รู้จักนวัตกรรมยกกระชับ ไฮฟู (HIFU) กับ เทอร์มาจ (Thermage)

ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านความงามมีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แต่หากพูดถึงการยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด จะเห็นได้ว่ามีอยู่หลากหลายตัวเลือกที่ยากต่อการตัดสินใจ แต่จะมีอยู่สองวิธีการที่ถูกพูดถึงจนคุ้นหู นั่นก็คือการทำไฮฟู (HIFU) กับ เทอร์มาจ (Thermage)

บทความนี้จะพาไปแนะนำว่า การทำเทอร์มาจ (Thermage) กับ ไฮฟู (HIFU) มีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้สามารถเลือกเข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสม

ทำความรู้จักเทอร์มาจ (Thermage) กับ ไฮฟู (HIFU)

เทอร์มาจ (Thermage) คือ เทคโนโลยียกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ในการปล่อยพลังงานความร้อนประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ลงลึกถึง 3 ชั้นผิว ได้แก่ หน้งกำพร้า (Epidermis) ชั้นหนังแท้ (HypoDermis) และชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) โดยคลื่นพลังงานจะกระจายตัวเข้าไปยังชั้นโครงสร้างผิวที่ความลึกประมาณ 4.3 มิลลิเมตร เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่น ตึงกระชับ พร้อมลดไขมันส่วนเกินสะสม จึงสามารถปรับใบหน้าให้ดูเล็กลง ได้รูปทรงมากขึ้น

ไฮฟู (HIFU) คือ เทคโนโลยียกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูง (High Intensity Focus Ultrasound) ในการส่งพลังงานความร้อนไปยังผิวหนังชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างชั้นผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อ โดยความร้อนจะทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อเกิดการหดตัว จึงช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ใบหน้าดูกระชับเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

แต่ถึงแม้ว่า เทอร์มาจ (Thermage) กับ ไฮฟู (HIFU) จะเป็นเทคโนโลยีที่มีจุดประสงค์หลักในการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าเหมือนกัน แต่ทั้งสองมีหลักการทำงานและพลังงานที่ส่งลึกถึงผิวแตกต่างกัน จึงสร้างผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน

สรุป! การทำ Thermage กับ HIFU ต่างกันอย่างไร ?

  • บริเวณที่ทำการรักษา
    • Thermage
      Thermage สามารถช่วยยกกระชับผิว ลดริ้วรอยและรูขุมขน ให้ผิวหน้าเรียบเนียน อีกทั้งยังช่วยสลายไขมัน จึงมักนิยมใช้ในการลดไขมันบริเวณใบหน้าและลำคอ ซึ่งเป็นบริเวณที่มักเกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย รวมถึงสามารถใช้ลดรอยแตกลายและลดไขมัน พร้อมทำหน้าที่กระชับได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา
    • Hifu
      Hifu สามารถลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับผิว จึงนิยมใช้กับแก้มและเหนียงที่หย่อนคล้อย เพื่อปรับรูปหน้าให้เห็นเป็นกรอบที่ชัดเจนขึ้น โดยสามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน ต้นขา หรือผิวบริเวณอื่นที่ดูหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
      ความลึกของพลังงาน
    • Thermage
      หัวยิงของ Thermage สามารถปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงชนิดขั้วเดียว (Monopolar RF) ซึ่งมีอุณหภูมิ อยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ลงสู่ชั้นผิวลึก 4.3 มิลลิเมตร ถึงโครงสร้างชั้นผิว 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่อยู่นอกสุดที่คอยช่วยปกป้องผิว ชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งมีคอลลาเจนและอีลาสติน คอยรักษาความยืดหยุ่นของผิว และชั้นไขมัน (Subcutaneous) ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็นหลัก โดยคลื่นพลังงานจะสามารถช่วยลดจำนวนไขมันสะสม อีกทั้งยังทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเกิดการหดตัวเข้าหากันและเรียงตัวใหม่ ทำให้ผิวแน่นกระชับ ยืดหยุ่น
    • Hifu
      หัวยิงของ Hifu สามารถปล่อยพลังงานขนาดจุดโฟกัสอยู่ที่ 0.3-0.5 มิลลิเมตร ลงสู่ชั้นผิวหนังได้ 3 ระดับ ได้แก่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) ที่ใช้หัวความลึก 1.5 – 2.0 มิลลิเมตร เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่ใช้หัวความลึก 3.0 มิลลิเมตร ในการสลายไขมัน กระชับผิว และชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) จะใช้หัวความลึก 4.5 มิลลิเมตร ในการกระชับกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผิวหน้าตึงขึ้น
  • ผลลัพธ์ที่ได้
    • Thermage
      ผิวหน้าจะยกกระชับขึ้นทันทีประมาณ 20-30% หลังทำ Thermage และชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนแรก โดยผิวจะเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนที่ 6 และอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละคน
    • Hifu
      สามารถเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำ Hifu ได้ประมาณ 10-20% โดยจะสังเกตเห็นผิวดูกระชับและเรียบเนียน ริ้วรอยจางลงได้อย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนที่ 2 ขึ้นไป ซึ่งผลลัพธ์จากการทำ Hifu จะอยู่ได้นาน 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลตัวเองของผู้เข้ารับการรักษา
      การทำ เทอร์มาจ (Thermage) กับ ไฮฟู (HIFU) เหมาะกับคนที่มีปัญหาแบบไหน ?
    • Thermage
      Thermage เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง รวมถึงไขมันสะสม ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยรวม โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
    • Hifu
      Hifu เหมาะกับผู้มีอายุประมาณ 25-30 ปี ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือต้องการยกกระชับให้รูปหน้าชัดเป็นพิเศษ

สรุป! เทอร์มาจ (Thermage) กับ ไฮฟู (HIFU) ต่างกันอย่างไร ?

Thermage Hifu
บริเวณที่ทำการรักษา
  • แก้ม
  • เหนียง
  • รอบดวงตา
  • ต้นแขน ต้นขา
  • หน้าท้อง
  • สะโพก
  • แก้ม
  • เหนียง
  • รอบดวงตา
  • ต้นแขน ต้นขา
  • หน้าท้อง
  • สะโพก
ความลึกของพลังงาน ชั้นกำพร้า ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมัน ชั้น SMAS (กล้ามเนื้อ)
เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่ เหมาะกับคนอายุ 30 ปีขึ้นไป เหมาะกับคนอายุ 25 ปีขึ้นไป
ผลลัพธ์หลังทำ เห็นผลทันที 20-30% เห็นผลทันที 10-20%
อยู่ได้นานแค่ไหน อยู่ได้นาน 1 ปี*
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
อยู่ได้นาน 5-6 เดือน*
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

พอจะเห็นภาพแล้วว่า การทำไฮฟู (HIFU) กับ เทอร์มาจ (Thermage) ต่างกันยังไง สำหรับใครที่สนใจการยกกระชับหน้า ทั้งการทำเทอร์มาจ (Thermage) และ ไฮฟู (HIFU) สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังก่อนได้ที่ Privato Clinic คลินิกเสริมความงามที่พร้อมดูแลปัญหาผิวและการปรับรูปหน้า เพื่อเสริมความมั่นใจ ให้คุณมีผิวหน้าที่อ่อนวัย สดใส

เข้ารับบริการได้ที่ Privato Clinic ทั้ง 3 สาขาทั่วกรุงเทพฯ หรือ ติดต่อเราเพื่อปรึกษาปัญหาผิวได้เลย

Author

  • นายแพทย์เลอพงษ์ กรุดเงิน

    แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเลเซอร์ที่มีประสบการณ์ด้านการรักษามากกว่า 15 ปี จบการศึกษาจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ผ่านการฝึกอบรมด้านนวัตกรรมความงามอย่างครอบคลุม ทั้งนวัตกรรม Anti-Aging, นวัตกรรมเติมเต็มและลดเลือนริ้วรอย, นวัตกรรมยกกระชับ ปรับรูปหน้า และนวัตกรรมด้านเลเซอร์ อีกทั้งเป็นแพทย์ที่ได้รับความไว้วางใจ จาก celebrity และดาราระดับ A list ในการดูแลผิวพรรณ

    View all posts

Similar Posts