Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Lifting

ยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) เกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไรให้ยิ้มสวยมั่นใจ

Byadmin มกราคม 5, 2026
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on มกราคม 5, 2026
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน
ยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) เกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไรให้ยิ้มสวยมั่นใจ

ยิ้มเห็นเหงือก หรือ Gummy Smile คือสภาวะที่มีเนื้อเยื่อเหงือกแสดงออกมามากกว่า 2–4 มิลลิเมตรขณะยิ้ม ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วย 5 วิธีหลัก เช่น การตัดเหงือกด้วยเลเซอร์หรือการฉีดโบท็อกซ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจและปรับสมดุลใบหน้า

Table of Contents

Toggle
  • ยิ้มเห็นเหงือกเยอะผิดปกติไหม และมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง?
  • ทำความรู้จักภาวะยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) คืออะไร?
    • ลักษณะการยิ้มที่เรียกว่าเหงือกเยอะเกินไป
    • ระดับความรุนแรงของการเห็นเหงือกในขณะยิ้ม
  • สาเหตุหลักที่ทำให้ยิ้มแล้วเห็นเหงือกชัดเจน
    • ความผิดปกติของโครงสร้างขากรรไกรและกระดูกเหงือก
    • ขนาดของฟันที่สั้นเกินไปหรือเหงือกคลุมฟันมากเกินไป
    • การทำงานของกล้ามเนื้อริมฝีปากบนที่ดึงตัวสูงกว่าปกติ
    • พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้าแต่กำเนิด
  • ยิ้มเห็นเหงือกส่งผลต่อโหงวเฮ้งและความมั่นใจอย่างไร?
  • เช็กอาการเบื้องต้น: เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาเหงือก?
  • 5 วิธีแก้ปัญหายิ้มเห็นเหงือกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
    • 1. การตัดแต่งเหงือกด้วยเลเซอร์ (Gingivectomy)
    • 2. การโบท็อกซ์ยิ้มเห็นเหงือก (Botox Gummy Smile)
    • 3. การจัดฟันเพื่อปรับระดับการยิ้ม
    • 4. การผ่าตัดปรับตำแหน่งริมฝีปาก (Lip Repositioning)
    • 5. การผ่าตัดขากรรไกรในกรณีที่มีความผิดปกติของกระดูก
  • ข้อดีและข้อจำกัดของการรักษาแต่ละรูปแบบ
    • การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเหงือก
    • การดูแลตัวเองหลังรักษาเพื่อป้องกันเหงือกอักเสบ
  • ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหากรักษาไม่ถูกวิธี
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหายิ้มเห็นเหงือก
    • ตัดเหงือกเจ็บไหมและต้องพักฟื้นกี่วัน?
    • จัดฟันแล้วจะช่วยให้ยิ้มเห็นเหงือกน้อยลงจริงหรือไม่?
    • การโบท็อกซ์แก้เหงือกเยอะอยู่ได้นานแค่ไหน?
    • ยิ้มเห็นเหงือกสามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม?

ยิ้มเห็นเหงือกเยอะผิดปกติไหม และมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง?

การยิ้มเห็นเหงือกเยอะ (Gummy Smile) ไม่ใช่ความผิดปกติทางพยาธิวิทยาหรือโรค แต่เป็นลักษณะทางสรีระที่ส่งผลต่อความสวยงามและความมั่นใจ โดยทั่วไปจะถือว่าเริ่มเห็นเหงือกมากเกินไปเมื่อมีเนื้อเยื่อเหงือกแสดงออกมามากกว่า 2–4 มิลลิเมตรขณะยิ้ม ซึ่งพบได้ประมาณ 10% ในกลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้นและพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

วิธีรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแต่ละบุคคล ดังนี้:

  1. การตัดแต่งเหงือกด้วยเลเซอร์ (Laser Gingivectomy): ใช้เลเซอร์ตัดเนื้อเยื่อเหงือกส่วนเกินออกเพื่อให้ฟันดูยาวขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหงือกคลุมฟันมากเกินไป
  2. การฉีดโบท็อกซ์ (Botox): ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อริมฝีปากบนไม่ให้ยกสูงเกินไปขณะยิ้ม เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดแต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 3–6 เดือน
  3. การจัดฟัน (Orthodontics): ใช้ในกรณีที่ฟันยื่นหรือฟันงอกลงมาต่ำเกินไป เพื่อปรับตำแหน่งฟันและขากรรไกรให้สมดุล
  4. การผ่าตัดปรับตำแหน่งริมฝีปาก (Lip Repositioning): เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อจำกัดการเคลื่อนที่ของริมฝีปากบนไม่ให้รั้งขึ้นไปสูงเกินไป
  5. การผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic Surgery): ใช้สำหรับกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกขากรรไกรบนที่ยาวเกินไป ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลชัดเจนและถาวรที่สุดในเคสที่รุนแรง (Gummy Smile: Understanding the Condition and the Latest Treatment Options, London Specialist Dentists, 2025)

ทำความรู้จักภาวะยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) คืออะไร?

ภาวะยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) คือ สภาวะที่มีการแสดงเนื้อเหงือกบนมากเกินไปขณะยิ้ม โดยปกติจะวัดได้มากกว่า 2–4 มิลลิเมตร ซึ่งเกินกว่าระดับปกติที่ควรเห็นเพียง 1–2 มิลลิเมตรเท่านั้น ภาวะนี้ไม่ใช่โรคแต่เป็นปัญหาด้านความสวยงามที่ทำให้ฟันบนดูสั้นหรือเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเกินไป โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้:

  • ระดับความรุนแรง: แบ่งเป็นระดับน้อย (2–4 มม.), ปานกลาง (4–8 มม.) และรุนแรง (มากกว่า 8 มม.) ซึ่งทันตแพทย์มักถือว่าการเห็นเหงือกตั้งแต่ 4 มม. ขึ้นไปเริ่มขาดความสมดุล
  • สาเหตุหลัก: เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น กระดูกขากรรไกรบนยาวเกินไป (Vertical Maxillary Excess), กล้ามเนื้อริมฝีปากบนทำงานมากผิดปกติทำให้ยกริมฝีปากขึ้นสูงเกินไป, หรือมีเนื้อเหงือกคลุมตัวฟันมากเกินไปจนฟันดูสั้น
  • ความแพร่หลาย: พบได้ประมาณ 10% ในกลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 20–30 ปี) และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยภาวะนี้อาจลดลงตามอายุเนื่องจากริมฝีปากบนที่ยาวขึ้นตามวัย
  • การรักษา: สามารถแก้ไขได้หลายวิธีตามสาเหตุ เช่น การตัดแต่งเหงือกด้วยเลเซอร์ (Gingivectomy), การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อริมฝีปาก, การจัดฟัน หรือการผ่าตัดขากรรไกรในกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูก (Excessive Gingival Display, MD Searchlight, 2025)

ลักษณะการยิ้มที่เรียกว่าเหงือกเยอะเกินไป

ลักษณะการยิ้มที่เรียกว่าเหงือกเยอะเกินไป (Gummy Smile) คือ การยิ้มที่เห็นเนื้อเหงือกบนมากกว่า 2–4 มิลลิเมตร ซึ่งเกินกว่าระดับปกติที่ควรเห็นเพียง 1–2 มิลลิเมตร

ภาวะนี้มักทำให้ฟันบนดูสั้นหรือมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมมากกว่าปกติ โดยแบ่งระดับความรุนแรงตามปริมาณเหงือกที่เห็น ดังนี้:

  • ระดับน้อย (Mild): เห็นเหงือกประมาณ 2–4 มิลลิเมตร
  • ระดับปานกลาง (Moderate): เห็นเหงือกประมาณ 4–8 มิลลิเมตร
  • ระดับรุนแรง (Severe): เห็นเหงือกมากกว่า 8 มิลลิเมตรขึ้นไป

โดยทั่วไปทันตแพทย์จะถือว่าการเห็นเหงือกตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไปเริ่มส่งผลต่อความสวยงามและสัดส่วนของรอยยิ้ม (Excessive Gingival Display, MD Searchlight, 2025)

ระดับความรุนแรงของการเห็นเหงือกในขณะยิ้ม

ระดับความรุนแรงของภาวะยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) แบ่งออกเป็น 3 ระดับตามระยะของเหงือกที่โผล่พ้นริมฝีปากบน ดังนี้:

  • ระดับน้อย (Mild): เห็นเหงือกประมาณ 2–4 มิลลิเมตร
  • ระดับปานกลาง (Moderate): เห็นเหงือกประมาณ 4–8 มิลลิเมตร
  • ระดับรุนแรง (Severe): เห็นเหงือกมากกว่า 8 มิลลิเมตรขึ้นไป

โดยปกติแล้ว ทันตแพทย์จะถือว่าการเห็นเหงือกตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไปเริ่มส่งผลต่อความสวยงามและดูไม่สมส่วน (Quantitative evaluation of gummy smile in north Indian young population: A clinical study, Asian Journal of Oral Health and Allied Sciences, 2025)

สาเหตุหลักที่ทำให้ยิ้มแล้วเห็นเหงือกชัดเจน

ความผิดปกติของโครงสร้างขากรรไกรและกระดูกเหงือก

สาเหตุหลักของยิ้มเห็นเหงือกที่เกิดจากโครงสร้างขากรรไกรและกระดูกคือ ภาวะขากรรไกรบนยาวเกินไป (Vertical Maxillary Excess – VME) และการงอกของฟันที่ผิดปกติ (Dentoalveolar Extrusion) โดยภาวะ VME เกิดจากกระดูกขากรรไกรบนเติบโตในแนวตั้งมากเกินไปจนทำให้เหงือกยื่นออกมามากกว่าปกติ ซึ่งมักส่งผลให้ใบหน้าส่วนกลางดูยาวและริมฝีปากบนปิดฟันไม่สนิทในขณะพัก ส่วนการงอกของฟันที่ผิดปกติเกิดขึ้นเมื่อฟันหน้าบนและกระดูกเบ้าฟันงอกลงมาต่ำเกินไปจนดึงให้เหงือกต่ำลงมาด้วย (Excessive Gingival Display, MD Searchlight, 2025)

ขนาดของฟันที่สั้นเกินไปหรือเหงือกคลุมฟันมากเกินไป

สาเหตุหลักของภาวะยิ้มเห็นเหงือกที่เกิดจากฟันสั้นหรือเหงือกคลุมฟันมากเกินไปคือ ภาวะการงอกของฟันที่ผิดปกติ (Altered Passive Eruption) หรือภาวะเหงือกเกิน (Gingival Hyperplasia) ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อเหงือกไม่ร่นตัวลงตามธรรมชาติหลังจากฟันงอกขึ้นมา หรือมีการเจริญเติบโตของเหงือกที่มากผิดปกติจนไปบดบังผิวเคลือบฟัน ทำให้ฟันดูมีลักษณะสั้นหรือเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม (boxy) ทั้งที่ขนาดฟันจริงอาจเป็นปกติ โดยปัจจัยเสริมอาจมาจากพันธุกรรมที่มีเนื้อเยื่อเหงือกหนา หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาและการอักเสบที่กระตุ้นให้เหงือกโตขึ้น (What is a Gingivectomy? Procedure & Recovery, Cleveland Clinic, 2023)

การทำงานของกล้ามเนื้อริมฝีปากบนที่ดึงตัวสูงกว่าปกติ

กล้ามเนื้อริมฝีปากบนที่ทำงานมากเกินไป (Hyperactive upper lip muscles) เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะยิ้มเห็นเหงือก เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกริมฝีปากบนมีความแข็งแรงหรือทำงานไวผิดปกติ ทำให้เวลาพยักหน้าหรือยิ้ม ริมฝีปากจะถูกดึงรั้งขึ้นไปสูงกว่าระดับปกติจนเผยให้เห็นเนื้อเยื่อเหงือกมากเกินไป แม้ว่าขนาดของขากรรไกรหรือฟันจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ตาม (Excessive Gingival Display, MD Searchlight, 2025)

พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้าแต่กำเนิด

พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้ามีส่วนสำคัญในการเกิดภาวะยิ้มเห็นเหงือกผ่านลักษณะที่ถ่ายทอดมา เช่น ขนาดขากรรไกรหรือความยาวของริมฝีปาก แม้ว่าภาวะนี้จะสามารถส่งต่อกันในครอบครัวได้ แต่ผลการศึกษาชี้ว่าส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว โดยมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ดังนี้:

  • โครงสร้างขากรรไกร: การเติบโตที่มากเกินไปของกระดูกขากรรไกรบนในแนวตั้ง (Vertical Maxillary Excess) ทำให้เหงือกยื่นออกมามากกว่าปกติ
  • เนื้อเยื่อเหงือก: ลักษณะเหงือกที่หนาตามพันธุกรรมหรือการที่เหงือกไม่ร่นตัวลงตามธรรมชาติหลังฟันขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อปกคลุมฟันมากเกินไป
  • กล้ามเนื้อริมฝีปาก: การมีริมฝีปากบนสั้น (น้อยกว่า 20 มม.) หรือกล้ามเนื้อริมฝีปากทำงานมากเกินไปจนดึงริมฝีปากขึ้นสูงขณะยิ้ม
  • ปัจจัยสิ่งแวดล้อม: พฤติกรรมในช่องปากและการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติมีส่วนกระตุ้นให้เห็นเหงือกชัดเจนขึ้นเช่นกัน (Gummy Smile: Is it genetic or can it be prevented?, Enriched Aesthetics, 2025)

ยิ้มเห็นเหงือกส่งผลต่อโหงวเฮ้งและความมั่นใจอย่างไร?

การยิ้มเห็นเหงือกส่งผลต่อความมั่นใจในตนเองและมีความเชื่อทางโหงวเฮ้งว่าอาจทำให้เก็บทรัพย์ไม่อยู่

ในด้านจิตวิทยาและบุคลิกภาพ ผู้ที่มีภาวะยิ้มเห็นเหงือกมากเกินไปมักรู้สึกประหม่า อับอาย หรือขาดความมั่นใจเมื่อต้องเข้าสังคม บางรายอาจพยายามฝืนยิ้มหรือปิดปากขณะหัวเราะ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และคุณภาพชีวิต แต่หากได้รับการแก้ไขมักจะช่วยให้ความมั่นใจและสภาวะทางอารมณ์ดีขึ้นอย่างมาก ส่วนในด้านโหงวเฮ้งตามความเชื่อของจีน (Physiognomy) ระบุว่าการยิ้มเห็นเหงือกสื่อถึง “ความไม่มีโชคลาภ” โดยเชื่อว่าบุคคลนั้นอาจประสบความยากลำบากในการสะสมความมั่งคั่งหรือมีลักษณะที่เก็บเงินไม่อยู่ แม้ว่าในมุมมองสมัยใหม่จะถือเป็นเพียงลักษณะทางกายภาพที่อาจดูอ่อนเยาว์และเป็นมิตรในบางกรณีก็ตาม (Mouth Face Reading – Gummy Smile, Your Chinese Astrology)

เช็กอาการเบื้องต้น: เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาเหงือก?

คุณควรปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการยิ้มเห็นเหงือกมากกว่า 3–4 มิลลิเมตร หรือเมื่อรู้สึกขาดความมั่นใจในรอยยิ้มของตนเอง โดยมีข้อแนะนำในการสังเกตอาการและช่วงเวลาที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญดังนี้:

  • การเช็กด้วยตนเอง: ส่องกระจกแล้วยิ้มตามปกติ หากเห็นเนื้อเหงือกเหนือฟันบนตั้งแต่ 3–4 มิลลิเมตรขึ้นไป ถือว่าเข้าข่ายภาวะยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) ในขณะที่ระดับปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1–2 มิลลิเมตร
  • อาการร่วมที่ควรระวัง: หากมีปัญหาปากปิดไม่สนิท (Lip incompetence) เหงือกแห้งผิดปกติ มีอาการระคายเคือง หรือยิ้มเห็นเหงือกไม่เท่ากันทั้งสองข้าง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุแฝง
  • ผลกระทบทางจิตใจ: หากภาวะนี้ทำให้คุณรู้สึกประหม่า ไม่กล้าหัวเราะ หรือพยายามปกปิดรอยยิ้มจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตในสังคม แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อยก็สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินทางเลือกในการรักษาได้ (Luxe Dental Care, 2025)

5 วิธีแก้ปัญหายิ้มเห็นเหงือกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

1. การตัดแต่งเหงือกด้วยเลเซอร์ (Gingivectomy)

การตัดแต่งเหงือกด้วยเลเซอร์คือ หัตถการขนาดเล็กที่ใช้เลเซอร์ตัดเนื้อเยื่อเหงือกส่วนเกินออกเพื่อเผยให้เห็นเนื้อฟันมากขึ้น โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

  • ลักษณะการรักษา: เป็นวิธีที่แม่นยำ ช่วยปรับระดับขอบเหงือกให้สูงขึ้น ทำให้ฟันที่ดูสั้นหรือเป็นสี่เหลี่ยมดูยาวและสมส่วนขึ้น
  • ข้อดี: เห็นผลทันทีและถาวร เลเซอร์ช่วยห้ามเลือดในตัวทำให้เลือดออกน้อย แผลหายเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์ และมีความเจ็บปวดน้อยกว่าการใช้มีดผ่าตัดแบบดั้งเดิม
  • ข้อจำกัด: เหมาะสำหรับกรณีที่มีเหงือกเกินหรือเหงือกคลุมฟันผิดปกติเท่านั้น หากสาเหตุมาจากโครงสร้างกระดูกขากรรไกร การตัดเหงือกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ (What is a Gingivectomy? Procedure & Recovery, Cleveland Clinic, 2023)

2. การโบท็อกซ์ยิ้มเห็นเหงือก (Botox Gummy Smile)

การโบท็อกซ์ยิ้มเห็นเหงือกคือการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินเพื่อคลายกล้ามเนื้อริมฝีปากบนที่ทำงานมากเกินไป ช่วยให้ริมฝีปากไม่ยกสูงจนเกินไปขณะยิ้ม

วิธีนี้เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดและมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • กลไกการทำงาน: สารโบท็อกซ์จะถูกฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อกลุ่มที่ทำหน้าที่ยกริมฝีปากบน (เช่น levator labii superioris) เพื่อลดแรงดึง ทำให้เห็นเหงือกน้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ข้อดี: เป็นวิธีที่รวดเร็ว เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น และมีค่าใช้จ่ายย่อมเยากว่าการผ่าตัด โดยจะเริ่มเห็นผลภายในไม่กี่วัน
  • ข้อจำกัด: ผลลัพธ์อยู่ได้เพียงชั่วคราวประมาณ 3–6 เดือน จึงจำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้
  • ความเสี่ยง: หากฉีดในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือผิดตำแหน่ง อาจทำให้ยิ้มไม่สมมาตร ริมฝีปากตก หรือมีปัญหาในการออกเสียงและการดูดน้ำจากหลอด (Gummy Smile Treatment Options and their Pros and Cons, Oval Clinic (Blog), 2025)

3. การจัดฟันเพื่อปรับระดับการยิ้ม

การจัดฟัน (Orthodontic Treatment) สามารถแก้ไขยิ้มเห็นเหงือกได้หากสาเหตุเกิดจากตำแหน่งของฟันที่งอกลงมาต่ำเกินไปหรือปัญหาการสบฟันลึก โดยทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือจัดฟันหรืออุปกรณ์เสริม เช่น หมุดจัดฟัน (TADs) เพื่อดึงฟันหน้าบนขึ้นไปด้านบน (Intrusion) ให้สมดุลกับแนวเหงือก แม้จะเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและให้ผลลัพธ์ที่ถาวร แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานหลายเดือนถึงหลายปี และอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดหากสาเหตุหลักมาจากเนื้อเยื่อเหงือกที่มากเกินไปหรือโครงสร้างกระดูกขากรรไกร (Gummy Smile Treatment Options and their Pros and Cons, Oval Clinic (Blog), 2025)

4. การผ่าตัดปรับตำแหน่งริมฝีปาก (Lip Repositioning)

การผ่าตัดปรับตำแหน่งริมฝีปาก (Lip Repositioning) คือการผ่าตัดขนาดเล็กเพื่อจำกัดการเคลื่อนที่ของริมฝีปากบนไม่ให้ยกสูงเกินไปขณะยิ้ม โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • วิธีการ: ศัลยแพทย์จะตัดแถบเนื้อเยื่อบริเวณด้านในริมฝีปากบนออก แล้วเย็บปิดในตำแหน่งที่ต่ำลงเพื่อเพิ่มการปกปิดเหงือก
  • ข้อดี: ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร แผลผ่าตัดซ่อนอยู่ด้านในจึงมองไม่เห็นรอยแผลเป็น และใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะที่
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาจากโครงสร้างกระดูกขากรรไกรที่รุนแรง และอาจมีความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น อาการชาชั่วคราวหรือความรู้สึกตึงบริเวณริมฝีปาก (Gummy Smile Treatment Options and their Pros and Cons, Oval Clinic (Blog), 2025)

5. การผ่าตัดขากรรไกรในกรณีที่มีความผิดปกติของกระดูก

การแก้ไขยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) สามารถทำได้ 5 วิธีหลักตามสาเหตุของอาการ ดังนี้:

  1. การตัดเหงือกด้วยเลเซอร์ (Laser Gingivectomy): เป็นการใช้เลเซอร์ตัดแต่งเนื้อเยื่อเหงือกส่วนเกินออกเพื่อให้เห็นตัวฟันมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหงือกคลุมฟันมากเกินไป
  2. การฉีดโบท็อกซ์ (Botox Injections): ใช้เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อริมฝีปากบน ไม่ให้ยกสูงเกินไปขณะยิ้ม เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดแต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 3–6 เดือน
  3. การจัดฟัน (Orthodontic Treatment): ใช้ในกรณีที่ฟันยื่นหรือฟันงอกลงมาต่ำเกินไป โดยการใช้เครื่องมือจัดฟันดึงฟันกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม
  4. การผ่าตัดจัดตำแหน่งริมฝีปาก (Lip Repositioning Surgery): เป็นการผ่าตัดเย็บปรับตำแหน่งด้านในริมฝีปากบนให้ต่ำลง เพื่อจำกัดการเคลื่อนที่ของริมฝีปากไม่ให้รั้งขึ้นไปสูงจนเห็นเหงือกมากเกินไป
  5. การผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic Jaw Surgery): เป็นวิธีแก้ไขที่ต้นเหตุสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกขากรรไกรบนที่ยาวเกินไป โดยการผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลของใบหน้า (Gummy Smile Treatment Options and their Pros and Cons, Oval Clinic (Blog), 2025)

ข้อดีและข้อจำกัดของการรักษาแต่ละรูปแบบ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเหงือก

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเหงือกประกอบด้วยการปรับยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด การรักษาความสะอาดช่องปากอย่างเคร่งครัด และการปฏิบัติตามคำแนะนำด้านอาหารตามประเภทของยาชาที่ได้รับ โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้:

  • การจัดการด้านยา: งดกลุ่มยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ประมาณ 7–10 วันก่อนผ่าตัดเพื่อลดการสูญเสียเลือด และแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาประจำตัวหรืออาหารเสริมทุกชนิด
  • สุขอนามัยช่องปาก: แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันให้สะอาดทั่วถึงก่อนมาพบแพทย์ โดยเฉพาะในเช้าวันผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • การรับประทานอาหาร: หากใช้ยาชาเฉพาะที่ควรรับประทานอาหารมื้อเบาๆ มาก่อน แต่หากต้องใช้ยาสลบหรือยาคลายกังวลทางหลอดเลือดดำต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  • การเตรียมความพร้อมอื่นๆ: สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย เตรียมจัดหาผู้ช่วยเพื่อขับรถส่งกลับบ้านกรณีที่มีการใช้ยาสลบ และเตรียมรับยาตามใบสั่งแพทย์ เช่น ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดไว้ล่วงหน้า (Quantitative evaluation of gummy smile in north Indian young population: A clinical study, Asian Journal of Oral Health and Allied Sciences, 2025)

การดูแลตัวเองหลังรักษาเพื่อป้องกันเหงือกอักเสบ

การดูแลตัวเองหลังรักษาภาวะยิ้มเห็นเหงือกควร ทำความสะอาดช่องปากอย่างเบามือและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการอักเสบ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • การทำความสะอาด: เริ่มแปรงฟันเบาๆ รอบบริเวณที่รักษาในวันถัดไปหลังจากผ่าตัด โดยหลีกเลี่ยงการขัดถูรุนแรง และใช้น้ำยาบ้วนปากต้านเชื้อแบคทีเรียหรือน้ำเกลือตามที่แพทย์แนะนำ
  • การใช้ยา: รับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามกำหนด และใช้ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบตามตารางเวลาเพื่อควบคุมอาการบวมและไม่สบายตัว
  • การประคบเย็น: ประคบน้ำแข็งบริเวณแก้มหรือริมฝีปากด้านนอกในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวมและอักเสบ
  • การเลือกรับประทานอาหาร: รับประทานอาหารอ่อน เช่น โยเกิร์ต สมูทตี้ หรือมันบด เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ และหลีกเลี่ยงอาหารที่แข็ง กรอบ เผ็ด หรือร้อนจัดที่อาจระคายเคืองแผล
  • ข้อควรระวัง: ห้ามสัมผัสหรือดึงรั้งบริเวณที่ผ่าตัด งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ และงดออกกำลังกายหนักในช่วง 48 ชั่วโมงแรกเพื่อป้องกันเลือดออก (What is a Gingivectomy? Procedure & Recovery, Cleveland Clinic, 2023)

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหากรักษาไม่ถูกวิธี

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงจากการรักษาภาวะยิ้มเห็นเหงือกไม่ถูกวิธีมีตั้งแต่การติดเชื้อ การเกิดรอยยิ้มที่ไม่สมมาตร ไปจนถึงความเสียหายถาวรต่อรากฟันหรือเส้นประสาท โดยรายละเอียดความเสี่ยงแบ่งตามประเภทการรักษาดังนี้:

  • การผ่าตัดเหงือก (Gingivectomy): อาจเกิดการติดเชื้อ เลือดออกผิดปกติ หรือเหงือกร่นจนเห็นช่องว่างระหว่างฟัน (black triangles) หากตัดเหงือกออกมากเกินไป
  • การฉีดโบท็อกซ์: หากฉีดผิดตำแหน่งหรือใช้ปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ยิ้มเบี้ยว ปากตก หรือมีปัญหาในการพูดและการรับประทานอาหารชั่วคราว
  • การจัดฟัน: การใช้แรงดึงฟันที่มากเกินไปเพื่อลดการเห็นเหงือกอาจทำให้รากฟันละลายหรือสั้นลงได้ และหากดูแลไม่ดีอาจเกิดการคืนตัวของฟันในระยะยาว
  • การผ่าตัดเคลื่อนย้ายริมฝีปาก: อาจเกิดอาการชาบริเวณริมฝีปากหรือเหงือก รวมถึงความรู้สึกตึงรั้งขณะยิ้มหากเย็บแผลไม่เหมาะสม
  • การผ่าตัดขากรรไกร: มีความเสี่ยงสูงที่สุด เช่น การเสียเลือดมาก กระดูกขากรรไกรไม่เชื่อมต่อกันตามปกติ หรือความเสียหายถาวรต่อเส้นประสาทที่ควบคุมความรู้สึกบริเวณใบหน้า (Gummy Smile: Understanding the Condition and the Latest Treatment Options, London Specialist Dentists, 2025)

ยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) เกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไรให้ยิ้มสวยมั่นใจ Infographic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหายิ้มเห็นเหงือก

ตัดเหงือกเจ็บไหมและต้องพักฟื้นกี่วัน?

การตัดเหงือก (Gingivectomy) มักไม่เจ็บปวดอย่างที่คิดเนื่องจากมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ และหากใช้เลเซอร์จะช่วยลดความเจ็บปวดรวมถึงอาการเลือดออกได้ดีขึ้น โดยทั่วไปเหงือกจะใช้เวลาสมานตัวเบื้องต้นประมาณ 1–2 สัปดาห์ ซึ่งผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังการรักษา แต่ควรรับประทานอาหารอ่อนและหลีกเลี่ยงการแปรงฟันแรงๆ บริเวณแผลในช่วงสัปดาห์แรก (What is a Gingivectomy? Procedure & Recovery, Cleveland Clinic, 2023)

จัดฟันแล้วจะช่วยให้ยิ้มเห็นเหงือกน้อยลงจริงหรือไม่?

การจัดฟันสามารถช่วยลดการยิ้มเห็นเหงือกได้จริง หากสาเหตุเกิดจากตำแหน่งของฟันหรือการสบฟันที่ผิดปกติ โดยทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือจัดฟันร่วมกับอุปกรณ์เสริม เช่น หมุดจัดฟัน (TADs) เพื่อดึงฟันหน้าบนขึ้นไปด้านบน (Intrusion) ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลระหว่างเหงือกและฟันให้ดูเหมาะสมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจไม่ได้ผลเต็มที่หากสาเหตุหลักมาจากเนื้อเยื่อเหงือกที่มากเกินไปหรือโครงสร้างกระดูกขากรรไกร ซึ่งอาจต้องใช้การตัดแต่งเหงือกหรือการผ่าตัดขากรรไกรร่วมด้วย (Gummy Smile Treatment Options and their Pros and Cons, Oval Clinic (Blog), 2025)

การโบท็อกซ์แก้เหงือกเยอะอยู่ได้นานแค่ไหน?

การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile) มีผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 3 ถึง 6 เดือน โดยตัวยาจะเข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปากบน ทำให้ริมฝีปากไม่ยกสูงเกินไปขณะยิ้ม ซึ่งผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์เอาไว้เนื่องจากฤทธิ์ของโบท็อกซ์จะค่อยๆ สลายไปตามกาลเวลา (Gummy Smile Treatment Options and their Pros and Cons, Oval Clinic (Blog), 2025)

ยิ้มเห็นเหงือกสามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม?

ยิ้มเห็นเหงือกสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยวิธีการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักของแต่ละบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • การตัดแต่งเหงือก (Gingivectomy): เป็นการกำจัดเนื้อเยื่อเหงือกส่วนเกินออกอย่างถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหงือกคลุมตัวฟันมากเกินไป
  • การผ่าตัดจัดตำแหน่งริมฝีปาก (Lip Repositioning Surgery): เป็นการเย็บปรับตำแหน่งริมฝีปากบนให้ต่ำลง เพื่อจำกัดการเคลื่อนที่ของริมฝีปากขณะยิ้ม ให้ผลลัพธ์ที่คงทนถาวร
  • การผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic Surgery): เป็นวิธีแก้ไขที่ต้นเหตุสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกขากรรไกรบนที่ยาวเกินไป ซึ่งให้ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและถาวรที่สุด
  • การจัดฟัน (Orthodontics): ช่วยปรับตำแหน่งฟันและขากรรไกรให้สมดุลในระยะยาว แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าวิธีอื่น

ทั้งนี้ การเลือกใช้วิธีรักษาที่เหมาะสมกับสาเหตุจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ตลอดไป โดยไม่ต้องกลับมาแก้ไขซ้ำเหมือนการฉีดโบท็อกซ์ที่ให้ผลเพียงชั่วคราว (Gummy Smile Treatment Options and their Pros and Cons, Oval Clinic (Blog), 2025)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
วิธีลดก้น กระชับสะโพก ให้เฟิร์มสวยด้วยท่าออกกำลังกายและวิธีธรรมชาติ
NextContinue
ฟิลเลอร์ Neuramis (นิวรามิส) คืออะไร? มีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่ ของแท้ดูยังไง

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube