รองพื้นทาตอนไหน? ขั้นตอนการลงเบสเมคอัพให้ผิวสวยเป๊ะ ไม่เป็นคราบ

ควรทารองพื้นหลังจากลงไพรเมอร์แต่ก่อนลงคอนซีลเลอร์ในลำดับเมคอัพ 7 ขั้นตอน เพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและช่วยลดการเกิดคราบเพื่อให้ผิวสวยเป๊ะตลอดวัน
รองพื้นควรทาตอนไหนในลำดับการแต่งหน้าที่ถูกต้อง?
ควรทารองพื้นหลังจากลงไพรเมอร์ (Primer) แต่ก่อนลงคอนซีลเลอร์ (Concealer) เพื่อให้ผิวเรียบเนียนและช่วยลดปริมาณการใช้คอนซีลเลอร์ให้น้อยลง
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องสำหรับการเตรียมผิวและลงรองพื้นมีดังนี้:
- การเตรียมผิว: เริ่มจากสกินแคร์ (มอยส์เจอไรเซอร์) ตามด้วยครีมกันแดด และไพรเมอร์เพื่อเบลอรูขุมขน
- การลงรองพื้น: ทารองพื้นเป็นขั้นตอนแรกของเมคอัพเพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอทั่วใบหน้า
- การเก็บรายละเอียด: ลงคอนซีลเลอร์เฉพาะจุดที่ต้องการปกปิดเพิ่ม แล้วจึงเซตด้วยแป้งฝุ่นเพื่อความติดทนนาน (Primer vs. Foundation vs. Concealer: What Order Should You Apply Them In?, BareMinerals, 2025)
ขั้นตอนการเตรียมผิวก่อนลงรองพื้นเพื่อความติดทนนาน
การลงสกินแคร์และมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้น
ควรลงมอยเจอร์ไรเซอร์ก่อนการลงไพรเมอร์เสมอ เพื่อสร้างผิวที่อิ่มน้ำและเรียบเนียน ซึ่งจะช่วยให้รองพื้นติดทนนานและไม่ดูเป็นคราบหรือตกร่องระหว่างวัน โดยควรทิ้งระยะเวลาให้สกินแคร์ซึมเข้าสู่ผิวอย่างเต็มที่ประมาณ 1-2 นาทีก่อนเริ่มขั้นตอนการแต่งหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์จับตัวเป็นก้อนหรือเลื่อนหลุด
ครีมกันแดดกับรองพื้นทาอะไรก่อน? ลำดับที่ห้ามสลับกัน
คุณควรทาครีมกันแดดก่อนลงรองพื้นเสมอ โดยครีมกันแดดถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวที่ต้องสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผิวโดยตรงก่อนจะเริ่มขั้นตอนเมคอัพ ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องและห้ามสลับกันมีดังนี้:
- สกินแคร์: ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นและรอให้ซึมเข้าสู่ผิว
- ครีมกันแดด: ทาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของงานผิว บีบในปริมาณที่เหมาะสมและรอประมาณ 15 นาทีเพื่อให้เซตตัว
- ไพรเมอร์: ทาหลังจากกันแดดเพื่อเบลอรูขุมขนและช่วยให้เครื่องสำอางติดทน
- รองพื้น (หรือคุชชั่น): ลงเป็นขั้นตอนแรกของเมคอัพเพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
การสลับลำดับโดยทารองพื้นก่อนกันแดดจะทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีลดลง และอาจทำให้รองพื้นหลุดลอกหรือเป็นคราบได้ (How To Wear Sunscreen and Makeup: When To Apply Each, NYX Cosmetics, 2025)
ไพรเมอร์กับรองพื้นลงอันไหนก่อน เพื่อเบลอรูขุมขนและคุมมัน
ควรลง ไพรเมอร์ก่อนรองพื้น เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเบลอรูขุมขนและควบคุมความมัน
การลงไพรเมอร์เป็นขั้นตอนที่ทำหลังจากลงสกินแคร์และกันแดดเสร็จแล้ว แต่ต้องลงก่อนเริ่มงานผิวด้วยรองพื้นหรือคุชชั่นเสมอ เนื่องจากไพรเมอร์ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มร่องลึกและอำพรางรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียน พร้อมทั้งสร้างชั้นฟิล์มที่ช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้ดีขึ้นและป้องกันความมันส่วนเกินระหว่างวัน หากสลับลำดับโดยลงรองพื้นก่อน ไพรเมอร์จะไม่สามารถทำหน้าที่ปรับสภาพพื้นผิวหรือคุมมันได้ และอาจทำให้เครื่องสำอางที่ลงไปแล้วหลุดลอกหรือเป็นคราบได้
วิธีทารองพื้นที่ถูกต้องตามลำดับเมคอัพ 7 ขั้นตอน
ลำดับการทารองพื้นที่ถูกต้องคือ การลงรองพื้นหลังจากเตรียมผิวด้วยสกินแคร์ กันแดด และไพร์เมอร์เรียบร้อยแล้ว โดยมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้:
- สกินแคร์ (Skincare): ทาเซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
- กันแดด (Sunscreen): ทากันแดดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์และรอให้เซตตัวประมาณ 15 นาที
- ไพร์เมอร์ (Primer): ใช้เพื่อเบลอรูขุมขนและช่วยให้เมคอัพติดทนนาน
- เมคอัพเบส (Makeup Base): (ถ้ามี) ใช้เพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอหรือลดรอยแดง
- รองพื้น (Foundation): ลงรองพื้นเป็นชั้นบางๆ เพื่อสร้างฐานผิวที่เรียบเนียน
- คอนซีลเลอร์ (Concealer): แต้มเฉพาะจุดที่ต้องการการปกปิดเพิ่มเติม เช่น รอยสิวหรือใต้ตา
- แป้งฝุ่น (Setting Powder): ปัดแป้งเบาๆ เพื่อล็อคเมคอัพและลดความมันส่วนเกิน
การเลือกใช้อุปกรณ์ระหว่างนิ้วมือ แปรง หรือฟองน้ำแต่งหน้า
การเลือกใช้อุปกรณ์แต่งหน้าขึ้นอยู่กับ ระดับการปกปิดและผลลัพธ์ของผิวที่ต้องการ โดยแต่ละอุปกรณ์มีข้อดีที่แตกต่างกันดังนี้:
- แปรงแต่งหน้า: เหมาะสำหรับการลงรองพื้นแบบเต็มรูปแบบ (Full Coverage) ให้ความแม่นยำสูงและช่วยให้ผิวดูเนียนกริบเหมือนมืออาชีพ
- ฟองน้ำแต่งหน้า (แบบหมาด): ช่วยให้การเกลี่ยรองพื้นดูเรียบเนียนไร้รอยต่อ (Seamless) และให้ลุคที่เป็นธรรมชาติเหมือนการพ่นสเปรย์ (Airbrushed) โดยฟองน้ำจะช่วยซับผลิตภัณฑ์ส่วนเกินออก
- นิ้วมือ: ความร้อนจากร่างกายจะช่วยให้รองพื้นกลืนไปกับผิวได้ดีที่สุด ให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง แต่จะให้การปกปิดน้อยกว่าการใช้เครื่องมือ (Makeup Brushes vs. Sponges: When to Use Each, InStyle Magazine, 2018)
คอนซีลเลอร์กับรองพื้นทาอะไรก่อนหลัง? เทคนิคการปกปิดที่ดูเป็นธรรมชาติ
ควรลงรองพื้นก่อนแล้วตามด้วยคอนซีลเลอร์ เพื่อให้ได้งานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่หนาจนเกินไป
การลงรองพื้นก่อนจะช่วยปรับสีผิวในภาพรวมให้สม่ำเสมอ ทำให้คุณมองเห็นจุดที่ต้องการการปกปิดเพิ่มเติมจริง ๆ และช่วยลดปริมาณการใช้คอนซีลเลอร์ให้น้อยลง ซึ่งป้องกันการเกิดคราบหรือความรู้สึกหนักหน้า หากลงคอนซีลเลอร์ก่อน การเกลี่ยรองพื้นทับอาจทำให้คอนซีลเลอร์ที่แต้มไว้หลุดลอกหรือเคลื่อนที่ได้ ยกเว้นในกรณีที่มีการใช้คัลเลอร์คอร์เรคเตอร์ (Color Corrector) เพื่อปรับสีเฉพาะจุดที่ควรลงก่อนรองพื้น
เทคนิคการปกปิดให้ดูเป็นธรรมชาติ:
- ใช้แต่น้อย: แต้มคอนซีลเลอร์เฉพาะจุดที่รองพื้นยังปกปิดไม่มิด เช่น รอยสิวหรือรอยคล้ำใต้ตา
- ใช้วิธีการตบหรือกด: แทนการถู ให้ใช้ปลายนิ้ว แปรง หรือฟองน้ำค่อย ๆ กด (Stipple) เพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์กลืนไปกับผิวและไม่รบกวนชั้นรองพื้นด้านล่าง
- เซตด้วยแป้ง: ใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงปัดเบา ๆ เฉพาะบริเวณที่ลงคอนซีลเลอร์เพื่อล็อกผลิตภัณฑ์ให้ติดทนและป้องกันการตกร่อง
ลงรองพื้นแล้วต้องทาแป้งไหม? วิธีเซตผิวให้ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน
ควรทาแป้งฝุ่นหรือแป้งเซตผิวหลังลงรองพื้นเพื่อช่วยล็อกเมคอัพให้ติดทนนานและลดความมันวาวระหว่างวัน การปัดแป้งโปร่งแสง (Translucent powder) เบาๆ โดยเฉพาะบริเวณ T-zone และใต้ตา จะช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกิน ป้องกันรองพื้นตกร่อง และลดความเหนอะหนะของผิว ทำให้เมคอัพไม่ไหลเยิ้มหรือหลุดลอกง่ายเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้น นอกจากนี้ การใช้สเปรย์ฉีดพ่นหลังแต่งหน้า (Setting spray) ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผิวดูโกลว์สวยแต่ยังคงความทนทานได้ตลอดวัน (Primer vs. Foundation vs. Concealer: What Order Should You Apply Them In?, BareMinerals, 2025)
เปรียบเทียบความต่าง: รองพื้น คุชชั่น และเมคอัพเบส เลือกใช้ตอนไหนดี
รองพื้นกับคุชชั่นต่างกันยังไง และควรเลือกใช้อันไหนก่อน
รองพื้นและคุชชั่นคือผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันที่ใช้ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ แต่ต่างกันที่รูปแบบบรรจุภัณฑ์และการใช้งาน โดยคุณควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
ความแตกต่างและการเลือกใช้งานมีรายละเอียดดังนี้:
- รองพื้น (Foundation): มีหลายรูปแบบ (ของเหลว, ครีม, แท่ง) ให้การปกปิดที่หลากหลายตั้งแต่บางเบาไปจนถึงขั้นสุด และมีฟินิชลุคให้เลือกหลายแบบ เช่น แมตต์หรือธรรมชาติ เหมาะสำหรับวันที่ต้องการความเป๊ะหรือออกงานสำคัญ
- คุชชั่น (Cushion): คือรองพื้นในรูปแบบตลับที่มาพร้อมฟองน้ำและพัฟ มักให้การปกปิดระดับบางเบาถึงปานกลาง เน้นความฉ่ำวาว พกพาสะดวก และใช้งานง่ายสำหรับการเติมระหว่างวัน
- ลำดับการใช้: ไม่ควรใช้ทั้งสองอย่างทับกันเพราะจะทำให้ผิวดูหนาและเป็นคราบ (cakey) ให้เลือกใช้เพียงอย่างเดียวตามความต้องการในวันนั้นๆ โดยลงหลังจากทาไพร์เมอร์และก่อนลงคอนซีลเลอร์
เบสกับไพรเมอร์ลงอะไรก่อน เพื่อปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ
หากต้องการใช้ทั้งสองอย่าง คุณควรลงไพรเมอร์ก่อนแล้วจึงตามด้วยเมคอัพเบส เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการเตรียมผิว โดยไพรเมอร์จะทำหน้าที่ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน เบลอรูขุมขน และช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน ส่วนเมคอัพเบสจะทำหน้าที่ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอหรือแก้ปัญหาสีผิว เช่น รอยแดงหรือความหมองคล้ำ การลงไพรเมอร์ก่อนจะช่วยสร้างชั้นผิวที่เรียบเนียนเพื่อให้เมคอัพเบสเกลี่ยได้ง่ายขึ้นและไม่เป็นคราบ
เทคนิคการลงรองพื้นให้เนียนกริบและวิธีแก้ปัญหาผิวที่พบบ่อย
วิธีทารองพื้นไม่ให้เป็นคราบหรือตกร่องระหว่างวัน
การทารองพื้นไม่ให้เป็นคราบหรือตกร่องทำได้โดยการเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นและลงรองพื้นเป็นชั้นบางๆ
เพื่อให้ได้งานผิวที่เรียบเนียนและติดทนนานตลอดวัน ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
- เตรียมผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์: ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะทำให้รองพื้นดูเป็นคราบหรือตกร่องได้ง่าย การทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อนจะช่วยสร้างพื้นผิวที่อิ่มน้ำและเรียบเนียน
- ใช้ไพรเมอร์: ทาไพรเมอร์หลังสกินแคร์เพื่อช่วยเบลอรูขุมขน เติมเต็มร่องลึก และควบคุมความมัน ซึ่งจะช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้ดีขึ้น
- ลงรองพื้นทีละน้อย: ควรสร้างการปกปิดด้วยการลงชั้นบางๆ แทนการทาหนาในครั้งเดียว และใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ กดซับรองพื้นเพื่อให้กลืนไปกับผิวและช่วยซับส่วนเกินออก
- รอให้ผลิตภัณฑ์เซตตัว: ควรเว้นระยะเวลาให้สกินแคร์และไพรเมอร์ซึมเข้าสู่ผิวก่อนลงรองพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์แยกตัวหรือหลุดลอก
- เซตด้วยแป้งฝุ่น: ใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงปัดเบาๆ ในบริเวณที่ผิวมันง่ายหรือบริเวณที่มีร่องริ้วรอย เช่น ใต้ตาและร่องแก้ม เพื่อล็อครองพื้นให้ไม่เคลื่อนที่ระหว่างวัน (Primer vs. Foundation vs. Concealer: What Order Should You Apply Them In?, BareMinerals, 2025)
สาเหตุที่ทารองพื้นแล้วหน้าหมองหรือหน้าเทา พร้อมวิธีแก้ไข
สาเหตุหลักที่ทำให้ทารองพื้นแล้วหน้าหมองหรือหน้าเทาคือ การเลือกเฉดสีหรืออันเดอร์โทนที่ไม่ตรงกับผิวจริง และการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ระหว่างวัน
ปัญหาหน้าเทามักเกิดจากการใช้อันเดอร์โทนที่ผิด เช่น คนผิวโทนเหลืองแต่ใช้รองพื้นโทนชมพู หรือเลือกสีที่สว่างกว่าผิวจริงมากเกินไปจนดูเหมือนหน้ากาก ส่วนหน้าหมองระหว่างวันมักเกิดจากรองพื้นทำปฏิกิริยากับอากาศหรือน้ำมันบนผิวทำให้สีเข้มขึ้นหรือเปลี่ยนเป็นสีส้ม
วิธีแก้ไข:
- เลือกสีให้ตรงกับอันเดอร์โทน: ควรทดสอบสีรองพื้นบริเวณกรามหรือลำคอเพื่อให้แน่ใจว่ากลืนไปกับผิว และเลือกอันเดอร์โทน (เหลือง, กลาง, หรือชมพู) ให้เหมาะสมกับตนเอง
- ทดสอบการเปลี่ยนสี: ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรลองทาทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงเพื่อดูว่ารองพื้นมีการออกซิเดชันจนสีดรอปลงหรือไม่ หากดรอปมากอาจต้องเลือกสีที่สว่างกว่าปกติครึ่งเฉด
- เตรียมผิวและเซตด้วยแป้ง: ใช้ไพรเมอร์ที่ช่วยควบคุมความมันเพื่อลดการผสมกันของน้ำมันผิวกับรองพื้น และใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent powder) เซตผิวเพื่อช่วยล็อกสีรองพื้นไม่ให้เพี้ยนระหว่างวัน
เตรียมผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้าด้วยโปรแกรมดูแลผิวจากผู้เชี่ยวชาญ
การเตรียมผิวที่สมบูรณ์แบบควรเริ่มต้นด้วยการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนตามด้วยการเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก เพื่อสร้างพื้นผิวที่เรียบเนียนและอิ่มฟูสำหรับรองพื้น
ขั้นตอนการเตรียมผิวตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมีดังนี้:
- การผลัดเซลล์ผิว: ใช้เอนไซม์หรือ AHA โทนเนอร์เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ป้องกันไม่ให้รองพื้นตกร่องหรือเกาะเป็นขุย
- การเติมความชุ่มชื้น: ใช้มาส์กหน้าหรือครีมบำรุงเข้มข้นเพื่อให้ผิวดูอิ่มน้ำและสร้างเอฟเฟกต์ “Glass Skin” ที่ช่วยให้เครื่องสำอางยึดเกาะได้ดีขึ้น
- การรอให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ผิว: ควรเว้นระยะเวลาให้สกินแคร์เซ็ตตัวประมาณ 1-2 นาที (และ 15 นาทีสำหรับครีมกันแดด) ก่อนเริ่มลงไพรเมอร์หรือรองพื้น เพื่อป้องกันการเกิดคราบหรือการหลุดลอกระหว่างวัน
- ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง: เริ่มจากสกินแคร์ → ครีมกันแดด → ไพรเมอร์ → รองพื้น เพื่อให้การปกป้องผิวและประสิทธิภาพของเมคอัพทำงานได้สูงสุด
ข้อควรระวังและผลเสียจากการลงรองพื้นผิดวิธี
อันตรายจากการนอนหลับโดยไม่ล้างรองพื้น
การนอนหลับโดยไม่ล้างรองพื้นอาจทำให้รูขุมขนอุดตันจนเกิดสิวอักเสบและเร่งกระบวนการแก่ก่อนวัยของผิวได้ เนื่องจากเครื่องสำอางที่ตกค้างจะผสมกับน้ำมันและสิ่งสกปรกในระหว่างวันเข้าไปขัดขวางการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติในช่วงกลางคืน นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นจากการสะสมของอนุมูลอิสระและความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันบนผิวหนัง
สัญญาณเตือนว่าผิวของคุณกำลังแพ้รองพื้นหรือเครื่องสำอาง
สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังแพ้รองพื้นหรือเครื่องสำอางคือ การเกิดผื่นแดง มีอาการคัน หรือมีตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้นในบริเวณที่ทาผลิตภัณฑ์
อาการแพ้เครื่องสำอางหรือผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (contact dermatitis) มักแสดงออกผ่านสัญญาณต่าง ๆ ดังนี้:
- มีผื่นแดงและคัน หรืออาจมีอาการบวมและลมพิษในจุดที่สัมผัสผลิตภัณฑ์
- รู้สึกแสบหรือร้อนผิวทันทีที่ทา ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ควรล้างออกทันที
- ผิวลอกเป็นขุยหรือมีอาการแดงอักเสบต่อเนื่อง
- หากแพ้น้ำหอมในรองพื้น อาจทำให้ผิวหน้าแดงและแห้งกร้าน หรือหากแพ้อายแชโดว์อาจทำให้เปลือกตาบวมได้ (Skin Reactions to Beauty Products – Allergies, WebMD, 2025)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขั้นตอนการทารองพื้น
ทารองพื้นตอนนอนได้ไหม?
ไม่ควรทารองพื้นหรือแต่งหน้าตอนนอนโดยเด็ดขาด เนื่องจากการทิ้งรองพื้นไว้ข้ามคืนจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนเมื่อผสมกับน้ำมันและสิ่งสกปรก ส่งผลให้เกิดสิวและการอักเสบตามมา นอกจากนี้ยังขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติและอาจเร่งให้ผิวแก่ก่อนวัยเนื่องจากผิวสัมผัสกับอนุมูลอิสระที่สะสมมาตลอดทั้งวัน (Why You Shouldn’t Sleep With Makeup On, Short Hills Dermatology, n.d.)
ไม่ทารองพื้นได้ไหมถ้าต้องการแต่งหน้าลุคธรรมชาติ?
คุณสามารถข้ามขั้นตอนการทารองพื้นได้หากต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยเน้นไปที่การเตรียมผิวให้ดีและใช้คอนซีลเลอร์แต้มเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด เช่น บริเวณใต้ตาหรือรอยสิว เพื่อให้ผิวจริงยังคงดูโดดเด่นและไม่หนักหน้าจนเกินไป นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่บางเบากว่าอย่างทินท์มอยส์เจอไรเซอร์ (Tinted Moisturizer) หรือสกินทินท์ (Skin Tint) เพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอเพียงเล็กน้อยแทนการใช้รองพื้นแบบเต็มรูปแบบ
กันแดดกับไพรเมอร์ลงอันไหนก่อนกันแน่?
คุณควรลง ครีมกันแดดก่อนไพรเมอร์เสมอ เนื่องจากครีมกันแดดจัดเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการบำรุงผิวที่ต้องสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผิวโดยตรงและไม่ควรมีสิ่งใดมาขวางกั้น การลงไพรเมอร์ก่อนจะทำให้ประสิทธิภาพในการกันรังสียูวีลดลง ดังนั้นลำดับที่ถูกต้องคือการลงสกินแคร์และกันแดดให้เรียบร้อย รอให้เซตตัวประมาณ 15 นาที แล้วจึงตามด้วยไพรเมอร์เพื่อเตรียมผิวสำหรับเมคอัพในขั้นตอนต่อไป
ลงคอนซีลเลอร์หรือคุชชั่นก่อนถึงจะเนียนกว่า?
ควรลงคุชชั่นก่อนแล้วตามด้วยคอนซีลเลอร์เพื่อให้ผิวดูเนียนเป็นธรรมชาติที่สุด การลงคุชชั่นซึ่งเป็นขั้นตอนของรองพื้นก่อนจะช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอในภาพรวม ทำให้คุณเห็นจุดที่ต้องการการปกปิดเพิ่มจริงๆ และช่วยลดปริมาณการใช้คอนซีลเลอร์ให้น้อยลงเพื่อป้องกันการตกร่องหรือเป็นคราบ หากลงคอนซีลเลอร์ก่อนแล้วตามด้วยคุชชั่น แรงกดจากการใช้พัฟอาจทำให้คอนซีลเลอร์ที่ลงไว้เคลื่อนที่หรือหลุดออก ส่งผลให้การปกปิดไม่เรียบเนียน

