Skip to content

TEL : 081-841-5075, 02-258-4050

Facebook Instagram YouTube
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมดExpand
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิวExpand
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความExpand
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทยExpand
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Privato Clinic – Innovation Of Beauty  |  Bangkok
Consult a Doctor
Skincare

วิธีตรวจเช็คสภาพผิวหน้า ด้วยตัวเองและ AI อย่างแม่นยำ

Byadmin ธันวาคม 24, 2025
By แพทย์หญิงนัชชนก หุ่นวิจิตร Updated on ธันวาคม 24, 2025
✦ Medically reviewed by  นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน
วิธีตรวจเช็คสภาพผิวหน้า ด้วยตัวเองและ AI อย่างแม่นยำ

การตรวจสภาพผิวหน้า คือกระบวนการประเมินสุขภาพผิวเพื่อระบุประเภทผิวและปัญหาที่ซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเองผ่าน 2 วิธีหลักหรือใช้เทคโนโลยี AI เพื่อวางแผนการดูแลผิวที่เหมาะสม

Table of Contents

Toggle
  • ตรวจสภาพผิวหน้าคืออะไร และทำไปเพื่ออะไร?
  • วิธีเช็คสภาพผิวหน้าด้วยตัวเองที่บ้าน
    • วิธีล้างหน้าทดสอบประเภทผิว
    • สังเกตปัญหาผิวจากกระจก
    • เทคนิคถ่ายเซลฟี่เพื่อประเมินผิว
  • ผิวหน้าเป็นแบบไหน? วิธีจำแนกประเภทผิว
    • ผิวมัน
    • ผิวแห้ง
    • ผิวผสม
    • ผิวธรรมดา
    • ผิวแพ้ง่าย
  • แอพและเครื่องมือ AI สำหรับตรวจสภาพผิวหน้า
    • SPOTSCAN+ by La Roche-Posay
    • Skin Coach AI by Garnier
    • POND’S Skin Advisor
    • แอพเช็คสภาพผิวหน้าฟรีออนไลน์
  • เปรียบเทียบวิธีตรวจผิว: แอพ vs เครื่อง vs คลินิก
    • ความแม่นยำ
    • ค่าใช้จ่าย
    • ความสะดวก
  • ตรวจสภาพผิวหน้าได้ที่ไหนบ้าง?
    • ตรวจผิวหน้าออนไลน์ฟรี
    • เคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอาง
    • คลินิกความงาม
    • โรงพยาบาลผิวหนัง
  • เมื่อไหร่ควรตรวจผิวหน้ากับผู้เชี่ยวชาญ?
  • การตรวจสภาพผิวหน้าที่คลินิก
    • เครื่อง VISIA วิเคราะห์ผิวได้ละเอียดแค่ไหน
    • Skin Analyzer ทำงานอย่างไร
    • สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตรวจ
  • ข้อจำกัดและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตรวจผิว
    • แอพ AI แม่นยำแค่ไหน
    • การตรวจผิวไม่ได้รักษาปัญหาผิว
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสภาพผิวหน้า
    • ทำไมผิวหน้าไม่เนียนเหมือนผิวตัว?
    • วิธีเช็คว่าตัวเองผิวสีอะไร?
    • ตรวจสภาพผิวหน้าราคาเท่าไหร่?

ตรวจสภาพผิวหน้าคืออะไร และทำไปเพื่ออะไร?

การตรวจสภาพผิวหน้าคือกระบวนการประเมินลักษณะทางกายภาพและสุขภาพของผิวเพื่อระบุประเภทผิวและปัญหาที่ซ่อนอยู่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างแผนการดูแลผิวที่เหมาะสมกับบุคคล (Personalized Skincare) แทนการคาดเดา ช่วยป้องกันความผิดพลาดในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง นอกจากนี้ยังช่วยในการติดตามผลการรักษาอย่างเป็นรูปธรรมผ่านข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น ค่าความชุ่มชื้นหรือเม็ดสี และช่วยตรวจพบปัญหาผิวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ความเสียหายจากรังสียูวีใต้ชั้นผิวหรือการสูญเสียน้ำในผิว (TEWL) เพื่อให้สามารถป้องกันและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (How Skin Analysis Technology Improves Treatment Results, Skinsure Clinic Blog, 2025)

วิธีเช็คสภาพผิวหน้าด้วยตัวเองที่บ้าน

คุณสามารถเช็คสภาพผิวหน้าด้วยตัวเองที่บ้านได้ง่ายๆ ผ่าน 2 วิธีหลัก คือ การสังเกตด้วยตาเปล่าหลังล้างหน้า (Bare-Face Method) และการใช้กระดาษซับมัน (Blotting Sheet Test)

รายละเอียดขั้นตอนการทำมีดังนี้:

  1. วิธีหน้าสด (Bare-Face Method): ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ซับให้แห้ง และทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีโดยไม่ทาครีมบำรุงใดๆ
    • ผิวมัน: จะเริ่มเห็นความมันเงาทั่วทั้งใบหน้า
    • ผิวแห้ง: ผิวจะรู้สึกตึง ดูหมองคล้ำ หรืออาจเห็นเป็นขุย
    • ผิวผสม: จะมีความมันเฉพาะบริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก คาง) แต่บริเวณแก้มจะแห้งหรือรู้สึกปกติ
    • ผิวธรรมดา: ผิวจะรู้สึกสบาย ไม่มันและไม่ตึงจนเกินไป
  2. วิธีใช้กระดาษซับมัน (Blotting Sheet Test): หลังจากล้างหน้าและทิ้งไว้ 30 นาที ให้ใช้กระดาษซับมันกดลงบนส่วนต่างๆ ของใบหน้า
    • หากกระดาษซับมันมีน้ำมันติดออกมามากแสดงว่าเป็นบริเวณที่ผิวมัน หากแทบไม่มีน้ำมันเลยแสดงว่าเป็นผิวแห้ง (How to Determine Your Skin Type, Anne Arundel Dermatology, 2017)

วิธีล้างหน้าทดสอบประเภทผิว

วิธีล้างหน้าเพื่อทดสอบประเภทผิว (Bare-Face Method) คือการล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ซับให้แห้ง แล้วทิ้งไว้โดยไม่ทาผลิตภัณฑ์ใดๆ เป็นเวลา 30 นาทีเพื่อสังเกตการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติ

ขั้นตอนการทดสอบมีรายละเอียดดังนี้:

  • ล้างหน้า: ใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนล้างสิ่งสกปรกออกให้สะอาด
  • ซับหน้า: ใช้ผ้าสะอาดซับหน้าให้แห้งเบาๆ
  • รอเวลา: ปล่อยผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที โดยห้ามทาครีม เซรั่ม หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใดๆ
  • สังเกตผล:
    • ผิวมัน: จะเริ่มเห็นความมันเงาปรากฏขึ้นทั่วทั้งใบหน้า
    • ผิวแห้ง: ผิวจะรู้สึกตึง ดูหมองคล้ำ หรืออาจเห็นเป็นขุย
    • ผิวผสม: จะมีความมันเฉพาะบริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก คาง) แต่บริเวณแก้มจะรู้สึกแห้งหรือปกติ
    • ผิวธรรมดา: ผิวจะรู้สึกสบาย ไม่มันเยิ้มและไม่แห้งตึงจนเกินไป (Anne Arundel Dermatology, 2017)

สังเกตปัญหาผิวจากกระจก

การสังเกตปัญหาผิวด้วยตนเองผ่านกระจกเป็นวิธีเบื้องต้นที่ช่วยให้คุณ ระบุลักษณะรูขุมขน เนื้อสัมผัส ริ้วรอย และความผิดปกติของสีผิวได้จากการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ โดยคุณควรสังเกตขนาดของรูขุมขนว่ากว้างหรืออุดตันในบริเวณ T-zone หรือไม่ ตรวจดูความเรียบเนียนหรือรอยแห้งกร้าน รวมถึงริ้วรอยจางๆ รอบดวงตาและปาก นอกจากนี้ควรสังเกตปฏิกิริยาของผิวหลังการล้างหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น อาการแดงหรือแสบ ซึ่งเป็นสัญญาณของผิวแพ้ง่าย การหมั่นตรวจสอบหน้ากระจกอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น จุดด่างดำจากแดดหรือแผ่นผิวที่ลอกเป็นขุย เพื่อปรับเปลี่ยนการดูแลผิวได้อย่างทันท่วงที (How to Determine Your Skin Type, Anne Arundel Dermatology, 2017)

เทคนิคถ่ายเซลฟี่เพื่อประเมินผิว

การถ่ายรูปเซลฟี่เพื่อประเมินผิวอย่างมีประสิทธิภาพควรทำภายใต้สภาวะที่ควบคุมให้คงที่เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลได้อย่างแม่นยำ

เทคนิคสำคัญในการถ่ายภาพเพื่อวิเคราะห์ผิวด้วยตนเองหรือผ่านแอปพลิเคชัน AI มีดังนี้:

  • ทำความสะอาดผิว: ควรล้างหน้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง โดยไม่ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือแต่งหน้า เพื่อให้เห็นสภาพผิวที่แท้จริง
  • ควบคุมแสงสว่าง: ใช้แสงธรรมชาติที่สม่ำเสมอ (เช่น หน้าต่างในตอนกลางวัน) หรือใช้ไฟวงแหวน (Ring light) ตัวเดิมทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการเกิดเงาบนใบหน้าซึ่ง AI อาจอ่านค่าผิดเป็นจุดด่างดำ
  • ตำแหน่งและมุมกล้อง: ถ่ายภาพในมุมเดิมเสมอ (หน้าตรงและด้านข้าง) โดยเช็ดเลนส์กล้องให้สะอาด รวบผมไปด้านหลัง และถอดแว่นตาออกเพื่อให้เห็นพื้นผิวชัดเจน
  • ความสม่ำเสมอ: ควรเลือกถ่ายในช่วงเวลาเดียวกันของวัน เช่น ตอนเช้าหลังล้างหน้า เพื่อลดตัวแปรเรื่องความมันหรือความบวมของผิวที่เปลี่ยนไปตามเวลา (Consistent Photos for DIY Tracking, DIY & AI-Powered Skin Assessment Methods, 2025)

ผิวหน้าเป็นแบบไหน? วิธีจำแนกประเภทผิว

ผิวมัน

ผิวมัน (Oily Skin) มีลักษณะเด่นคือการผลิตน้ำมันหรือซีบัม (Sebum) ออกมามากเกินไป ทำให้ผิวหน้าดูมันวาวหรือเยิ้ม โดยเฉพาะบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง)

ลักษณะสำคัญของผิวมันประกอบด้วย:

  • รูขุมขนกว้าง: รูขุมขนมักจะขยายใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจน
  • ปัญหาสิว: ผิวประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวหัวดำและสิวอุดตันได้ง่ายเนื่องจากรูขุมขนอุดตัน
  • ปัจจัยกระตุ้น: มักได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมและฮอร์โมน โดยพบมากในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และอาจลดลงเมื่ออายุมากขึ้น (Almirall S.A., 2023)

ผิวแห้ง

ผิวแห้งมีลักษณะสำคัญคือขาดความชุ่มชื้นหรือน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำให้รู้สึกผิวตึง หยาบกร้าน หมองคล้ำ และอาจเห็นเป็นขุยได้ โดยผิวประเภทนี้มักมีรูขุมขนที่เล็กจนแทบมองไม่เห็น แต่อาจปรากฏริ้วรอยเส้นเล็กๆ ได้ง่ายกว่าปกติเนื่องจากความชุ่มชื้นต่ำ นอกจากนี้ ผิวแห้งยังเสี่ยงต่อการระคายเคือง เกิดรอยแดง หรือผิวแตกลายได้ง่าย เพราะเกราะป้องกันผิวที่เป็นไขมัน (Lipid Barrier) อ่อนแอลง ทำให้สิ่งกระตุ้นภายนอกเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจัยอย่างสภาพอากาศหนาว ความชื้นต่ำ และอายุที่มากขึ้นมักจะทำให้ผิวแห้งรุนแรงกว่าเดิม (Learn about the different types of skin, Almirall S.A., 2023)

ผิวผสม

ผิวผสม (Combination Skin) คือลักษณะผิวที่มีทั้งความมันและความแห้งปรากฏอยู่บนใบหน้าพร้อมกัน โดยมักจะมีความมันวาวและรูขุมขนกว้างบริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก และคาง) ในขณะที่บริเวณแก้มหรือส่วนอื่นๆ จะมีลักษณะผิวธรรมดาไปจนถึงแห้ง ซึ่งความแตกต่างในแต่ละโซนนี้ทำให้การดูแลผิวแบบเดียวทั้งใบหน้าอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร และจำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ (Learn about the different types of skin, Almirall S.A., 2023)

ผิวธรรมดา

ผิวธรรมดาคือผิวที่มีความสมดุลอย่างเหมาะสม โดยไม่มันจนเกินไปและไม่แห้งจนเกินไป ผิวลักษณะนี้จะมีเนื้อสัมผัสที่เรียบเนียน รูขุมขนมีขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็น และมีสีผิวที่สม่ำเสมอโดยไม่มีจุดบกพร่องที่สำคัญ แม้จะดูเหมือนเป็นผิวสุขภาพดีที่ดูแลรักษาง่าย แต่ผิวธรรมดาก็ยังต้องการการบำรุงพื้นฐาน เช่น การทำความสะอาด การเติมความชุ่มชื้น และการป้องกันแสงแดด เพื่อรักษาความสมดุลนี้ไว้ (Learn about the different types of skin, Almirall S.A., 2023)

ผิวแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) คือสภาพผิวที่ตอบสนองต่อปัจจัยกระตุ้นได้ง่าย โดยมักมีอาการแดง แสบร้อน หรือคัน เนื่องจากเกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงทำให้สารระคายเคืองและเชื้อจุลินทรีย์เข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจพบร่วมกับสภาพผิวประเภทอื่น เช่น ผิวมันหรือผิวแห้ง และมักมีอาการแสดงที่มองเห็นได้ชัด เช่น เส้นเลือดฝอยขยายตัวหรือผิวเป็นจ้ำแดง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับน้ำหอม สารทำความสะอาดที่รุนแรง หรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง (Learn about the different types of skin, Almirall S.A., 2023)

แอพและเครื่องมือ AI สำหรับตรวจสภาพผิวหน้า

SPOTSCAN+ by La Roche-Posay

SPOTSCAN+ โดย La Roche-Posay เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ผิวอัจฉริยะ (AI) ที่เน้นการประเมินปัญหาสิวโดยเฉพาะ โดยระบบจะทำการนับจำนวนสิวอุดตัน สิวอักเสบ และรอยดำจากสิวผ่านการถ่ายภาพเซลฟี่ 3 มุม เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของสิวตามมาตรวัด Global Acne Severity Scale ตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 4+ พร้อมให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมหรือแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังในกรณีที่สิวมีความรุนแรงสูง (Tech tools for acne – are we there yet?, All About Acne, 2019)

Skin Coach AI by Garnier

Skin Coach AI ของ Garnier เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ผิวด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ประเมินสุขภาพผิวผ่านการถ่ายภาพเซลฟี่ โดยระบบจะเปรียบเทียบภาพถ่ายกับฐานข้อมูลใบหน้ากว่า 15,000 ใบหน้า เพื่อวิเคราะห์ผิวใน 6 มิติ ได้แก่ ความกระจ่างใส (Glow), การมองเห็นของรูขุมขน (Pore visibility), ความยืดหยุ่น (Firmness), ความเรียบเนียน (Smoothness), ความสม่ำเสมอของสีผิว (Evenness of tone) และจุดด่างดำ (Dark spots) หลังจากวิเคราะห์เสร็จสิ้น แอปพลิเคชันจะให้คะแนนและแนะนำผลิตภัณฑ์หรือกิจวัตรการดูแลผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวของผู้ใช้แต่ละบุคคล (Garnier, 2020)

POND’S Skin Advisor

POND’S Skin Advisor Live (SAL) เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ผิวด้วย AI ในรูปแบบแชทที่เปิดตัวในเอเชีย โดยใช้การวิเคราะห์ภาพเซลฟี่เพื่อระบุปัญหาผิว เช่น จุดด่างดำหรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ พร้อมให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ของ POND’S ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทาง Unilever รายงานว่ามีผู้ใช้งานเครื่องมือนี้มากกว่า 30,000 รายในช่วงเวลาสั้นๆ หลังการเปิดตัว และตั้งเป้าที่จะขยายฐานผู้ใช้ให้ถึง 100,000 รายผ่านการนำเสนอแผนการดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล (The AI-powered personalised experiences boosting our beauty brands, Unilever News, 2024)

แอพเช็คสภาพผิวหน้าฟรีออนไลน์

แอพพลิเคชั่นและเครื่องมือออนไลน์สำหรับเช็คสภาพผิวหน้าฟรีมักใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายเซลฟี่เพื่อประเมินปัญหาผิวเบื้องต้น โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจดังนี้:

  • La Roche-Posay Effaclar SpotScan: เน้นการวิเคราะห์ปัญหาสิวโดยเฉพาะ โดย AI จะนับจำนวนสิวหัวดำและรอยดำเพื่อประเมินระดับความรุนแรง
  • Garnier SkinCoach AI: ประเมินสุขภาพผิวใน 6 มิติ เช่น ความกระจ่างใส ความเรียบเนียน และจุดด่างดำ พร้อมแนะนำกิจวัตรการดูแลผิวที่เหมาะสม
  • POND’S Skin Advisor Live (SAL): เครื่องมือแชทบอทที่วิเคราะห์ภาพถ่ายเพื่อระบุปัญหาจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • Clinique Skin Advisor: วิเคราะห์ริ้วรอยและสภาพผิวเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ

แม้เครื่องมือเหล่านี้จะมีความสะดวกและเข้าถึงง่าย แต่ความแม่นยำอาจขึ้นอยู่กับคุณภาพของแสงและกล้องที่ใช้ จึงควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการดูแลผิวเท่านั้น (Tech tools for acne – are we there yet?, All About Acne, 2019)

เปรียบเทียบวิธีตรวจผิว: แอพ vs เครื่อง vs คลินิก

ความแม่นยำ

ความแม่นยำของการวิเคราะห์ผิวด้วย AI ขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชันและสิ่งที่ต้องการวัด โดยเครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบทางคลินิกสามารถให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชัน Effaclar SpotScan ของ La Roche-Posay ได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำสูงในการนับจำนวนสิวและจุดด่างดำเนื่องจากผ่านการฝึกฝนด้วยภาพถ่ายจำนวนมากและอ้างอิงตามเกณฑ์ของแพทย์ผิวหนัง อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันทั่วไปในท้องตลาดอาจมีความไม่แน่นอนสูงและได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น คุณภาพของกล้อง แสงสว่างขณะถ่ายภาพ และความหลากหลายของโทนสีผิวในฐานข้อมูล (Tech tools for acne – are we there yet?, All About Acne, 2019)

ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายในการประเมินผิวหน้ามีความหลากหลายตั้งแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายไปจนถึงหลักหลายพันบาท โดยเครื่องมือวิเคราะห์ผิวออนไลน์หรือแอปพลิเคชันของแบรนด์เครื่องสำอางมักให้บริการฟรี ในขณะที่การเข้ารับบริการในสถานพยาบาลหรือคลินิกเฉพาะทางในประเทศไทยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เคาน์เตอร์เครื่องสำอางและสปา: มักให้บริการตรวจเช็กสภาพผิวเบื้องต้นฟรีเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
  • คลินิกความงามและเมดิคัลสปา: ค่าปรึกษาและวิเคราะห์ผิวด้วยเครื่องมือระดับมืออาชีพ (เช่น VISIA หรือ OBSERV) มักอยู่ที่ประมาณ 1,000–2,000 บาท แต่อาจยกเว้นค่าธรรมเนียมหากซื้อแพ็กเกจการรักษา
  • โรงพยาบาลและศูนย์ผิวหนัง: ค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังในโรงพยาบาลชั้นนำมักอยู่ระหว่าง 1,500–3,000 บาท ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการตัดชิ้นเนื้อ (VitalLife Skin & Aesthetic Center, Bumrungrad International Hospital, 2023)

ความสะดวก

ความแม่นยำของแอปวิเคราะห์ผิวด้วย AI ในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับปานกลางและขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมเป็นหลัก แม้ว่าแอปบางตัว เช่น Effaclar SpotScan จะได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนับจำนวนสิวได้แม่นยำใกล้เคียงกับแพทย์ผิวหนัง แต่ความน่าเชื่อถือของแอปทั่วไปมักได้รับผลกระทบจากคุณภาพของกล้อง แสงสว่างขณะถ่ายภาพ และความหลากหลายของข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน AI ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนได้หากสภาพแวดล้อมไม่คงที่ (Tech tools for acne – are we there yet?, All About Acne, 2019)

ตรวจสภาพผิวหน้าได้ที่ไหนบ้าง?

คุณสามารถตรวจสภาพผิวหน้าได้ผ่านหลายช่องทาง ตั้งแต่การใช้เครื่องมือออนไลน์ฟรีไปจนถึงการเข้ารับบริการโดยผู้เชี่ยวชาญในคลินิกหรือโรงพยาบาล โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เครื่องมือออนไลน์และแอปพลิเคชัน (ฟรี): เช่น SkinCoach AI ของ Garnier หรือ Effaclar SpotScan ของ La Roche-Posay ที่ใช้ระบบ AI วิเคราะห์จากรูปถ่ายเซลฟี่
  • เคาน์เตอร์เครื่องสำอางและสปา: มักมีบริการตรวจเช็กสภาพผิวเบื้องต้นเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับประเภทผิว
  • คลินิกความงามและเมดิคัลสปา: มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่อง VISIA หรือ OBSERV 520x เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวเชิงลึกใต้ชั้นผิว เช่น จุดด่างดำจากรังสียูวีหรือริ้วรอย
  • โรงพยาบาลและศูนย์ผิวหนัง: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังรุนแรงหรือต้องการตรวจสุขภาพผิวโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง (Board-certified dermatologist) (FAQ – Dermatology Consultation Fees, Bumrungrad International Hospital, 2023)

ตรวจผิวหน้าออนไลน์ฟรี

การตรวจผิวหน้าออนไลน์ฟรีเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการวิเคราะห์สภาพผิวเบื้องต้นผ่านการถ่ายภาพเซลฟี่หรือทำแบบทดสอบ โดยแอปพลิเคชันและเครื่องมือออนไลน์เหล่านี้มักใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เพื่อประเมินปัจจัยต่างๆ เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ ขนาดรูขุมขน และความมันของผิว ตัวอย่างเครื่องมือที่ได้รับความนิยม ได้แก่ SkinCoach AI ของ Garnier ที่ประเมินผิวใน 6 มิติ หรือ Effaclar SpotScan ของ La Roche-Posay ที่เน้นการนับจำนวนสิวและรอยดำเพื่อประเมินความรุนแรงของสิว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ตามคุณภาพของแสงและกล้อง จึงควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเท่านั้น (Tech tools for acne – are we there yet?, All About Acne, 2019)

เคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอาง

เคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอางมักให้บริการตรวจเช็กสภาพผิวฟรีเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5–15 นาที และอาจมีการใช้เครื่องมือพื้นฐาน เช่น ปากกาวัดความชุ่มชื้นหรือระบบถ่ายภาพขนาดเล็กเพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ความมัน ความกระจ่างใส หรือการเลือกเฉดสีรองพื้นให้เข้ากับเม็ดสีผิว แม้ว่าพนักงานจะผ่านการฝึกอบรมมาแต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ดังนั้นควรพิจารณาผลลัพธ์ควบคู่ไปกับจุดประสงค์ทางการค้าของแบรนด์นั้นๆ (Oliveira, R. et al., An Overview of Methods to Characterize Skin Type: Focus on Visual Rating Scales and Self-Report Instruments, Cosmetics, 2023)

คลินิกความงาม

การประเมินผิวหน้าด้วยเครื่อง VISIA Complexion Analysis ในคลินิกความงามจะวิเคราะห์คุณสมบัติผิวหลัก 8 ประการ ได้แก่ จุดด่างดำ, ริ้วรอย, ความเรียบเนียนของผิว, รูขุมขน, จุดด่างดำจากรังสียูวี (ความเสียหายใต้ผิว), จุดสีน้ำตาล (เม็ดสี), พื้นที่สีแดง (การอักเสบหรือเส้นเลือดฝอย) และพอร์ไฟริน (แบคทีเรียในรูขุมขน) โดยระบบจะเปรียบเทียบผลลัพธ์กับฐานข้อมูลตามช่วงอายุและประเภทผิวเพื่อคำนวณคะแนนเปอร์เซ็นต์และอายุผิว (TruSkin Age®) ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาและติดตามความคืบหน้าได้อย่างแม่นยำ (VISIA® Skin Analysis (Product Page Features), Canfield Scientific, 2025)

โรงพยาบาลผิวหนัง

โรงพยาบาลผิวหนังและศูนย์การแพทย์เฉพาะทางในไทย เช่น รามาธิบดี, บำรุงราษฎร์ หรือสมิติเวช มีบริการตรวจวิเคราะห์ผิวหน้าโดยแพทย์ผิวหนังที่ได้รับการรับรอง ซึ่งสามารถวินิจฉัยปัญหาผิวได้อย่างละเอียดและแม่นยำกว่าการตรวจด้วยตัวเอง โดยมักมีค่าธรรมเนียมการปรึกษาแพทย์ประมาณ 1,500–3,000 บาท และอาจมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงร่วมด้วย เช่น เครื่อง VISIA เพื่อวัดค่าความเสียหายจากรังสียูวี ริ้วรอย และจุดด่างดำ (VitalLife Skin & Aesthetic Center, 2023)

วิธีตรวจเช็คสภาพผิวหน้า ด้วยตัวเองและ AI อย่างแม่นยำ Infographic

เมื่อไหร่ควรตรวจผิวหน้ากับผู้เชี่ยวชาญ?

คุณควรเข้ารับการตรวจผิวหน้ากับผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีปัญหาผิวเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นจากการดูแลด้วยตนเอง หรือเมื่อพบสัญญาณเตือนที่ผิดปกติ โดยมีรายละเอียดและช่วงเวลาที่แนะนำดังนี้:

  • สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที: หากพบไฝหรือจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด รูปร่าง หรือสี, มีแผลที่ไม่ยอมหายหรือมีเลือดออก, มีผื่นคันรุนแรง หรือเป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง (Cystic acne) ที่ใช้ยาตามร้านขายยาแล้วไม่เห็นผล
  • การตรวจเช็กประจำปี: สำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความกังวลเรื่องริ้วรอยและจุดด่างดำ ควรเข้ารับการตรวจสภาพผิวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรับเปลี่ยนกิจวัตรการดูแลผิวให้เหมาะสมตามวัย
  • การติดตามผลการรักษา: หากอยู่ระหว่างการรักษาเฉพาะทาง เช่น การทำเลเซอร์หรือโปรแกรมรักษาสิว ผู้เชี่ยวชาญอาจนัดตรวจทุกๆ 2-3 เดือน เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ผิวเชิงลึก
  • ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่: การตรวจผิวระดับมืออาชีพจะช่วยให้ทราบค่าความมัน ความชุ่มชื้น และความเสียหายจากรังสี UV ใต้ชั้นผิว ทำให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว (When Should You See a Dermatologist?, University of Utah Health, 2025)

การตรวจสภาพผิวหน้าที่คลินิก

เครื่อง VISIA วิเคราะห์ผิวได้ละเอียดแค่ไหน

เครื่อง VISIA สามารถวิเคราะห์คุณลักษณะสำคัญของผิวหน้าได้ละเอียดถึง 8 ประการ โดยใช้การถ่ายภาพความละเอียดสูงภายใต้โหมดแสงที่แตกต่างกัน (Standard, Cross-polarized และ UV) เพื่อวัดค่าจุดด่างดำ (Spots), ริ้วรอย (Wrinkles), ความเรียบเนียน (Texture), รูขุมขน (Pores), จุดด่างดำใต้ชั้นผิว (UV Spots), รอยแดง (Red areas), เม็ดสีน้ำตาล (Brown spots) และสารพอร์ไฟรินจากแบคทีเรีย (Porphyrins) นอกจากนี้ระบบยังสามารถคำนวณอายุผิวเปรียบเทียบกับฐานข้อมูล (TruSkin Age) และมีความแม่นยำสูงโดยพบความคลาดเคลื่อนในการวัดริ้วรอยเพียงประมาณ 3% เท่านั้น (Reproducibility and Accuracy of the Visia Complexion Analysis System for Facial Skin Analysis, GMS Plast Reconstr Surg, 2023)

Skin Analyzer ทำงานอย่างไร

เครื่องวิเคราะห์ผิวหน้า (Skin Analyzer) ทำงานโดยการใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูงภายใต้สภาวะแสงหลายรูปแบบเพื่อตรวจวัดและวิเคราะห์พารามิเตอร์ต่าง ๆ ของผิว ระบบเหล่านี้มักใช้แสงมาตรฐาน แสงโพลาไรซ์ (Cross-polarized) และแสงยูวี (UV) เพื่อตรวจจับปัญหาที่มองเห็นได้และปัญหาที่อยู่ใต้ชั้นผิว เช่น จุดด่างดำ ริ้วรอย ความเรียบเนียน รูขุมขน ความเสียหายจากแสงแดด รอยแดง และเชื้อแบคทีเรีย (Porphyrins) โดยข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลตามช่วงอายุและประเภทผิวเพื่อประเมินคะแนนหรือคำนวณอายุผิว (Skin Age) ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถวางแผนการรักษาและติดตามผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ (VISIA® Skin Analysis (Product Page Features), Canfield Scientific, 2025)

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตรวจ

การเตรียมตัวที่สำคัญที่สุดคือต้องมาตรวจด้วยผิวที่สะอาดและไม่แต่งหน้า เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญหรืออุปกรณ์สามารถวิเคราะห์สภาพผิวจริงได้อย่างแม่นยำ โดยมีข้อแนะนำเพิ่มเติมดังนี้:

  • งดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หนาเกินไป: หลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงที่หนักผิวหรือครีมกันแดดแบบผสมรองพื้นในวันที่มาตรวจ เพราะอาจทำให้ผลการวิเคราะห์ภาพถ่ายคลาดเคลื่อนได้
  • เตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้: ควรนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้อยู่เป็นประจำติดตัวไปด้วย หรือจดรายการไว้เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินควบคู่กับผลตรวจ
  • สังเกตอาการผิดปกติ: จดบันทึกปัญหาผิวหรือปัจจัยกระตุ้นที่พบ เพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างชัดเจนระหว่างการปรึกษา (How To Prep For A Full Body Skin Cancer Exam, Henry Ford Health, 2023)

ข้อจำกัดและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตรวจผิว

แอพ AI แม่นยำแค่ไหน

ความแม่นยำของแอพ AI ในการวิเคราะห์ผิวอยู่ในระดับ ปานกลางและขึ้นอยู่กับสิ่งที่วัดผล โดยเครื่องมือบางชนิดที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว เช่น Effaclar SpotScan สามารถนับจำนวนสิวและรอยดำได้แม่นยำใกล้เคียงกับแพทย์ผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผลลัพธ์อาจไม่สม่ำเสมอและได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น คุณภาพของกล้อง แสงขณะถ่ายภาพ และความหลากหลายของข้อมูลที่ใช้ฝึกฝนอัลกอริทึม ซึ่งอาจทำให้เกิดความลำเอียงในเรื่องโทนสีผิวได้ (Tech tools for acne – are we there yet?, All About Acne, 2019)

การตรวจผิวไม่ได้รักษาปัญหาผิว

การตรวจวิเคราะห์ผิวเป็นเพียงขั้นตอนการเก็บข้อมูลเพื่อวางแผนการดูแล แต่ไม่ใช่การรักษาปัญหาผิวโดยตรง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้จากการตรวจจะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเลือกผลิตภัณฑ์และวิธีการรักษาที่ตรงกับสภาพผิวจริงได้อย่างแม่นยำ แทนที่จะเป็นการคาดเดา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผิดประเภทและช่วยในการติดตามผลการรักษาได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านตัวเลขและภาพถ่ายเปรียบเทียบ (How Skin Analysis Technology Improves Treatment Results, Skinsure Clinic Blog, 2025)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสภาพผิวหน้า

ทำไมผิวหน้าไม่เนียนเหมือนผิวตัว?

ผิวหน้ามีความแตกต่างจากผิวตัวเนื่องจากมีต่อมไขมันหนาแน่นกว่ามาก โดยเฉพาะบริเวณ T-zone ซึ่งส่งผลให้ผิวหน้ามีความมันและเกิดปัญหาผิวได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ดังนี้:

  • ความละเอียดอ่อนของผิว: ผิวหน้ามีความบางกว่าผิวตัวในหลายจุด (เช่น เปลือกตา) ทำให้ไวต่อการระคายเคืองและแสงแดดมากกว่า
  • การสะสมของความเสียหาย: ผิวหน้ามักสัมผัสกับรังสียูวีและมลภาวะทุกวันโดยไม่มีสิ่งปกปิด นำไปสู่การสะสมของจุดด่างดำและริ้วรอยที่ชัดเจนกว่าผิวบริเวณอื่น
  • การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อใบหน้าต้องแสดงอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (expression lines) ในขณะที่ผิวตัวมีการเคลื่อนไหวน้อยกว่า
  • โครงสร้างชั้นผิว: ผิวตัวมีชั้น Stratum corneum ที่หนาและทนทานกว่าเพื่อรองรับการเสียดสีจากเสื้อผ้า ทำให้ผิวตัวดูมีความสม่ำเสมอและแข็งแรงกว่าผิวหน้า (Cellular and Molecular Life Sciences, 2024)

วิธีเช็คว่าตัวเองผิวสีอะไร?

วิธีเช็คว่าตัวเองมีผิวสีอะไรและมีโทนผิวแบบไหนสามารถทำได้โดยการสังเกตการตอบสนองต่อแสงแดด (Fitzpatrick Phototype) และการตรวจเช็คอันเดอร์โทน (Undertone) ของผิว

คุณสามารถประเมินลักษณะผิวได้ด้วยวิธีดังนี้:

  • การประเมินตามมาตรวัด Fitzpatrick: สังเกตว่าผิวของคุณมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อโดนแดดจัด เช่น ผิวขาวมากที่มักจะไหม้แดดเสมอและไม่เปลี่ยนเป็นสีแทน (Type I) ไปจนถึงผิวสีเข้มมากที่ไม่เคยไหม้แดดและเปลี่ยนเป็นสีแทนได้ง่ายมาก (Type VI)
  • การเช็คอันเดอร์โทน (Undertone): ตรวจสอบสีของเส้นเลือดที่บริเวณข้อมือ หากเส้นเลือดออกสีเขียวแสดงว่าเป็นโทนอุ่น (Warm/Yellow), หากออกสีน้ำเงินหรือม่วงแสดงว่าเป็นโทนเย็น (Cool/Pink) และหากก้ำกึ่งแสดงว่าเป็นโทนกลาง (Neutral)
  • การทดสอบด้วยเครื่องประดับ: หากคุณใส่เครื่องประดับทองแล้วดูผ่องกว่ามักจะมีผิวโทนอุ่น แต่หากใส่เงินแล้วดูดีกว่ามักจะมีผิวโทนเย็น (An Overview of Methods to Characterize Skin Type: Focus on Visual Rating Scales and Self-Report Instruments, Cosmetics, 2023)

ตรวจสภาพผิวหน้าราคาเท่าไหร่?

ราคาการตรวจสภาพผิวหน้าในประเทศไทยมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทของสถานบริการ โดยมีตั้งแต่การตรวจฟรีไปจนถึงประมาณ 3,000 บาท

รายละเอียดราคาโดยประมาณมีดังนี้:

  • เครื่องมือออนไลน์และแอปพลิเคชัน: ส่วนใหญ่ให้บริการ ฟรี เช่น แอปพลิเคชันวิเคราะห์ผิวจากแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ
  • เคาน์เตอร์เครื่องสำอางและสปา: มักให้บริการตรวจเช็กเบื้องต้น ฟรี เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
  • คลินิกความงามและเมดสปา: ค่าบริการปรึกษาและตรวจด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ผิวระดับมืออาชีพ (เช่น VISIA) อาจมีตั้งแต่ ฟรี (หากซื้อคอร์สการรักษา) ไปจนถึงประมาณ 1,000–2,000 บาท
  • โรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์: ค่าตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังมักเริ่มต้นที่ประมาณ 1,500–3,000 บาท ซึ่งอาจยังไม่รวมค่าทดสอบเพิ่มเติมอื่น ๆ (VitalLife Skin & Aesthetic Center, FAQ – Dermatology Consultation Fees, Bumrungrad International Hospital, 2023)

แนะแนวเรื่อง

Previous Previous
การดูแลผิวแบบองค์รวม (Holistic Skincare) คืออะไร? เพื่อผิวสวยยั่งยืน
NextContinue
ปากคล้ำ สาเหตุและวิธีรักษาให้กลับมาอมชมพู

สาขาพรีวาโต คลินิก

    สาขาอโศก ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารมิดทาวน์
    Phone: 02-258-4050 , 081-841-5075
    สาขาสีลม ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์
    Phone: 02-780-2011 , 098-272-5244
    สาขาราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะคริสตัล เอสบี (ด้านบนร้านสตาร์บัคส์)
    Phone: 02-102-2778 , 098-272-5244

ติดต่อเรา

    Facebook: Privato Clinic
    Messenger: Privato Clinic
    Instagram: privatoclinic
    Email: privatoclinic@gmail.com
    Line: @privatoclinic

Copyright© 2022-2024. All Rights Reserved

Scroll to top
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับพรีวาโต
  • บริการทั้งหมด
    • ชะลอวัย
    • ยกกระชับผิว
      • XERF
      • Potenza
      • Sofwave
      • Ulthera
      • Thermage-FLX
    • รักษาสิว
    • เลเซอร์
    • โปรแกรมฉีด
    • บำรุงผิว
  • บทความ
    • สิว
    • ยกกระชับ
    • ดูแลผิว
    • ทำเลเซอร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • โปรโมชั่น
  • ผลลัพธ์การรักษา
  • วิดีโอรีวิวจากเคสจริง
  • สาขาของเรา
  • ไทย
    • ไทย
    • English
    • 中文 (中国)
  • ปรึกษาแพทย์
Facebook Instagram YouTube