) ช่วยในการฟื้นฟูผิวชั้นนอก (Skin Booster)
- ผลลัพธ์: ช่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัสของผิวและความยืดหยุ่น โดยผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน (V Square Clinic, 2024)
Restylane Lyft: รุ่นเนื้อแข็งสำหรับยกกระชับ ปรับรูปหน้า และเติมคาง
Restylane Lyft เป็นฟิลเลอร์รุ่นเนื้อแข็งที่มีความหนาแน่นสูง ออกแบบมาเพื่อการยกกระชับและปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ
ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นและบริเวณที่เหมาะสมในการฉีดดังนี้:
- คุณสมบัติ: เป็นเจลเนื้อแข็งที่มีความคงตัวสูง ให้แรงยก (Lifting support) ได้ดีเยี่ยมโดยไม่แพร่กระจายไปยังบริเวณข้างเคียง
- บริเวณที่เหมาะสม: ใช้สำหรับเติมปริมาณบริเวณโหนกแก้ม (Cheeks), คาง (Chin), กรอบหน้า (Jawline) หรือร่องลึกใต้ตา
- ระยะเวลาผลลัพธ์: สามารถคงอยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 12 เดือน (What is Restylane filler, V Square Clinic, 2024)
Restylane Defyne: ฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงสำหรับร่องแก้มและโหนกแก้ม
Restylane Defyne คือฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกและการเติมเต็มบริเวณโหนกแก้ม โดยใช้เทคโนโลยี OBT (Optimal Balance Technology) ที่ช่วยให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง สามารถกลมกลืนไปกับการเคลื่อนไหวของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการยิ้มหรือการพูด ผลลัพธ์จากการฉีดสามารถคงอยู่ได้นานสูงสุดถึง 18 เดือน (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
Restylane Refyne: เน้นความเป็นธรรมชาติสำหรับการขยับเขยื้อนของใบหน้า
Restylane Refyne เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียดและมีความยืดหยุ่นสูงที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขริ้วรอยร่องแก้มและรอยย่นในระดับปานกลาง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง ฟิลเลอร์ชนิดนี้ใช้เทคโนโลยี OBT (Optimal Balance Technology) ซึ่งช่วยให้เนื้อเจลกลมกลืนไปกับผิวและขยับเขยื้อนไปตามการแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการยิ้มหรือการพูด โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
Restylane Volyme: เติมเต็มความตอบของแก้มและส่วนที่สูญเสียไขมัน
Restylane Volyme เป็นฟิลเลอร์เนื้อนุ่มที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มปริมาตรใบหน้าในบริเวณกว้าง เช่น แก้มตอบ ขมับ และส่วนที่สูญเสียไขมัน เพื่อคืนความอิ่มเอิบและดูอ่อนเยาว์ โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- เทคโนโลยีการผลิต: ใช้เทคโนโลยี OBT (Optimal Balance Technology) ที่ช่วยให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง กลมกลืนกับเนื้อเยื่อได้ดี และดูเป็นธรรมชาติแม้ในขณะขยับใบหน้า
- ผลลัพธ์และความคงทน: ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานประมาณ 15–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล
- ความรู้สึกขณะฉีด: มักมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) เพื่อช่วยลดความเจ็บและเพิ่มความสบายในระหว่างการรับบริการ (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
Restylane Kysse: ฟิลเลอร์รุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการฉีดปากโดยเฉพาะ
Restylane Kysse เป็นฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มริมฝีปากโดยเฉพาะ โดยเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างความอ่อนนุ่มและความคงตัวของรูปทรง
ฟิลเลอร์รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี XpresHAn (OBT) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- ความเป็นธรรมชาติ: เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ริมฝีปากเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่การยิ้มไปจนถึงการพูด
- ความแม่นยำ: ช่วยปรับรูปทรงและเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปากได้อย่างชัดเจน
- ผลลัพธ์ที่ยาวนาน: ประสิทธิภาพของฟิลเลอร์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
ฟิลเลอร์ Restylane อยู่ได้นานไหม และต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด?
ฟิลเลอร์ Restylane โดยทั่วไปจะคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ฉีด และการเผาผลาญของแต่ละบุคคล โดยรุ่นที่มีความหนาแน่นสูง เช่น Restylane Lyft, Defyne หรือ Volyme อาจอยู่ได้นานสูงสุดถึง 18 เดือน
สำหรับการเตรียมตัวก่อนฉีดมีข้อควรปฏิบัติดังนี้:
- งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก: เช่น แอสไพริน, NSAIDs, น้ำมันปลา และวิตามินอี ปริมาณสูง เป็นเวลาประมาณ 7 วันก่อนรับบริการเพื่อลดอาการบวมช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงก่อนการฉีด
- ตรวจสอบสุขภาพ: ควรอยู่ในสภาวะร่างกายปกติ ไม่มีอาการติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด และควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัว (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
วิธีเช็คฟิลเลอร์ Restylane ของแท้ ตรวจสอบอย่างไรให้มั่นใจก่อนรับบริการ
วิธีเช็คฟิลเลอร์ Restylane ของแท้ทำได้โดยการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ที่ต้องมีรอยปรุและสติกเกอร์โฮโลแกรมที่สมบูรณ์ รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบเพิ่มเติมดังนี้:
- ตรวจสอบกล่องและสติกเกอร์: กล่องผลิตภัณฑ์ต้องปิดสนิท มีสติกเกอร์โฮโลแกรมที่หากถูกแกะออกจะปรากฏคำว่า “VOID”
- ตรวจสอบเลขที่ผลิต (Batch Number): เลข Batch Number ที่ระบุบนกล่องผลิตภัณฑ์และบนตัวไซริงค์ (Syringe) จะต้องตรงกันเสมอ
- ใช้เครื่องมือตรวจสอบของ Galderma: สามารถสแกน QR Code บนกล่องผ่านแอปพลิเคชันของ Galderma หรือติดต่อสอบถามเลข Lot กับบริษัทผู้นำเข้าโดยตรงเพื่อยืนยันความถูกต้อง
- เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ: ควรเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีใบอนุญาตและคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยขอให้แพทย์แกะกล่องให้ดูต่อหน้าก่อนเริ่มการฉีด (What is Restylane filler?, V Square Clinic, 2024)
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีดฟิลเลอร์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังการฉีดฟิลเลอร์คืออาการบวม แดง เขียวช้ำ หรือรู้สึกกดเจ็บในบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นเพียงเล็กน้อยและจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยมีรายละเอียดและข้อควรระวังดังนี้:
- ผลข้างเคียงทั่วไป: อาการปวดบริเวณเข็มมักจะทุเลาลงภายใน 1-3 วัน
- ความเสี่ยงร้ายแรง (พบได้น้อย): การฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดโดยไม่ตั้งใจอาจทำให้เกิดเนื้อตายหรือตาบอดได้ จึงควรรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัยเท่านั้น
- ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด:
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การดื่มแอลกอฮอล์ และการเข้าซาวน่าในช่วง 48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวม
- นอนหนุนศีรษะให้สูงและหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่ (Restylane, 2024)
ฉีดฟิลเลอร์ Restylane ราคาเท่าไหร่ และเลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย?
การฉีดฟิลเลอร์ Restylane มีราคาเฉลี่ยประมาณ $600–$800 ต่อไซริงค์ (1 mL) ในสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 400–900 ดอลลาร์ตามประเภทผลิตภัณฑ์และคลินิก โดยการเลือกคลินิกให้ปลอดภัยควรพิจารณาปัจจัยดังนี้:
- เลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ: ควรรับบริการกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมีใบประกอบวิชาชีพในคลินิกที่ได้มาตรฐาน
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็น Restylane ของแท้ โดยควรมีการแกะกล่องให้ดูต่อหน้า และตรวจสอบสติกเกอร์โฮโลแกรมหรือรหัส Batch Number บนกล่องและไซริงค์ว่าตรงกันหรือไม่
- หลีกเลี่ยงราคาที่ถูกผิดปกติ: ไม่ควรเลือกรับบริการจากผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือคลินิกที่ตั้งราคาต่ำกว่าตลาดมากเกินไป เพราะอาจเสี่ยงต่อการใช้ฟิลเลอร์ปลอม
- การเตรียมตัวและดูแลหลังฉีด: ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น งดยาที่ทำให้เลือดหยุดไหลยากก่อนฉีด และหลีกเลี่ยงความร้อนสูงหลังฉีดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Restylane
Restylane ของประเทศอะไร?
ฟิลเลอร์ Restylane มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสวีเดน โดยถูกพัฒนาขึ้นในปี 1996 โดยบริษัท Q-Med (ปัจจุบันคือ Galderma) และเป็นฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ชนิดไม่มาจากสัตว์ตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก FDA (What is filler Restylane, V Square Clinic, 2024)
Juvederm กับ Restylane ต่างกันยังไง เลือกยี่ห้อไหนดี?
Restylane และ Juvederm แตกต่างกันที่เทคโนโลยีการผลิตและเนื้อสัมผัสของเจล โดย Restylane ใช้เทคโนโลยี NASHA และ OBT ที่ให้ความคงตัวสูงหรือยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหว ในขณะที่ Juvederm ใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ที่เน้นความเรียบเนียนและเป็นเนื้อเดียวกัน
ความแตกต่างและการเลือกใช้มีรายละเอียดดังนี้:
- เทคโนโลยีและเนื้อสัมผัส: Restylane มีลักษณะเป็นเนื้อเจลแบบอนุภาค (Particulate gel) ซึ่งช่วยในการยกกระชับได้ดีหรือปรับตัวตามการแสดงสีหน้าได้เป็นธรรมชาติ ส่วน Juvederm จะมีความสมูทและเป็นเนื้อละเอียด (Homogeneous) มากกว่า
- การเลือกใช้: การเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการฉีดและผลลัพธ์ที่คาดหวัง เช่น หากต้องการการสนับสนุนโครงสร้างผิวที่แข็งแรงหรือความยืดหยุ่นเฉพาะจุดอาจเลือก Restylane แต่หากต้องการความเรียบเนียนกลืนไปกับผิวอาจพิจารณา Juvederm
- คำแนะนำ: ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและปัญหาบนใบหน้า เนื่องจากแต่ละรุ่นของทั้งสองยี่ห้อถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน (Juvederm vs Restylane vs Belotero: What’s the Difference?, Dr. Nagarkar, 2024)
ราคา Restylane cc ละเท่าไหร่?
ราคาของ Restylane โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $700 ต่อ 1 cc (หรือ 1 หลอดฉีด)
โดยทั่วไปราคาจะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของผลิตภัณฑ์และคลินิกที่ให้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงประมาณ $400 ถึง $900 ต่อหลอด (Restylane cost per vial, ProMD Health, 2024)
ฉีดฟิลเลอร์ Restylane เจ็บไหม มีส่วนผสมของยาชาหรือไม่?
การฉีดฟิลเลอร์ Restylane มีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยและมีส่วนผสมของยาชาลิโดเคน (Lidocaine) ในตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษาและทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ แพทย์มักจะมีการทายาชาที่ผิวหนังภายนอกให้ก่อนเริ่มการฉีดอีกชั้นหนึ่ง โดยความรู้สึกเจ็บจะเป็นเพียงการจิกเบาๆ และอาการระบมหลังฉีดมักจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน (Restylane, Galderma, 2021)

