Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Lifting

วิธีลดก้น กระชับสะโพก ให้เฟิร์มสวยด้วยท่าออกกำลังกายและวิธีธรรมชาติ

Byadmin มกราคม 5, 2026
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on มกราคม 5, 2026
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน
วิธีลดก้น กระชับสะโพก ให้เฟิร์มสวยด้วยท่าออกกำลังกายและวิธีธรรมชาติ

วิธีลดก้น ที่ได้ผลจริงคือการควบคุมอาหารแบบจำกัดแคลอรีควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ ซึ่งจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างที่ชัดเจนภายใน 6–8 สัปดาห์

Table of Contents

Toggle
  • วิธีลดก้นให้ได้ผลจริงต้องทำอย่างไร?
  • สาเหตุของปัญหาก้นใหญ่และสะโพกย้อยเกิดจากอะไร?
    • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้ไขมันสะสมบริเวณบั้นท้าย
    • ความแตกต่างระหว่างก้นใหญ่จากกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกิน
  • รวม 5 ท่าออกกำลังกายลดก้น กระชับสะโพก ทำเองได้ที่บ้าน
    • ท่าสควอช (Squat) วิธีปั้นก้นให้กลมเด้งอย่างถูกวิธี
    • ท่าดองกี้ คิก (Donkey Kicks) เน้นกล้ามเนื้อสะโพกโดยเฉพาะ
    • การออกกำลังกายแบบ HIIT และคาร์ดิโอเพื่อสลายไขมันบั้นท้าย
    • สควอชกี่เดือนเห็นผล? เทคนิคการออกกำลังกายให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน
  • ปรับพฤติกรรมการกินเพื่อลดไขมันสะโพกและต้นขา
    • อาหารที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากให้สะโพกใหญ่ขึ้น
    • สูตรลดพุงลดเอวควบคู่กับการลดก้นเพื่อหุ่นนาฬิกาทราย
  • วิธีลดก้นและสะโพกแบบเร่งด่วนภายใน 1-2 สัปดาห์ ทำได้จริงไหม?
  • ทางเลือกในการกระชับสัดส่วนด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์
    • การสลายไขมันเฉพาะจุดและการยกกระชับก้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
    • ใครที่เหมาะกับการใช้ตัวช่วยทางการแพทย์ในการลดก้น?
  • ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการลดก้นผิดวิธี
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีลดก้น
    • ทำสควอชแล้วก้นใหญ่ขึ้นเกิดจากอะไร?
    • การเดินช่วยลดก้นและต้นขาได้จริงหรือไม่?
    • วิธีลดปีกสะโพกบุ๋มให้กลับมาดูเต็มและกระชับ
    • ลดสะโพก 3 วัน เห็นผลจริงหรือเป็นเพียงความเชื่อ?

วิธีลดก้นให้ได้ผลจริงต้องทำอย่างไร?

การลดก้นให้ได้ผลจริงต้องใช้วิธีลดไขมันรวมทั้งร่างกายผ่านการควบคุมอาหารแบบจำกัดแคลอรีควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้ คุณจึงควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:

  • การควบคุมอาหาร: สร้างสภาวะที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากกว่าที่ได้รับ (Calorie Deficit) โดยเน้นโปรตีนไม่ติดมันและไฟเบอร์ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงน้ำหวานและอาหารแปรรูป
  • การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ: เช่น การวิ่งหรือการฝึกแบบ HIIT เพื่อช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินทั่วร่างกายรวมถึงบริเวณสะโพกและก้น
  • การสร้างกล้ามเนื้อ (Strength Training): ฝึกท่าสควอท (Squats) โดยวางเท้ากว้าง หรือท่าเตะขาไปด้านหลัง (Donkey Kicks) เพื่อช่วยให้ก้นยกกระชับและได้รูปทรงที่แข็งแรง
  • ความสม่ำเสมอ: โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของความกระชับและรูปร่างที่ชัดเจนหลังจากออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องประมาณ 6–8 สัปดาห์ (The 12 best ways to lose butt fat, Medical News Today, 2025)

สาเหตุของปัญหาก้นใหญ่และสะโพกย้อยเกิดจากอะไร?

สาเหตุก้นใหญ่และสะโพกย้อยเกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยทางสรีรวิทยา โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • การสะสมไขมันและกล้ามเนื้อ: ก้นที่ใหญ่ขึ้นอาจเกิดจากไขมันส่วนเกินซึ่งมักจะมีลักษณะนิ่มหรือหย่อนคล้อย หรือเกิดจากกล้ามเนื้อกลูเตียล (Gluteal) ที่พัฒนาจนแข็งแรงและยกกระชับ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง (Sedentary lifestyle) เช่น การนั่งทำงานเป็นเวลานาน ร่วมกับการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานเกินความต้องการของร่างกาย
  • ปัจจัยทางฮอร์โมนและพันธุกรรม: ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันบริเวณสะโพกและต้นขา โดยเฉพาะในผู้หญิง
  • อายุและความเสื่อมสภาพ: เมื่ออายุมากขึ้นหรือเข้าสู่ช่วงวัยทอง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจทำให้ไขมันเคลื่อนย้ายตำแหน่ง และการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อรวมถึงความยืดหยุ่นของผิวหนังอาจนำไปสู่ปัญหาก้นหย่อนคล้อย (Saggy Buttocks: Causes, Symptoms & Treatments, Cadogan Clinic, 2024)

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้ไขมันสะสมบริเวณบั้นท้าย

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่นั่งนานเกินไป (Sedentary lifestyle) ร่วมกับการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานเกินความต้องการ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันบริเวณบั้นท้าย การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลให้ร่างกายกักเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปแบบของไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและก้น (Saggy Buttocks: Causes, Symptoms & Treatments, Cadogan Clinic, 2024)

ความแตกต่างระหว่างก้นใหญ่จากกล้ามเนื้อและไขมันส่วนเกิน

ความแตกต่างหลักคือความแน่นกระชับและรูปทรง โดยก้นที่ใหญ่จากกล้ามเนื้อจะมีความเฟิร์มและยกกระชับ ในขณะที่ก้นที่ใหญ่จากไขมันส่วนเกินจะมีลักษณะนิ่มหรือหย่อนคล้อย

รายละเอียดความแตกต่างมีดังนี้:

  • ก้นจากกล้ามเนื้อ: เกิดจากการพัฒนาของกล้ามเนื้อ Gluteal ที่แข็งแรง ทำให้ก้นดูได้รูปและไม่หย่อนยาน
  • ก้นจากไขมัน: เกิดจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งมักจะนิ่มกว่าและอาจดูไม่เป็นทรงหากขาดการออกกำลังกาย
  • การจัดการ: หากต้องการลดขนาดก้นที่เกิดจากไขมัน ต้องเน้นการควบคุมอาหารแบบ Calorie Deficit ร่วมกับการคาร์ดิโอ แต่หากต้องการปรับรูปทรงก้นที่นิ่มให้ดูดีขึ้น ควรเน้นการเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ (Saggy Buttocks: Causes, Symptoms & Treatments, Cadogan Clinic, 2024)

รวม 5 ท่าออกกำลังกายลดก้น กระชับสะโพก ทำเองได้ที่บ้าน

ท่าสควอช (Squat) วิธีปั้นก้นให้กลมเด้งอย่างถูกวิธี

การทำท่าสควอชเพื่อปั้นก้นให้กลมเด้งอย่างถูกวิธีควร กางขาให้กว้าง (Wider stance) และย่อตัวลงให้เข่าทำมุมประมาณ 90 องศา เพื่อเน้นการทำงานของกล้ามเนื้อก้นสูงสุด โดยมีรายละเอียดและเทคนิคที่สำคัญดังนี้:

  • การวางเท้า: การใช้ความกว้างของเท้าที่มากขึ้นจะช่วยเพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อก้นมัดใหญ่ (Gluteus maximus) ได้มากกว่าการยืนแบบแคบถึง 13–61%
  • ระยะการย่อ: การย่อตัวลงในระดับกึ่งกลาง (Partial squat) หรือประมาณ 90 องศา จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อก้นได้ดีกว่าการย่อลึกเกินไป ซึ่งจะไปเน้นที่กล้ามเนื้อต้นขาแทน
  • การจัดระเบียบร่างกาย: รักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรง (Neutral spine) ทิ้งน้ำหนักลงที่ส้นเท้า และระวังอย่าให้เข่าบิดเข้าหากันเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  • ระยะเวลาเห็นผล: หากทำอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการคุมอาหาร จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของความกระชับและรูปทรงก้นภายใน 6–8 สัปดาห์ (A biomechanical review of the squat exercise implications for clinical practice, International Journal of Sports Physical Therapy, 2024)

ท่าดองกี้ คิก (Donkey Kicks) เน้นกล้ามเนื้อสะโพกโดยเฉพาะ

การออกกำลังกายท่า Donkey Kicks เน้นการสร้างความแข็งแรงและกระชับกล้ามเนื้อก้น (Gluteal muscles) โดยเฉพาะกล้ามเนื้อก้นมัดใหญ่ (Gluteus maximus)

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำท่านี้มีดังนี้:

  • กล้ามเนื้อที่ทำงาน: นอกจากกล้ามเนื้อก้นมัดใหญ่แล้ว ยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อก้นมัดกลางและมัดเล็ก (Gluteus medius/minimus) รวมถึงกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings)
  • ประโยชน์: ช่วยเพิ่มความมั่นคงของสะโพก ทำให้ก้นดูยกกระชับและเฟิร์มขึ้นโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
  • เทคนิค: ควรทำอย่างช้าๆ และควบคุมการเคลื่อนไหวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแยกบริหารกล้ามเนื้อก้น (Hinge Health, 2023)

การออกกำลังกายแบบ HIIT และคาร์ดิโอเพื่อสลายไขมันบั้นท้าย

การออกกำลังกายแบบ HIIT และคาร์ดิโอเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดไขมันรวมของร่างกายรวมถึงบริเวณบั้นท้าย โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • HIIT (High-Intensity Interval Training): เป็นการออกกำลังกายหนักสลับเบาที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีและใช้เวลาน้อยกว่าการทำคาร์ดิโอแบบปกติ
  • คาร์ดิโอ (Cardio): การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การวิ่งหรือปั่นจักรยาน ช่วยสร้างการเผาผลาญแคลอรีที่จำเป็นต่อการลดขนาดบั้นท้าย โดยเฉพาะการวิ่งจะเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการเดิน
  • คำแนะนำในการฝึก: ควรทำคาร์ดิโอระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการเล่นเวทเทรนนิ่งเน้นกล้ามเนื้อก้น 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ในการลดไขมันพร้อมกับยกกระชับกล้ามเนื้อ (The 12 best ways to lose butt fat, Medical News Today, 2025)

สควอชกี่เดือนเห็นผล? เทคนิคการออกกำลังกายให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน

การทำสควอชอย่างต่อเนื่องมักจะเริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในด้านความกระชับและรูปร่างของก้นภายใน 8 ถึง 12 สัปดาห์ (ประมาณ 2-3 เดือน) โดยมีรายละเอียดและเทคนิคดังนี้:

  • ระยะเวลาเห็นผล: สำหรับผู้เริ่มต้นอาจเริ่มรู้สึกว่าก้นแข็งแรงและกระชับขึ้นหลังจากฝึกอย่างสม่ำเสมอ 6-8 สัปดาห์ แต่การสร้างกล้ามเนื้อให้เห็นรูปทรงชัดเจนต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนขึ้นไป
  • เทคนิคการสควอชให้ได้ผลดี:
    • ความกว้างของเท้า: การยืนแยกเท้าให้กว้างกว่าช่วงไหล่ (Wide stance) จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อก้น (Gluteus maximus) ได้มากกว่าการยืนแคบถึง 13-61%
    • ความลึก: การย่อตัวลงให้เข่าทำมุมประมาณ 90 องศา (Partial squat) จะช่วยเน้นการทำงานของกล้ามเนื้อก้นได้ดีกว่าการย่อลึกเกินไปซึ่งจะไปเน้นที่ต้นขาแทน
    • ท่าทางที่ถูกต้อง: รักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรง ไม่ให้เข่าเลยปลายเท้ามากเกินไป และทิ้งน้ำหนักลงที่ส้นเท้าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  • การออกกำลังกายร่วม: ควรทำควบคู่กับการคาร์ดิโอ (เช่น วิ่งหรือเดินเร็ว) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และการคุมอาหารเพื่อลดไขมันส่วนเกินควบคู่ไปกับการสร้างกล้ามเนื้อ (How to Grow Your Glutes (The Most Science-Based Method), Fitbod Blog, 2026)

ปรับพฤติกรรมการกินเพื่อลดไขมันสะโพกและต้นขา

อาหารที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากให้สะโพกใหญ่ขึ้น

หากต้องการลดขนาดหรือป้องกันไม่ให้สะโพกใหญ่ขึ้น ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ขนมหวาน อาหารแปรรูปขั้นสูง และคาร์โบไฮเดรตขัดสี โดยมีรายละเอียดที่ควรระวังดังนี้:

  • เครื่องดื่มและของหวาน: น้ำหวานและขนมต่างๆ มีแคลอรีสูงซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสะสมไขมันบริเวณสะโพก
  • คาร์โบไฮเดรตขัดสี: เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว และเบเกอรี่ ซึ่งทำให้ระดับอินซูลินพุ่งสูงและกระตุ้นการสะสมไขมันได้ง่าย
  • อาหารขยะที่มีไขมันสูง: อาหารทอดและฟาสต์ฟู้ดเป็นแหล่งพลังงานที่หนาแน่น ซึ่งหากบริโภคมากเกินไปจะทำให้สะโพกและต้นขาใหญ่ขึ้น

การปรับเปลี่ยนมาเน้นโปรตีนไม่ติดมัน (เช่น ปลา เต้าหู้) และอาหารที่มีกากใยสูงจะช่วยให้อิ่มท้องและรักษาความกระชับของกล้ามเนื้อในขณะที่ลดไขมันส่วนเกินไปพร้อมกัน (The 12 best ways to lose butt fat, Medical News Today, 2025)

สูตรลดพุงลดเอวควบคู่กับการลดก้นเพื่อหุ่นนาฬิกาทราย

การสร้างหุ่นนาฬิกาทรายต้องใช้กลยุทธ์แบบควบคู่คือการลดไขมันหน้าท้องและเอวผ่านการควบคุมอาหารไปพร้อมกับการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อก้นให้กลมกระชับ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • การคุมอาหาร: เน้นการสร้างสภาวะขาดแคลนแคลอรี (Calorie Deficit) เพื่อลดไขมันส่วนเกินทั่วร่างกาย รวมถึงพุงและเอว โดยเลือกทานโปรตีนไม่ติดมันและไฟเบอร์สูงเพื่อรักษาความอิ่มและมวลกล้ามเนื้อ
  • การออกกำลังกายเฉพาะจุด: ใช้ท่าบริหารอย่าง Squats, Glute Bridges และ Side Lunges เพื่อสร้างและจัดรูปทรงกล้ามเนื้อก้นให้ดูยกกระชับและมีส่วนโค้งเว้าชัดเจนขึ้น
  • การคาร์ดิโอ: ออกกำลังกายแบบแอโรบิกหรือ HIIT อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์เพื่อเร่งการเผาผลาญไขมันสะสมบริเวณสะโพกและรอบเอว (The 12 best ways to lose butt fat, Medical News Today, 2025)

วิธีลดก้นและสะโพกแบบเร่งด่วนภายใน 1-2 สัปดาห์ ทำได้จริงไหม?

การลดขนาดก้นและสะโพกอย่างมีนัยสำคัญภายใน 1-2 สัปดาห์นั้นไม่สามารถทำได้จริง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น โดยการลดน้ำหนักที่เห็นผลในช่วงแรกมักเป็นเพียงน้ำหนักน้ำหรือการกระชับของกล้ามเนื้อชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการลดไขมันที่เห็นผลชัดเจนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ผ่านการควบคุมอาหารแบบจำกัดแคลอรีควบคู่กับการออกกำลังกาย (The 12 best ways to lose butt fat, Medical News Today, 2025)

ทางเลือกในการกระชับสัดส่วนด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์

การสลายไขมันเฉพาะจุดและการยกกระชับก้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

การสลายไขมันเฉพาะจุดไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีธรรมชาติ แต่สามารถใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ไม่ต้องผ่าตัดเพื่อลดไขมันและยกกระชับก้นได้

การลดขนาดก้นและสะโพกอย่างมีประสิทธิภาพมีแนวทางดังนี้:

  • เทคโนโลยีทางการแพทย์:
    • Cryolipolysis (การแช่แข็งไขมัน): ใช้ความเย็นจัดเพื่อทำลายเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งจะค่อยๆ สลายไปเองภายใน 2-3 เดือน ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้ประมาณ 20-25% ต่อการทำหนึ่งครั้ง
    • Electromagnetic Muscle Stimulation (เช่น Emsculpt NEO): ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อก้นได้ประมาณ 15-25% และลดไขมันในบริเวณนั้นได้ประมาณ 19-30% ทำให้ก้นดูยกกระชับและเฟิร์มขึ้น
  • การออกกำลังกายและควบคุมอาหาร:
    • การสร้างกล้ามเนื้อ: การทำ Squats หรือ Donkey kicks ช่วยให้กล้ามเนื้อก้นแข็งแรงและดูเป็นทรงสวยงาม โดยควรทำอย่างต่อเนื่อง 8-12 สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัดเจน
    • การลดไขมันภาพรวม: ต้องสร้างสภาวะ Calorie Deficit (กินให้น้อยกว่าใช้) ร่วมกับการทำ HIIT หรือคาร์ดิโอ เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันสะสมทั่วร่างกวารวมถึงบริเวณก้นมาใช้เป็นพลังงาน (Non-Invasive Body Contouring Technologies, U.S. Food and Drug Administration (FDA), 2023)

ใครที่เหมาะกับการใช้ตัวช่วยทางการแพทย์ในการลดก้น?

ผู้ที่เหมาะกับการใช้ตัวช่วยทางการแพทย์คือบุคคลที่มีน้ำหนักตัวใกล้เคียงกับเกณฑ์มาตรฐานแต่มีปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้:

  • กลุ่มเป้าหมายหลัก: เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีและมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมอยู่แล้ว แต่ต้องการกำจัดถุงไขมันขนาดเล็กหรือแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยเฉพาะที่
  • ข้อจำกัด: วิธีการเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน แต่เป็นเพียงการปรับรูปร่าง (Body Contouring) เท่านั้น
  • ความคาดหวัง: ผู้รับการรักษาควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปและอาจต้องทำซ้ำหลายครั้งควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ (Reshape Your Body with Non-Surgical EmSculpt Neo®, Blaine Plastic Surgery, 2025)

วิธีลดก้น กระชับสะโพก ให้เฟิร์มสวยด้วยท่าออกกำลังกายและวิธีธรรมชาติ Infographic

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการลดก้นผิดวิธี

การลดก้นผิดวิธีอาจทำให้กล้ามเนื้อหายจนก้นแบนหรือหย่อนคล้อย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง รายละเอียดข้อควรระวังและผลข้างเคียงมีดังนี้:

  • การลดน้ำหนักเร็วเกินไป: การอดอาหารอย่างรุนแรง (Crash dieting) จะทำให้ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อก้นไปด้วย ส่งผลให้ก้นดูแบนหรือผิวหนังหย่อนคล้อยเนื่องจากผิวหนังหดตัวไม่ทันตามขนาดที่ลดลง
  • การออกกำลังกายผิดท่า: การทำท่าสควอท (Squat) ที่ไม่ถูกต้อง เช่น เข่าบิดเข้าหากัน หรือส้นเท้าลอยจากพื้น จะสร้างความเครียดสะสมที่หัวเข่าและหลังส่วนล่างจนนำไปสู่การบาดเจ็บ
  • การใช้ตัวช่วยที่ไม่ปลอดภัย: ควรระวังการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือครีมสลายไขมันที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังหรือมีผลข้างเคียงจากสารกระตุ้น เช่น อาการใจสั่น
  • ความเข้าใจผิดเรื่องการลดเฉพาะส่วน: การพยายามลดไขมันเฉพาะจุดในเวลาอันสั้น (เช่น 3 วัน) เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ และมักนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่ไม่ปลอดภัย (Saggy Buttocks: Causes, Symptoms & Treatments, Cadogan Clinic, 2024)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีลดก้น

ทำสควอชแล้วก้นใหญ่ขึ้นเกิดจากอะไร?

การที่ทำสควอชแล้วก้นใหญ่ขึ้นเกิดจากการที่กล้ามเนื้อก้นมีความแข็งแรงและมีขนาดใหญ่ขึ้น (Muscle Hypertrophy) โดยเฉพาะหากคุณไม่ได้ควบคุมอาหารเพื่อลดแคลอรีควบคู่ไปด้วย กล้ามเนื้อที่สร้างใหม่จะทำให้ก้นดูแน่นและยกกระชับขึ้นจนดูเหมือนมีขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม หากทำสควอชไปพร้อมกับการลดไขมันสะสมในร่างกาย ก้นจะดูเล็กลงและกระชับขึ้นแทน (Do squats make your butt bigger or smaller, Medical News Today, 2025)

การเดินช่วยลดก้นและต้นขาได้จริงหรือไม่?

การเดินเร็วสามารถช่วยลดไขมันบริเวณก้นและต้นขาได้จริง โดยการเดินเป็นกิจกรรมคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีและลดไขมันในร่างกายโดยรวม ซึ่งรวมถึงบริเวณสะโพกและก้นด้วย หากทำอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารเพื่อให้เกิดการขาดดุลแคลอรี (calorie deficit) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เดินอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 15 สัปดาห์ขึ้นไป พบว่ามีการลดลงของไขมันในบริเวณก้นและต้นขาอย่างชัดเจน (The 12 best ways to lose butt fat, Medical News Today, 2025)

วิธีลดปีกสะโพกบุ๋มให้กลับมาดูเต็มและกระชับ

การลดรอยบุ๋มที่สะโพก (hip dips) ให้ดูเต็มและกระชับทำได้โดยการสร้างกล้ามเนื้อต้นขาด้านนอกและกล้ามเนื้อสะโพกส่วนบนผ่านการออกกำลังกายเฉพาะจุด เนื่องจากรอยบุ๋มนี้เกิดจากโครงสร้างกระดูกเชิงกรานและพันธุกรรม จึงไม่สามารถกำจัดออกไปได้อย่างถาวร แต่สามารถปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูเฟิร์มขึ้นได้ด้วยวิธีดังนี้:

  • ท่าออกกำลังกายที่แนะนำ: เน้นท่าที่บริหารกล้ามเนื้อ gluteus medius และกล้ามเนื้อรอบสะโพก เช่น ท่า Side lunges, Glute bridges, Fire hydrants และท่าบริหารการกางขา (Abduction exercises)
  • การสร้างกล้ามเนื้อ: การสร้างมวลกล้ามเนื้อในบริเวณดังกล่าวจะช่วยเติมเต็มส่วนที่บุ๋มให้ดูตื้นขึ้นและทำให้สะโพกดูได้รูปมากขึ้น
  • การจัดการความคาดหวัง: ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล โดยควรทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพโดยรวม (Hip Dips Are Normal, So Focus on These 10 Exercises Instead, Healthline, 2025)

ลดสะโพก 3 วัน เห็นผลจริงหรือเป็นเพียงความเชื่อ?

การลดสะโพกให้เห็นผลภายใน 3 วันเป็นเพียงความเชื่อที่ไม่เป็นความจริงและไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ เนื่องจากการลดไขมันเฉพาะส่วนอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ โดยการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นใน 3 วันมักเป็นเพียงการลดลงของน้ำหนักน้ำหรืออาการบวมน้ำเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่การลดไขมันสะสมที่สะโพกอย่างแท้จริง และการพยายามลดน้ำหนักอย่างหักโหมในระยะเวลาสั้นเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและนำไปสู่การเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ได้ (The 12 best ways to lose butt fat, Medical News Today, 2025)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
HArmonyCa คืออะไร? ฟิลเลอร์ไฮบริดยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube