Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Skincare

ปากคล้ำ สาเหตุและวิธีรักษาให้กลับมาอมชมพู

Byadmin ธันวาคม 30, 2025
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on ธันวาคม 30, 2025
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน
ปากคล้ำ สาเหตุและวิธีรักษาให้กลับมาอมชมพู

ปากคล้ำ คือภาวะการสะสมของเม็ดสีเมลานินที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงหรือกรรมพันธุ์ ซึ่งสามารถรักษาให้กลับมาอมชมพูได้ด้วยการบำรุงความชุ่มชื้น การป้องกันแสงแดด หรือการทำเลเซอร์ที่เห็นผลชัดเจนกว่า 75%.

Table of Contents

Toggle
  • ปากคล้ำและริมฝีปากดำคืออะไร
  • สาเหตุของปากคล้ำ เกิดจากอะไรได้บ้าง
    • พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ปากดำ (สูบบุหรี่, เลียปาก)
    • ปากคล้ำจากกรรมพันธุ์
    • อาการแพ้ลิปสติกและสารเคมี
    • โรคประจำตัวและยาบางชนิดที่ทำให้ปากดำ
  • ลักษณะและอาการร่วมที่พบบ่อยเมื่อปากคล้ำ
    • ขอบปากดำและมุมปากคล้ำ
    • ปากแห้ง ลอก เป็นขุยร่วมกับสีปากเปลี่ยน
  • วิธีแก้ปากคล้ำให้กลับมาอมชมพูด้วยตัวเอง
    • วิธีแก้ปากดำด้วยวิธีธรรมชาติและสครับปาก
    • การเลือกใช้ลิปแก้ปากคล้ำและลิปบำรุงริมฝีปาก
    • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความหมองคล้ำ
  • รักษาปากคล้ำเองไม่หาย ควรทำอย่างไร
  • การรักษาปากคล้ำด้วยเลเซอร์ (Laser Treatment) ที่คลินิก
    • ขั้นตอนการทำเลเซอร์ปากชมพู
    • ข้อดีของการรักษาปากคล้ำด้วยเลเซอร์
  • วิธีดูแลและป้องกันไม่ให้ริมฝีปากกลับมาดำคล้ำ
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาปากคล้ำ (FAQ)
    • ปากคล้ำควรทาลิปสีอะไรให้กลบสีปากได้มิด
    • วิธีแก้ปากดำเร่งด่วนเห็นผลไวที่สุดคือวิธีไหน

ปากคล้ำและริมฝีปากดำคืออะไร

ปากคล้ำหรือริมฝีปากดำคือภาวะที่มีการสะสมของเม็ดสีเมลานิน (Hyperpigmentation) บนริมฝีปากมากกว่าปกติ จนทำให้สีปากเปลี่ยนไปจากเดิมหรือเข้มกว่าสีผิวพื้นฐานตามธรรมชาติ โดยอาจปรากฏในลักษณะสีดำหรือน้ำตาลเข้มทั่วทั้งริมฝีปาก หรือเป็นจุด/ปื้นกระจายตัวเป็นบางส่วน ซึ่งในทางการแพทย์อาจเรียกว่า Labial melanosis หรือ Lip hyperpigmentation (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

สาเหตุของปากคล้ำ เกิดจากอะไรได้บ้าง

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ปากดำ (สูบบุหรี่, เลียปาก)

พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ริมฝีปากดำคล้ำ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การเลียริมฝีปากบ่อยครั้ง และการสัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกัน

พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อสีผิวริมฝีปากดังนี้:

  • การสูบบุหรี่: สารนิโคตินและเบนโซไพรีนในยาสูบจะกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือเทา ซึ่งพบในผู้สูบบุหรี่ถึงประมาณ 27.5%
  • การเลียหรือกัดริมฝีปาก: เอนไซม์ในน้ำลายและการเสียดสีทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง (Lip-licker’s dermatitis) นำไปสู่การสะสมเม็ดสีส่วนเกินเพื่อปกป้องผิวจนเกิดขอบปากคล้ำ
  • การสัมผัสแสงแดด: รังสี UV กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีที่ริมฝีปากโดยตรง เนื่องจากริมฝีปากมีเมลานินตามธรรมชาติน้อยมากจึงเกิดความหมองคล้ำได้ง่าย
  • การขาดความชุ่มชื้น: การดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้ริมฝีปากแห้งกร้านและดูหมองคล้ำกว่าปกติ (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

ปากคล้ำจากกรรมพันธุ์

ปากคล้ำจากกรรมพันธุ์หรือปัจจัยทางชาติพันธุ์ถือเป็นเรื่องปกติทางสรีรวิทยาและไม่ใช่โรค โดยมักพบในผู้ที่มีสีผิวเข้ม เช่น ชาวแอฟริกัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือตะวันออกกลาง ซึ่งร่างกายจะมีการผลิตเม็ดสีเมลานินในเนื้อเยื่อริมฝีปากตามธรรมชาติมากกว่าปกติ ทำให้ริมฝีปากมีสีน้ำตาลหรือมีสองสีสม่ำเสมอมาตั้งแต่กำเนิด หากต้องการแก้ไขเพื่อความสวยงามสามารถทำได้ด้วยการใช้เลเซอร์เพื่อสลายเม็ดสี หรือการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีส่วนผสมช่วยให้ผิวกระจ่างใสควบคู่กับการป้องกันแสงแดด (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

อาการแพ้ลิปสติกและสารเคมี

อาการแพ้ลิปสติกและผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากสามารถทำให้เกิดภาวะริมฝีปากดำคล้ำที่เรียกว่า “Pigmented contact cheilitis” ซึ่งเกิดจากการอักเสบเรื้อรังในระดับไม่รุนแรงจนกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย: สารที่มักทำให้เกิดอาการแพ้ ได้แก่ สีย้อมในลิปสติก (โดยเฉพาะสีแดงจาก Carmine), น้ำหอม, สารให้รสชาติ (เช่น มิ้นต์หรือซินนามอน), สารกันเสีย, และลาโนลิน
  • ลักษณะอาการ: ในระยะแรกอาจมีอาการคัน บวม หรือแดง ต่อมาเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ซ้ำๆ ริมฝีปากจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดำ หรือเทาแบบควันไฟ โดยอาจเป็นเฉพาะจุดที่สัมผัสหรือกระจายทั่วริมฝีปาก
  • การเปลี่ยนแปลงของผิวสัมผัส: ริมฝีปากที่แพ้มักจะมีอาการแห้ง ลอกเป็นขุย หรือผิวหนาตัวขึ้นร่วมกับสีที่คล้ำลง
  • การรักษา: วิธีที่ดีที่สุดคือการหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่สงสัยและเข้ารับการทดสอบภูมิแพ้ (Patch test) โดยรอยคล้ำจะค่อยๆ จางลงเองภายใน 6–12 เดือนหลังจากหยุดสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ (Pigmented contact cheilitis, DermNet NZ, 2010)

โรคประจำตัวและยาบางชนิดที่ทำให้ปากดำ

โรคประจำตัวที่ทำให้ริมฝีปากดำคล้ำ ได้แก่ โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) ภาวะขาดวิตามิน B12 และกลุ่มอาการพิวซ์-เจเกอร์ส (Peutz-Jeghers syndrome) ส่วนยาที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ ยาต้านมาลาเรีย ยาปฏิชีวนะกลุ่มมิโนไซคลีน และยาเคมีบำบัดบางชนิด

รายละเอียดของสาเหตุทางการแพทย์มีดังนี้:

  • โรคประจำตัว:
    • โรคแอดดิสัน: เกิดจากความผิดปกติของต่อมหมวกไต ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน ACTH มากเกินไป ซึ่งไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ส่งผลให้ริมฝีปากและเหงือกมีสีคล้ำขึ้น
    • การขาดสารอาหาร: การขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลตอาจทำให้เกิดจุดด่างดำบนริมฝีปากได้ รวมถึงภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่ทำให้ริมฝีปากดูซีดและคล้ำ
    • กลุ่มอาการทางพันธุกรรม: เช่น Peutz-Jeghers syndrome ที่ทำให้เกิดจุดกระสีเข้มจำนวนมากบนริมฝีปากและเยื่อบุช่องปากตั้งแต่วัยเด็ก
  • ยาและสารเคมี:
    • ยาต้านมาลาเรีย: เช่น Chloroquine อาจทำให้เกิดเม็ดสีเทาน้ำตาลสะสมบริเวณเหงือกและริมฝีปาก
    • ยาปฏิชีวนะ: Minocycline ที่ใช้รักษาโคมสิวอาจทำให้ผิวหนังและริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีเทาอมฟ้า
    • ยาเคมีบำบัด: ยาบางชนิด เช่น 5-fluorouracil หรือ Cyclophosphamide อาจทำให้เกิดภาวะเม็ดสีเข้มขึ้นในช่องปากและริมฝีปาก (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

ลักษณะและอาการร่วมที่พบบ่อยเมื่อปากคล้ำ

ขอบปากดำและมุมปากคล้ำ

ขอบปากและมุมปากคล้ำมักเกิดจากการระคายเคืองเรื้อรัง การอักเสบ หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยมีรายละเอียดและสาเหตุที่เกี่ยวข้องดังนี้:

  • การระคายเคืองและการอักเสบ (Cheilitis): การเลีย เม้ม หรือถูริมฝีปากบ่อยๆ ทำให้เอนไซม์ในน้ำลายกัดผิวจนอักเสบ และทิ้งรอยดำไว้ตามขอบปากเมื่อแผลหาย (Post-inflammatory hyperpigmentation)
  • การแพ้เครื่องสำอาง (Allergic Contact Dermatitis): สารเคมีในลิปสติก ยาสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปาก เช่น สารแต่งกลิ่นมิ้นต์หรือสีบางชนิด อาจทำให้ขอบปากคล้ำขึ้นจากการแพ้สะสม
  • แสงแดด (UV Damage): ริมฝีปากมีเมลานินน้อยจึงไวต่อแดดมาก การสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกันจะทำให้ขอบปากและผิวริมฝีปากเข้มขึ้น
  • พฤติกรรมส่วนตัว: การสูบบุหรี่ทำให้สารนิโคตินและน้ำมันดินสะสมบริเวณมุมปากและขอบปาก รวมถึงความร้อนจากเครื่องดื่มที่ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองจนผิวคล้ำลง
  • การขาดสารอาหาร: การขาดวิตามินบี 12 หรือธาตุเหล็กอาจส่งผลให้ริมฝีปากดูหมองคล้ำหรือมีสีผิดปกติได้ (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

ปากแห้ง ลอก เป็นขุยร่วมกับสีปากเปลี่ยน

อาการปากแห้ง ลอก และเป็นขุยร่วมกับสีปากที่คล้ำลงมักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังหรือการระคายเคืองที่นำไปสู่การสะสมของเม็ดสีผิดปกติ (Post-inflammatory hyperpigmentation)

รายละเอียดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องมีดังนี้:

  • สาเหตุจากการระคายเคือง: พฤติกรรมการเลียปาก กัดปาก หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่อภูมิแพ้ (เช่น ลิปสติกที่มีสีกามีนหรือน้ำหอม) สามารถทำให้เกิดภาวะริมฝีปากอักเสบ (Cheilitis) ซึ่งเมื่อแผลหายจะทิ้งรอยดำหรือขอบปากที่คล้ำขึ้นไว้
  • การขาดความชุ่มชื้น: เมื่อริมฝีปากขาดน้ำจะเกิดการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วเป็นชั้นหนา ทำให้ปากดูหมองคล้ำและมีเงาดำมากกว่าปกติ
  • ปัจจัยภายนอก: การสัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกัน และการดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือมีคาเฟอีนสูง อาจซ้ำเติมให้ริมฝีปากแห้งกร้านและกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น
  • การดูแลเบื้องต้น: ควรทาลิปบาล์มที่มีสารให้ความชุ่มชื้นเข้มข้น เช่น เชียบัตเตอร์ หรือปิโตรเลียมเจลลี่ และใช้ลิปบาล์มที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเพื่อป้องกันรังสียูวี (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

วิธีแก้ปากคล้ำให้กลับมาอมชมพูด้วยตัวเอง

วิธีแก้ปากคล้ำให้กลับมาอมชมพูด้วยตัวเองสามารถทำได้โดยการ เน้นการบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ปกป้องริมฝีปากจากแสงแดด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • การสครับริมฝีปากอย่างอ่อนโยน: ใช้สครับธรรมชาติ เช่น น้ำตาลผสมน้ำผึ้ง นวดเบาๆ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเผยผิวใหม่ที่ดูสดใสขึ้น
  • การป้องกันแสงแดด: ทาลิปบาล์มที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันรังสี UV กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน
  • การเติมความชุ่มชื้น: ทาลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์ น้ำมันมะพร้าว หรือปิโตรเลียมเจลลี่บ่อยๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลดความหมองคล้ำจากอาการปากแห้ง
  • การใช้สารสกัดจากธรรมชาติ: เช่น เจลว่านหางจระเข้เพื่อยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี หรือน้ำผึ้งเพื่อช่วยสมานผิวและเพิ่มความนุ่มนวล
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: งดการสูบบุหรี่ เลิกนิสัยเลียหรือเม้มริมฝีปาก และหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง (Causes and home remedies for dark lips, Medical News Today, 2025)

วิธีแก้ปากดำด้วยวิธีธรรมชาติและสครับปาก

วิธีแก้ริมฝีปากดำตามธรรมชาติที่ได้ผลดีที่สุดคือการรักษาความชุ่มชื้นและการสครับปากอย่างอ่อนโยน เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเผยผิวใหม่ที่ดูสดใสขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • การสครับปาก: ใช้ส่วนผสมง่ายๆ อย่างน้ำตาลผสมน้ำผึ้งหรือน้ำมันมะกอก นวดวนเบาๆ บนริมฝีปาก 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อขจัดขุยแห้งที่เป็นสาเหตุให้ปากดูหมองคล้ำ
  • การใช้ส่วนผสมธรรมชาติ:
    • น้ำผึ้ง: ช่วยเติมความชุ่มชื้นและทำให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีขึ้นเมื่อทาทิ้งไว้ข้ามคืน
    • ว่านหางจระเข้: มีสารอะโลซิน (Aloesin) ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ในระดับหนึ่ง
    • บีทรูท: ใช้ทาเพื่อช่วยเติมสีชมพูตามธรรมชาติให้กับริมฝีปากชั่วคราว
  • การป้องกันและบำรุง: ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและทาลิปบาล์มที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำเพื่อป้องกันรังสี UV ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ปากดำคล้ำ (Causes and home remedies for dark lips, Medical News Today, 2025)

การเลือกใช้ลิปแก้ปากคล้ำและลิปบำรุงริมฝีปาก

การเลือกใช้ลิปแก้ปากคล้ำควรเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่ช่วยยับยั้งเม็ดสีและสารป้องกันแสงแดดเป็นหลัก โดยมีแนวทางในการเลือกและใช้งานดังนี้:

  • ส่วนผสมที่ควรมี: มองหาสารที่ช่วยลดการส่งผ่านเม็ดสีหรือยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี เช่น ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide), สารสกัดจากรากชะเอมเทศ (Licorice root extract), อัลฟ่าอาร์บูติน (Alpha-arbutin) หรือวิตามินซี
  • การป้องกันแสงแดด: เลือกใช้ลิปบาล์มที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกันรังสี UV ไม่ให้กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันปากคล้ำ
  • สารให้ความชุ่มชื้น: ควรมีส่วนผสมของสารเพิ่มความนุ่มนวล เช่น เชียบัตเตอร์ (Shea butter), โกโก้บัตเตอร์, น้ำมันมะพร้าว หรือปิโตรเลียมเจลลี่ เพื่อลดความแห้งกร้านที่ทำให้ริมฝีปากดูหมองคล้ำ
  • สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: หลีกเลี่ยงลิปที่มีสารระคายเคือง เช่น เมนทอล, การบูร, น้ำหอมปริมาณมาก หรือสารที่เคยแพ้ เพราะการอักเสบเรื้อรังจะนำไปสู่ภาวะปากคล้ำหลังการอักเสบได้ (Ultimate Checklist: Choosing Lip Balm for Pigmentation, World of Asaya, 2025)

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความหมองคล้ำ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความหมองคล้ำของริมฝีปากทำได้โดยการเลิกสูบบุหรี่ ทาลิปบาล์มที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อรักษาความชุ่มชื้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น การเลียหรือเม้มริมฝีปากบ่อย ๆ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ริมฝีปากที่มีส่วนผสมของสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองอย่างเมนทอลหรือน้ำหอม (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

รักษาปากคล้ำเองไม่หาย ควรทำอย่างไร

หากการดูแลตัวเองด้วยการเติมความชุ่มชื้นและป้องกันแสงแดดเป็นเวลา 8–12 สัปดาห์แล้วยังไม่เห็นผล คุณควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ เช่น การทำเลเซอร์หรือการใช้ยาที่สั่งโดยแพทย์

การรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญมีทางเลือกและขั้นตอนดังนี้:

  • การทำเลเซอร์ (Laser Treatment): เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและเห็นผลชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะ Q-switched Nd:YAG laser ที่ช่วยสลายเม็ดสีเมลานินโดยตรง มักต้องทำประมาณ 2–4 ครั้ง ห่างกันทุก 4–6 สัปดาห์
  • การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peels): การใช้กรดอ่อนๆ เช่น Glycolic acid หรือ Lactic acid เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำเสียออกอย่างระมัดระวัง
  • การใช้ยาทาเฉพาะจุด: แพทย์อาจสั่งจ่ายยาในกลุ่ม Hydroquinone, Tretinoin หรือ Azelaic acid เพื่อช่วยลดการสร้างเม็ดสี ซึ่งต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • การตรวจหาสาเหตุแฝง: แพทย์จะช่วยวินิจฉัยว่าอาการปากคล้ำเกิดจากปัจจัยภายในหรือไม่ เช่น โรคแอดดิสัน (Addison’s disease), การขาดวิตามิน B12 หรืออาการแพ้สารเคมีในเครื่องสำอาง (Contact cheilitis)

ทั้งนี้ หลังการรักษาควรทาลิปบาล์มที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้ริมฝีปากกลับมาคล้ำเสียอีก (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

การรักษาปากคล้ำด้วยเลเซอร์ (Laser Treatment) ที่คลินิก

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ปากชมพู

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ปากชมพูประกอบด้วยการเตรียมผิว การใช้พลังงานเลเซอร์ทำลายเม็ดสี และการดูแลหลังทำเพื่อฟื้นฟูริมฝีปาก โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  1. การเตรียมตัวก่อนทำ: ผู้เชี่ยวชาญจะทำความสะอาดริมฝีปากให้ปราศจากเครื่องสำอาง และอาจทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 20–30 นาทีเพื่อลดความเจ็บปวด รวมถึงให้ยาป้องกันเริมในกรณีที่คนไข้มีประวัติเป็นโรคนี้
  2. ระหว่างการทำ: แพทย์จะใช้เลเซอร์ (เช่น Q-switched Nd:YAG) ยิงลงบนริมฝีปาก ซึ่งจะรู้สึกเหมือนหนังยางดีดเบาๆ พลังงานเลเซอร์จะเข้าไปทำให้เม็ดสีเมลานินแตกตัวออกเป็นอนุภาคเล็กๆ เพื่อให้ร่างกายกำจัดออกตามธรรมชาติ โดยใช้เวลาประมาณ 5–10 นาที
  3. การดูแลหลังทำ: หลังทำริมฝีปากอาจมีอาการบวม แดง หรือมีสะเก็ดสีเข้มขึ้นชั่วคราว (micro-crusting) ซึ่งจะหลุดลอกออกเองภายใน 1 สัปดาห์ เผยให้เห็นผิวใหม่ที่ดูสว่างขึ้น ทั้งนี้ต้องทาลิปมันหรือขี้ผึ้งเพื่อรักษาความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงแสงแดด (Efficacy of 532-nm Q-switched Nd:YAG Laser in the Treatment of Lip Melanosis, Journal of Cutaneous and Aesthetic Surgery, 2021)

ข้อดีของการรักษาปากคล้ำด้วยเลเซอร์

การรักษาปากคล้ำด้วยเลเซอร์มีข้อดีหลักคือ สามารถกำจัดเม็ดสีเมลานินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว โดยเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเม็ดสีให้แตกตัวเพื่อให้ร่างกายกำจัดออกตามธรรมชาติ ช่วยให้ริมฝีปากดูสว่างและมีสีที่สม่ำเสมอขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งมักให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าการใช้ครีมทาเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ การทำเลเซอร์โดยผู้เชี่ยวชาญยังมีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็น และอาจช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น (Efficacy of 532-nm Q-switched Nd:YAG Laser in the Treatment of Lip Melanosis, Journal of Cutaneous and Aesthetic Surgery, 2021)

วิธีดูแลและป้องกันไม่ให้ริมฝีปากกลับมาดำคล้ำ

วิธีดูแลและป้องกันไม่ให้ริมฝีปากกลับมาดำคล้ำคือ การทาลิปบาล์มที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน ร่วมกับการรักษาความชุ่มชื้นและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • การป้องกันแสงแดด: ทาลิปบาล์มที่ป้องกันรังสี UV อย่างสม่ำเสมอและทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง เพื่อป้องกันการผลิตเม็ดสีเมลานินใหม่
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการเลียหรือเม้มริมฝีปาก เพราะน้ำลายและสารเคมีในบุหรี่จะทำให้ริมฝีปากแห้งและคล้ำเสีย
  • การบำรุงความชุ่มชื้น: ดื่มน้ำให้เพียงพอและทาสารบำรุง เช่น ปิโตรเลียมเจลลี่ เชียบัตเตอร์ หรือน้ำมันมะพร้าว โดยเฉพาะก่อนนอนเพื่อล็อกความชุ่มชื้น
  • การสครับผิวปาก: สครับริมฝีปากอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำตาลผสมน้ำผึ้ง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้ปากดูสว่างขึ้น
  • หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง: งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเมนทอล การบูร หรือน้ำหอมที่รุนแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบและทิ้งรอยดำไว้ (Say Goodbye to Dark Lips: Causes and Treatment Options, Clinikally Blog, 2023)

ปากคล้ำ infographic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาปากคล้ำ (FAQ)

ปากคล้ำควรทาลิปสีอะไรให้กลบสีปากได้มิด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาปากคล้ำ ควรเลือกใช้ลิปสติกที่มีเม็ดสีแน่น (Opaque) หรือใช้ลิปคอนซีลเลอร์ (Lip Concealer) เป็นฐานก่อนทาลิปสติก เพื่อช่วยกลบสีปากเดิมให้ดูสม่ำเสมอและทำให้สีลิปสติกที่ทาทับแสดงสีจริงออกมาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการใช้ลิปสติกที่มีสีเข้มหรือลิปสติกเนื้อแมตต์ที่มีความทึบแสงสูงจะช่วยอำพรางความคล้ำได้ดีกว่าลิปเนื้อบางใส (How lips change as we age & the best anti-ageing lip products, Paula’s Choice EU, 2023)

วิธีแก้ปากดำเร่งด่วนเห็นผลไวที่สุดคือวิธีไหน

การทำ เลเซอร์ปากชมพู (Laser Lip Lightening) เป็นวิธีที่เห็นผลไวและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแก้ปัญหาปากดำ โดยเฉพาะการใช้ Q-switched Nd:YAG เลเซอร์ที่สามารถทำลายเม็ดสีเมลานินได้อย่างตรงจุด

วิธีนี้ทำงานโดยการส่งพลังงานเลเซอร์ไปสลายเม็ดสีในชั้นผิวปากให้แตกตัวออก เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดออกไปตามธรรมชาติ ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • ระยะเวลาเห็นผล: ผู้ป่วยมักเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงว่าริมฝีปากสว่างขึ้นได้ตั้งแต่การทำครั้งที่ 2 โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 2–4 เซสชัน ห่างกันทุก 4–6 สัปดาห์
  • ประสิทธิภาพ: ผลการศึกษาพบว่าการใช้เลเซอร์ 532-nm Q-switched Nd:YAG สามารถกำจัดเม็ดสีได้มากกว่า 75% ในผู้ป่วยบางราย และให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่าการใช้ครีมทาผิวซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน
  • การดูแลหลังทำ: หลังทำอาจมีอาการบวม แดง หรือมีสะเก็ดบางๆ (micro-crusting) ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งควรปล่อยให้หลุดลอกเองตามธรรมชาติและหมั่นทาลิปมันเพื่อรักษาความชุ่มชื้น (Efficacy of 532-nm Q-switched Nd:YAG Laser in the Treatment of Lip Melanosis, Journal of Cutaneous and Aesthetic Surgery, 2021)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
วิธีตรวจเช็คสภาพผิวหน้า ด้วยตัวเองและ AI อย่างแม่นยำ
NextContinue
ปากแตกเกิดจากอะไร? สาเหตุ วิธีรักษา วิธีดูแลริมฝีปากให้เนียนนุ่ม

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube